ติดต่อ K.S. WOOD ทาง LINE

LINE

@kswood

ข้อดีข้อเสียไม้เทียม

ไม้เทียมคืออะไร? เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย พร้อมวิธีเลือกไม้เทียมให้เหมาะกับบ้านคุณ

ข้อดีของพื้นไม้เทียมที่ควรรู้

การเลือกใช้พื้นไม้เทียมในบ้านยุคใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือการตัดสินใจที่ส่งผลต่อการใช้งานระยะยาว ทั้งด้านความทนทาน การดูแลรักษา และงบประมาณ หลายคนเริ่มต้นจากการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับข้อดีข้อเสีย แต่ยังไม่มั่นใจว่าควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับพื้นที่จริง บทความนี้จะช่วยสรุปภาพรวมให้เข้าใจง่ายตั้งแต่พื้นฐาน พร้อมเปรียบเทียบเชิงลึกเพื่อให้คุณเลือกได้ตรงกับไลฟ์สไตล์มากที่สุด

ทำความเข้าใจพื้นไม้เทียมก่อนตัดสินใจ

พื้นไม้เทียมคือวัสดุที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อทดแทนไม้จริง โดยมีการผสมผสานวัสดุ เช่น ไฟเบอร์ซีเมนต์ PVC หรือ WPC เพื่อให้ได้ลวดลายไม้ที่ใกล้เคียงธรรมชาติ แต่เพิ่มความทนทานต่อปลวก ความชื้น และสภาพอากาศ จึงถูกนำมาใช้ทั้งงานภายในและภายนอก เช่น ระเบียง ทางเดิน หรือผนังตกแต่ง

สิ่งสำคัญคือไม้เทียมแต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่างกัน การเลือกใช้จึงต้องดูให้เหมาะกับฟังก์ชัน ไม่ใช่เลือกจากหน้าตาเพียงอย่างเดียว

ข้อดีของพื้นไม้เทียมที่ควรรู้

1. ทนปลวกและแมลง

หนึ่งในจุดเด่นหลักของพื้นไม้เทียมคือไม่เป็นอาหารของปลวก ทำให้ลดปัญหาการผุกร่อนที่มักเกิดกับไม้จริง เหมาะกับบ้านในสภาพอากาศร้อนชื้นอย่างประเทศไทย

2. ทนความชื้นและใช้งานได้หลากหลาย

พื้นไม้เทียมสามารถใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอก โดยเฉพาะประเภท WPC และ PVC ที่มีคุณสมบัติกันน้ำได้ดี จึงเหมาะกับพื้นที่อย่างระเบียงหรือรอบสระว่ายน้ำ ควรเลือกแบบ UltraShield® Co-Extrusion ที่เคลือบผิววัสดุรอบด้าน 360 องศาที่ผ่านการทดสอบมาแล้วว่าทดความชื้นที่สุด

3. ดูแลรักษาง่าย

ไม่ต้องขัด เคลือบ หรือทาน้ำยาเหมือนไม้จริง เพียงทำความสะอาดทั่วไปก็เพียงพอ ช่วยลดภาระในระยะยาวควรเลือกไม้เทียมแบบเคลือบผิวพิเศษที่ทำให้ไม่ซึมคราบทำความสะอาดง่าย

4. ดีไซน์หลากหลาย

ปัจจุบันพื้นไม้เทียมมีลวดลาย สี และผิวสัมผัสให้เลือกมากขึ้น สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งบ้านสไตล์โมเดิร์นและคลาสสิก

ข้อเสียของไม้เทียมที่ต้องพิจารณา

1. การระบายความร้อน

ไม้เทียมบางประเภท โดยเฉพาะที่ใช้ภายนอก อาจสะสมความร้อนเมื่อโดนแดดจัด ทำให้สัมผัสแล้วร้อนกว่าที่คาด ควรเลือกไม้เทียมNewTechWood ที่ผ่านมาตรฐาน (Solar Reflectance – SR) ตามมาตรฐาน ASTM C1549 และคำนวณค่าดัชนีการสะท้อนแสงอาทิตย์ (Solar Reflectance Index – SRI) ตามมาตรฐาน ASTM E1980 เพื่อลดการสะสมความร้อน 

2. การยืดหดของวัสดุ

วัสดุบางชนิด เช่น PVC หรือ WPC อาจมีการขยายตัวตามอุณหภูมิ หากติดตั้งไม่ถูกต้อง อาจเกิดการโก่งตัวได้

3. ความรู้สึกสัมผัส

แม้จะเลียนแบบไม้ได้ดี แต่สัมผัสของไม้เทียมยังแตกต่างจากไม้จริงในบางกรณี โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการฟีลลิ่งธรรมชาติ 100%

4. คุณภาพขึ้นอยู่กับผู้ผลิต

ไม้เทียมในตลาดมีหลายเกรด หากเลือกสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเกิดปัญหาสีซีด แตก หรือเสื่อมสภาพเร็ว ควรเลือกผู้ผลิตที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสำคัญเช่น ASTM และมีการรับประกันสินค้าอย่างน้อย25ปี

เลือกพื้นไม้เทียมแบบไหนดีให้เหมาะบ้าน

  • พื้นที่ภายใน เหมาะกับไม้เทียมที่เน้นความสวยงามและผิวสัมผัสดี เช่น ไฟเบอร์ซีเมนต์หรือไม้เทียมปูพื้นภายในที่มีลวดลาย
  • งานโครงสร้าง เช่น บันไดหรือระเบียง ควรเลือกไม้เทียมที่มีความแข็งแรงสูง และติดตั้งร่วมกับโครงเหล็กที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัย
  • พื้นที่ภายนอก ควรเลือกวัสดุที่ทนแดดและฝน เช่น WPC หรือวัสดุที่มีการเคลือบผิวพิเศษแบบ UltraShield Co-Extrusion ป้องกัน UV เพื่อยืดอายุการใช้งาน 

ตัวอย่างวัสดุในกลุ่มนี้ เช่น พื้นไม้เทียม K.S. WOOD รุ่น NewTechWood แบบกลวงกลม เคลือบผิวพิเศษ ซึ่งออกแบบมาสำหรับงานภายนอกโดยเฉพาะ ด้วยเทคโนโลยี UltraShield Co-Extrusion พื้นผิวสามารถทนแรงกดได้สูงถึง 20N ผ่านทดสอบโดยถ่วงน้ำหนัก 750 กรัม และขัดสีที่ความเร็ว 60 รอบ/นาที จำนวน 1,000 รอบ พบว่าเนื้อไม้ของ UltraShield หลุดออกไปเพียง 23 มิลลิกรัมเท่านั้น ผ่านการทดสอบในตู้จำลองแสง (QUV Chamber)  ยาวนานสูงสุดถึง 3,000 ชั่วโมง ตัวไม้มีค่าความเปลี่ยนแปลงของสีอยู่แค่ในระดับ 2.72 ถึง 3.75 

อีกจุดที่น่าสนใจคือมีการรับประกันสูงสุดถึง 25 ปี ทำให้เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มค่าในระยะยาว

เทคนิคเลือกไม้เทียมให้คุ้มค่าในระยะยาว

การเลือกพื้นไม้เทียมไม่ควรมองแค่ราคาต่อแผ่นหรือ แต่ควรดูต้นทุนรวม ทั้งอายุการใช้งาน ค่าแรงติดตั้ง และการดูแลรักษาในอนาคต วัสดุที่มีคุณภาพสูงอาจมีราคาสูงกว่าในตอนแรก แต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาวได้อย่างชัดเจน 
บทความ: ปูพื้นระเบียง 50 ตร.ม. ต้องเตรียมงบพื้นไม้เทียมราคาตารางเมตรละเท่าไหร่

อีกปัจจัยสำคัญคือการเลือกผู้จำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญ สามารถให้คำแนะนำได้ตรงกับการใช้งานจริง และมีสินค้าที่ผ่านมาตรฐาน

ทางเลือกที่ตอบโจทย์และคุ้มค่ากว่า: พื้นไม้เทียม Regreen

สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องข้อจำกัดของพื้นไม้เทียมทั่วไป เช่น สีซีดจางเมื่อโดนแดด เกิดรอยขีดข่วนง่าย หรือเสื่อมสภาพไวเมื่อใช้งานภายนอก ปัจจุบันมีวัสดุทางเลือกใหม่อย่าง พื้นไม้เทียม Regreen ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อปิดจุดอ่อนเหล่านี้ได้อย่างตรงจุด โดยผลิตภายใต้มาตรฐานคุณภาพระดับสากลเดียวกับรุ่น NewTechWood

จุดเด่นที่น่าสนใจของพื้นไม้เทียม Regreen:

  • พื้นผิวเคลือบพิเศษ UltraShield Co-Extrusion: เพิ่มความทนทานต่อรังสี UV ทนต่อรอยขีดข่วน และรองรับการใช้งานหนักได้อย่างดีเยี่ยม

  • ตอบโจทย์งานภายนอกทุกรูปแบบ: เหมาะสำหรับพื้นที่กลางแจ้งที่ต้องเผชิญสภาวะอากาศ เช่น ระเบียง ทางเดิน หรือลานรอบสระว่ายน้ำ

  • ทนทานต่อความชื้นขั้นสุด: คงคุณสมบัติกันน้ำ ไม่บวม ไม่ผุพัง และหมดปัญหาเรื่องแมลงหรือปลวกกินไม้

  • ดูแลรักษาง่าย: ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ไม่ต้องคอยขัดทาสีใหม่ตลอดการใช้งาน

  • ราคาคุ้มค่า: มอบคุณสมบัติการใช้งานที่ดีระดับเดียวกับรุ่น NewTechWood ในราคาที่ประหยัดและเข้าถึงได้ง่ายกว่า โดย Regreen มาพร้อมการรับประกันการใช้งาน 10 ปี (เทียบกับรุ่นพรีเมียมอย่าง NewTechWood ที่รับประกันยาวนาน 25 ปี) ซึ่งถือเป็นระยะเวลาคุ้มครองที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ความคุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการวัสดุคุณภาพสูงในงบประมาณที่ควบคุมได้

Before-and-After-ติดตั้งพื้นไม้เทียม-Regreen-1

ในภาพรวม Regreen จึงเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการพื้นไม้เทียมที่ใช้งานได้ยาวนานขึ้น และลดปัญหาจุกจิกในระยะยาว โดยสามารถดูรายละเอียดไม้เทียมเพิ่มเติมได้ที่ https://kswood.com/regreen-composite-decking/

คำถามที่พบบ่อย

Q: พื้นไม้เทียมเหมาะกับบ้านแบบไหน?

A: เหมาะกับบ้านทุกสไตล์ โดยเฉพาะบ้านที่ต้องการความทนทานและดูแลรักษาง่าย

A: ดี หากเลือกวัสดุที่ออกแบบมาสำหรับภายนอก เช่น ไม้เทียมWPCพื้นผิวเคลือบพิเศษ UltraShield Co-Extrusion และติดตั้งอย่างถูกต้อง

A: ภายในเน้นความสวยงามและผิวสัมผัส ส่วนภายนอกเน้นความทนแดดฝนและความแข็งแรง

พื้นไม้เทียมเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยงามและความทนทาน แต่การเลือกใช้งานให้เหมาะสมต้องพิจารณาทั้งข้อดีข้อเสียอย่างรอบด้าน ตั้งแต่วัสดุ คุณภาพ ไปจนถึงสภาพแวดล้อมการใช้งานจริง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและใช้งานได้ยาวนาน

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาพื้นไม้เทียมคุณภาพ พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ kswood.com คือแหล่งรวมวัสดุที่ผ่านการคัดสรรอย่างดี 

ผู้เขียน: ทีมผู้เชี่ยวชาญ K.S. WOOD
K.S. WOOD มีประสบการณ์ด้านวัสดุตกแต่งไม้เทียม ไม้สังเคราะห์ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ และงานติดตั้งโครงการมากกว่า 17 ปี ให้คำปรึกษาทั้งงานบ้านพักอาศัย โรงแรม รีสอร์ต อาคารพาณิชย์ และโครงการระดับแลนด์มาร์ก ทีมงานมีความเชี่ยวชาญตั้งแต่การเลือกวัสดุ การออกแบบระบบติดตั้ง การถอดแบบ ไปจนถึงการดูแลหลังการติดตั้ง

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
ดูสินค้าไม้เทียมทั้งหมดได้ที่นี่
Facebook: www.facebook.com/kswood.thailand
Line ID: @kswood

share :
Facebook
LinkedIn
X

Related NEWS & IDEA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save