พื้นไม้เทียม K.S. WOOD
K.S. WOOD พื้นไม้เทียมภายนอก พื้นไม้เทียมwpc เคลือบผิวพิเศษ รับประกันถึง 25 ปี
พื้นไม้เทียม WPC K.S. WOOD นวัตกรรมไม้เทียมมารตฐานสากล
พื้นไม้เทียม WPC รุ่น NewTechWood UltraShield® ได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์งานภายนอกที่ต้องเผชิญกับแสงแดด ฝน ความชื้น และการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ด้วยเทคโนโลยีเคลือบผิวรอบแผ่น พร้อมลวดลายไม้ที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงไม้ธรรมชาติ และดูแลรักษาง่ายกว่าไม้จริง
เทคโนโลยี UltraShield® เคลือบผิวรอบแผ่น 360 องศา
ชั้นผิวผลิตจากโพลิเมอร์เกรดวิศวกรรมที่มีอัตราการซึมผ่านของน้ำต่ำ เคลือบปกป้องรอบแผ่น รวมถึงบริเวณร่องด้านข้าง ช่วยลดการสัมผัสของแกนวัสดุกับน้ำ ความชื้น รังสียูวี คราบสกปรก และเชื้อรา จึงลดความเสี่ยงจากการบวม แอ่นตัว แตกร้าว และการแยกตัวของชั้นผิว
ผลการทดสอบ UltraShield® ผ่านการต้มในน้ำต่อเนื่อง 90 ชั่วโมง โดยไม่พบการแยกตัวระหว่างชั้นผิวกับแกนวัสดุ ไม่พบความเสียหายหรือรอยแตกร้าว
ทนต่อรอยขีดข่วนและการสึกหรอ
พื้รไม้เทียมรุ่น UltraShield® ผ่านการทดสอบรอยขีดข่วนด้วยแรงกดตั้งแต่ 8–20 นิวตัน ตามวิธีทดสอบ FLTM BO 162-01 โดยที่แรงกด 20 นิวตันไม่พบรอยที่เห็นได้ชัด ขณะที่ไม้เทียมทั่วไปเริ่มปรากฏรอยที่แรงกด 8 นิวตัน
ในการทดสอบการสึกหรอตามมาตรฐาน ASTM D4060 พบปริมาณการสึกของ UltraShield® เพียง 23 มิลลิกรัม เทียบกับไม้เทียมทั่วไปที่ 81 มิลลิกรัม จึงเหมาะกับบริเวณที่มีการเดินหรือใช้งานเป็นประจำ
สีทนต่อแสงแดด พร้อมลายไม้เป็นธรรมชาติ
พื้นไม้เทียมผิวถูกออกแบบให้มีสีและลวดลายไม้ที่ดูเป็นธรรมชาติ พร้อมผ่านการทดสอบเร่งสภาวะรังสียูวีในห้อง QUV นานถึง 3,000 ชั่วโมง โดยมีค่าการเปลี่ยนแปลงของสีต่ำกว่า Delta E 4.0 ซึ่งเอกสารระบุว่าไม่พบการเปลี่ยนแปลงของสีที่เห็นได้ชัดด้วยสายตา
- แบรนด์ในไทยที่รวมมาตรฐานโลก: ยกระดับมูลค่าโครงการและคะแนนอาคารเขียว (Green Building) ของคุณ ด้วยการเป็นแบรนด์เดียวในประเทศไทยที่คว้ามาตรฐานระดับสากลอย่างครบครัน ได้แก่ Green Label Singapore, EPD, LEED, BREEAM และ WELL

ไม้เทียม WPC สินค้าและราคา
แถมอุปกรณ์ติดตั้งฟรี พร้อมให้คำปรึกษา
ขอใบเสนอราคาวันนี้ รับราคาพิเศษลดสูงสุด 15%*
มั่นใจได้ด้วยทีมงานประสบการณ์การกว่า 17 ปี
ไม้เทียม WPC K.S. wood - อุปกรณ์เสริม
พื้นไม้เทียม WPC k.s. wood จุดเด่นผลิตภัณฑ์
พื้นไม้เทียม WPC K.S. WOOD UltraShield Co-Extrusion เคลือบผิว 360 ใช้เทคโนโลยีเคลือบผิวรอบแผ่นแบบ 360 องศา รวมถึงบริเวณร่องด้านข้าง ช่วยปกป้องแกนวัสดุจากความชื้น น้ำ รังสียูวี แมลง เชื้อรา และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ลดความเสี่ยงจากปัญหาที่มักพบในไม้เทียมทั่วไป เช่น การบวม โก่งงอ แอ่นตัว แตกร้าว และการแยกตัวระหว่างผิวเคลือบกับแกนวัสดุ
ชั้นผิว UltraShield® ผลิตจากโพลิเมอร์เกรดวิศวกรรมที่มีอัตราการซึมผ่านของน้ำต่ำ จึงช่วยเพิ่มความทนทานต่อคราบ รอยขีดข่วน การซีดจาง และการสึกหรอ โดยผ่านการทดสอบรังสียูวีในห้อง QUV นานถึง 3,000 ชั่วโมง และมีค่าการเปลี่ยนแปลงของสีต่ำกว่า Delta E 4.0 จนไม่สามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงของสีได้อย่างชัดเจนด้วยสายตา
นอกจากนี้ ผลการทดสอบการสึกหรอตามมาตรฐาน ASTM D4060 พบว่า UltraShield® มีปริมาณการสึกเพียง 23 มิลลิกรัม เทียบกับไม้เทียมทั่วไปที่มีการสึก 81 มิลลิกรัม และเมื่อผ่านการทดสอบต้มในน้ำต่อเนื่อง 90 ชั่วโมง ไม่พบการแยกตัวของชั้นผิว ความเสียหาย หรือรอยแตกร้าว จึงเหมาะสำหรับพื้นที่ภายนอกที่ต้องเผชิญทั้งแดด ฝน และความชื้นสูง พร้อมช่วยลดภาระการดูแลรักษา โดยไม่จำเป็นต้องทาสี ขัดผิว หรือลงน้ำมันเป็นประจำ พร้อมรับประกันยาวนานถึง 25ปี

หุ้มด้วยโพลีเมอร์

วงกลมกลวงเล็ก
แข็งแรงได้มาตรฐาน

เห็ด รา ไม่ขึ้น

ใช้สำหรับงานภายนอกได้ดี
เปียกนํ้าได้ ไม่บวมนํ้า

ทนทานต่อแสงแดดจ้า
และรังสี UV สีไม่ซีดจาง

สวยเหมือนไม้ธรรมชาติ
สัมผัสธรรมชาติได้ในบ้านคุณ

ติดตั้งง่าย ไม่ยุ่งยาก

ปลอดภัยไร้เสี้ยนไม้

ไม้ไม่บิด ไม่โก่ง
ไม่แตกหักง่าย

ปลวกไม่กินเนื้อไม้

ทนทานต่อล้อเลื่อน
และแรงกระแทก

ทนทานต่อความร้อนได้ดีมาก

ไม่ต้องทาสี
ตลอดอายุการใช้งาน

ระบบคลิปล็อก
ป้องกันการเลื่อนของแผ่นไม้
ระบบมาตรฐานคุณภาพของ พื้นไม้เทียม WPC
ผ่านการประเมินด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล พร้อมการรับรอง Green Label Singapore และข้อมูลสิ่งแวดล้อมผลิตภัณฑ์ EPD อีกทั้งยังมีคุณสมบัติสนับสนุนเกณฑ์อาคารเขียว LEED, HQE, BREEAM และ WELL
พื้นไม้เทียม คือ นวัตกรรมวัสดุปูพื้นและตกแต่งที่พัฒนาขึ้นเพื่อทดแทนไม้ธรรมชาติ โดยเฉพาะไม้เทียม WPC (Wood Plastic Composite) ซึ่งเป็นการผสานกันระหว่างไม้และโพลีเมอร์ ผ่านเทคโนโลยีการเคลือบผิวขั้นสูง ช่วยเพิ่มความทนทานต่อรอยขีดข่วน รังสี UV ความชื้น และคราบสกปรก พร้อมคงความสวยงามของลายไม้ให้ดูเป็นธรรมชาติยาวนาน เหมาะกับทั้งงานตกแต่งภายนอกและภายในที่ต้องการคุณภาพระดับพรีเมียม
ทำไม พื้นไม้เทียม ถึงเป็นที่นิยมในปัจจุบัน?
ไม้พื้นสังเคราะห์ หรือ พื้นไม้เทียม ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านความสุนทรีย์และความคุ้มค่าในระยะยาว ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่พัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง ทำให้วัสดุประเภทนี้มีคุณภาพสูงขึ้นและสามารถรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ดี
นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่สถาปนิก นักออกแบบ และเจ้าของโครงการ ต่างเลือกใช้ ไม้เทียม ในการสร้างสรรค์ Iconic Space หรือพื้นที่ส่วนกลางแบบ Curated Lifestyle Space ที่สะท้อนรสนิยมอย่างเหนือระดับ และเพิ่มมูลค่าให้กับพื้นที่นั้นๆ
คุณสมบัติเด่นพื้นไม้เทียม
ด้วยลักษณะภายนอกที่คล้ายคลึงกับไม้ธรรมชาติ แต่แฝงไว้ด้วยคุณสมบัติทางวิศวกรรมที่เหนือกว่า พื้นไม้เทียม จึงกลายเป็นวัสดุยอดนิยมในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา โดยมีจุดเด่นสำคัญ ดังนี้:
ทนทานต่อทุกสภาวะ: ทนต่อความชื้น หมดปัญหาเรื่องไม้บวมน้ำ
ปลอดภัยจากแมลง: ป้องกันปลวก มอด และเชื้อราได้อย่างเด็ดขาด
คุ้มค่าในระยะยาว (Cost-Effective): แม้หลายคนอาจเริ่มต้นค้นหาจากคำว่า ไม้เทียมราคาถูก แต่แท้จริงแล้ว ความคุ้มค่าของไม้เทียมอยู่ที่ “อายุการใช้งานที่ยาวนาน” และ “ค่าบำรุงรักษาที่ต่ำมาก” เมื่อเทียบกับไม้จริง
ตอบโจทย์ทุกดีไซน์: พัฒนาให้สามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งงานปูพื้น งานกรุผนัง หรือระแนงตกแต่ง
ด้วยเหตุนี้ ไม้เทียม จึงไม่ใช่แค่วัสดุทดแทน แต่เป็น “วัสดุอัปเกรด” ที่ช่วยเติมเต็มทั้งฟังก์ชันการใช้งานและความสวยงามให้กับทุกพื้นที่อย่างแท้จริง

จุดเด่นพื้นไม้เทียมเคลือบผิวพิเศษ
1. ผิวแข็งแรง ทนรอยขีดข่วนสูง
นวัตกรรมชั้นเคลือบผิว (Shield) ทำจากโพลีเมอร์เกรดวิศวกรรม (Engineering grade polymer)
การทดสอบรอยขีดข่วน (Scratch Test) แสดงให้เห็นว่าตัววัสดุสามารถทนแรงกดได้ถึง 20N โดยไม่เกิดรอยที่ชัดเจน
การทดสอบความต้านทานการขัดถู (Abrasion Test) พบว่าพื้นผิวของ UltraShield สูญเสียผงวัสดุเพียง 23 มิลลิกรัม ซึ่งแข็งแรงกว่าไม้เทียมทั่วไปที่สูญเสียถึง 81 มิลลิกรัม
2. สีสวยยาวนาน ไม่ซีดจางง่าย
ชั้นเคลือบผิวถูกออกแบบมาเพื่อให้การปกป้องสูงสุดจากการซีดจางของสี
ผ่านการทดสอบรังสี UV ด้วยตู้ QUV นานถึง 3,000 ชั่วโมง โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงของสีที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (ค่า Delta E < 4.0)
3. ดูแลรักษาง่าย ไม่ต้องทาสีซ้ำ
พื้นไม้เคลือบผิวพิเศษนี้ไม่จำเป็นต้องทาสี ขัดผิว หรือชโลมน้ำมันใดๆ ตลอดอายุการใช้งาน
มีคุณสมบัติป้องกันคราบฝังลึกอย่างดีเยี่ยม
จากการทดสอบรอยเปื้อน (Stain Test) ระบุว่าคราบหมึกดำสามารถล้างออกได้หมดจดด้วยน้ำเปล่า โดยไม่ซึมลงผ่านชั้นผิวชั้นบนและไม่ทิ้งคราบรอยไว้เลย
4. ผิวสัมผัสและลายไม้สวยเสมือนไม้ธรรมชาติ
คอลเลกชัน UltraShield® Naturale™ มีสีสันให้เลือกใช้งานมากถึง 22 สี
มีการออกแบบลวดลายที่สวยงามและดูเป็นธรรมชาติ เช่น ลวดลาย H1 และ H6
ความหลากหลายของสีและลวดลายที่สมจริงนี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนำไปตกแต่งพื้นที่เพื่อยกระดับให้เป็น Iconic Space หรือ Curated Lifestyle Space ที่มอบความรู้สึกหรูหราและร่วมสมัย
5. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (และเสริมความทนทานเชิงโครงสร้าง)
แกนกลางของวัสดุ (Core) มีส่วนประกอบของเส้นใยไม้และโพลีเมอร์ PE
นอกจากการลดใช้ไม้จริงแล้ว สิ่งที่ช่วยตอกย้ำเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) คืออายุการใช้งานที่ยาวนานอันเกิดจากเทคโนโลยีการเคลือบผิวแบบ 360 องศา ซึ่งครอบคลุมปิดสนิทไปถึงบริเวณร่องไม้
การป้องกันแบบ 360 องศานี้ช่วยหยุดยั้งความชื้นไม่ให้ซึมเข้าสู่แกนกลาง จึงแก้ปัญหาไม้บวม โก่งตัว แตกร้าว และป้องกันเชื้อราได้อย่างเด็ดขาด
ผลการทดสอบด้วยการต้มในน้ำเดือด (Boiling Test) นานถึง 90 ชั่วโมง ยืนยันว่าไม่มีการแตกร้าวหรือการแยกตัวออกจากกันระหว่างชั้นเคลือบและแกนกลาง

มาตรฐานการทดสอบผลิตภัณฑ์ พื้นไม้เทียม
นอกจากการวิจัยและพัฒนาแล้ว NewTechWood ยังให้ความสำคัญกับการทดสอบผลิตภัณฑ์อย่างเข้มงวด โดยผ่านการทดสอบและรับรองมาตรฐาน
จากสถาบันระดับสากลในหลายด้านและเป็นแบรนด์เดียวที่ได้มารตฐานLEED
Blending Test
การทดสอบการดัดโค้งของวัสดุ
Abrasion Test
การทดสอบการรับแรงกดและความทนต่อการสึกหรอ
Scratch Resistance Test
การทดสอบความต้านทานการขีดข่วนของผิวหน้า UltraShield®
Peel Strength Test
การทดสอบความแข็งแรงของการยึดเกาะระหว่างชั้นวัสดุและผิวเคลือบ UltraShield®
Accelerated Weathering Test
การทดสอบความทนทานต่อสภาพอากาศและการผุกร่อนในระยะยาว
Walking Body Voltage Test
การวัดไฟฟ้าสถิตที่เกิดจากการเดินและการเสียดสีระหว่างบุคคลกับพื้นผิว
Pendulum Slip Resistance Test
การทดสอบประสิทธิภาพการป้องกันการลื่น
Kick Board Test
การทดสอบความแข็งแรงของการยึดเกาะผิว UltraShield® ด้วยแรงกระแทก
Boiling Test
การทดสอบความทนทานของวัสดุด้วยการต้มในน้ำเดือด
Freeze-Thaw Cycle Test
การทดสอบความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
ด้วยการแช่แข็งและละลายน้ำแข็ง
Chromatic Aberration Test
การตรวจวัดค่าความคลาดเคลื่อนของสีวัสดุ
Falling Mass Impact Resistance Test
การทดสอบความแข็งแรงของวัสดุเมื่อเกิดแรงกระแทก
ขั้นตอนการติดตั้งพื้นไม้เทียม
วิธีติดตั้งพื้นไม้เทียม หรือไม้พื้นสังเคราะห์ (WPC / Composite Decking)
ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความสวยงาม ความแข็งแรง
และอายุการใช้งานของพื้น หากติดตั้งอย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม
และคำแนะนำของผู้ผลิต จะช่วยลดปัญหาการโก่งงอ น้ำขัง
และการเสื่อมสภาพในระยะยาว
1. การเตรียมพื้นผิวก่อนติดตั้งพื้นไม้เทียม
- ก่อนเริ่มติดตั้ง ควรตรวจสอบและเตรียมพื้นผิวให้เหมาะสม
เพื่อให้พื้นไม้เทียมแนบสนิทและใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ - ตรวจสอบพื้นเดิมให้เรียบเสมอกัน ไม่มีรอยแตกร้าว หลุม หรือเศษวัสดุ
ที่อาจส่งผลต่อความเรียบของพื้น - กรณีติดตั้งบนพื้นคอนกรีต ควรปล่อยให้คอนกรีตแห้งสนิท
และแนะนำให้มีวัสดุป้องกันความชื้น เพื่อป้องกันปัญหาน้ำซึมจากด้านล่าง - หากติดตั้งบนโครงสร้างไม้หรือโครงเหล็ก ควรเลือกใช้โครงสร้างที่แข็งแรง
ได้ระดับ และออกแบบให้รองรับน้ำหนักได้ตามมาตรฐาน
2. การเลือกอุปกรณ์และวัสดุสำหรับติดตั้งพื้นไม้เทียม
- การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มความแข็งแรง
และยืดอายุการใช้งานของพื้น - ใช้โครงไม้หรือโครงเหล็กกัลวาไนซ์ที่มีความทนทาน
ต่อสภาพอากาศและความชื้น - เลือกใช้สกรูหรือคลิปล็อกที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับพื้นไม้เทียม
เพื่อช่วยลดการแตกร้าวและการโก่งตัวของแผ่นพื้น - วางแผนทิศทางการติดตั้งให้เหมาะสมกับพื้นที่ และคำนึงถึงการไหลของน้ำ
เพื่อป้องกันปัญหาน้ำขังบนพื้นผิว
3. ขั้นตอนการติดตั้งพื้นไม้เทียม
การติดตั้งที่ถูกต้องควรทำตามลำดับขั้นตอนดังนี้
- ติดตั้งโครงตงโดยเว้นระยะห่างตามคำแนะนำของผู้ผลิต
ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 27.5 – 30.5 เซนติเมตร - วางแผ่นพื้นไม้เทียมลงบนโครงตง และยึดด้วยคลิปล็อกหรือสกรูให้แน่น
ตามระบบที่กำหนด - เว้นร่องระหว่างแผ่นพื้นประมาณ 3–5 มิลลิเมตร เพื่อรองรับการขยายตัว
และหดตัวของวัสดุจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ - ตรวจสอบระดับความเรียบของพื้นอย่างสม่ำเสมอ
และปรับแต่งให้แผ่นพื้นแนบสนิทตลอดแนว
4. การเก็บรายละเอียดและตรวจสอบหลังการติดตั้ง
- หลังติดตั้งเสร็จ ควรตรวจสอบงานเพื่อความเรียบร้อย
และความปลอดภัยในการใช้งาน - ตรวจสอบความแน่นของสกรูหรือคลิปล็อกทุกจุด เพื่อให้แน่ใจว่า
พื้นยึดติดแน่น ไม่มีการขยับหรือเกิดช่องว่าง - ติดตั้งบัวปิดขอบหรือบัวกันน้ำบริเวณขอบพื้น เพื่อเพิ่มความเรียบร้อย
และป้องกันน้ำซึมเข้าสู่โครงสร้างด้านล่าง - ทำความสะอาดพื้นไม้เทียมเพื่อกำจัดฝุ่น เศษวัสดุ และคราบสกปรก
ที่เกิดขึ้นระหว่างการติดตั้ง
พื้นไม้เทียม WPC คืออะไร?
พื้นไม้เทียม หรือ ไม้เทียมปูพื้น คือวัสดุปูพื้นที่ผลิตจาก Wood Plastic Composite (WPC) ซึ่งรวมข้อดีของไม้ธรรมชาติและพลาสติกไว้ด้วยกัน ทำให้มีความแข็งแรง ทนทาน กันน้ำ 100% และไม่ผุพัง
จึงเหมาะสำหรับทั้ง
- พื้นไม้เทียมภายใน เช่น ห้องนั่งเล่น คอนโด
- พื้นไม้เทียมภายนอก เช่น ระเบียง สวน หรือรอบสระว่ายน้ำ
พื้นไม้เทียม ราคาตารางเมตร (อัปเดตล่าสุด)
- ไม้พื้นเทียมแบบกลวง → ประมาณ 700 – 1590 บาท/ตร.ม.
- ไม้พื้นเทียมแบบตัน → ประมาณ 1,500 – 3,290 บาท/ตร.ม.
ราคานี้เป็นราคาโดยประมาณสำหรับวัสดุ หากต้องการทราบราคาไม้เทียมปูพื้นภายนอกแบบรวมติดตั้ง แนะนำให้ติดต่อทีมงานเพื่อประเมินหน้างาน
พื้นไม้เทียมเหมาะกับพื้นที่แบบไหน?
- พื้น WPC ภายใน เหมาะสำหรับบ้าน คอนโด ห้องนั่งเล่น ให้ลุคอบอุ่นเหมือนไม้จริง แต่ดูแลรักษาง่ายกว่า
- พื้นไม้เทียมภายนอก เหมาะสำหรับระเบียง ดาดฟ้า สวน และพื้นที่รอบสระว่ายน้ำ โดยเฉพาะไม้พื้น WPC ที่ทนแดดและฝนได้ดี
ไม้พื้นเทียม vs ไม้จริง เลือกแบบไหนดี?
| คุณสมบัติ | ไม้พื้นเทียม (WPC) | ไม้จริง |
|---|---|---|
| ความทนทาน | ทนแดด ทนฝน ใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอก | เสื่อมสภาพง่ายเมื่อโดนแดดและฝน |
| การกันน้ำ | กันน้ำ 100% ไม่บวม | มีโอกาสบวมและผุเมื่อโดนน้ำ |
| ปลวกและแมลง | ปลอดปลวก ไม่เป็นเชื้อรา | เสี่ยงปลวกและแมลงกัดกิน |
| การดูแลรักษา | ไม่ต้องทาสี ดูแลง่าย | ต้องทาสีและดูแลสม่ำเสมอ |
| อายุการใช้งาน | ยาวนาน 10–25 ปี | อายุสั้นกว่า ขึ้นอยู่กับการดูแล |
| ความปลอดภัย | ไม่มีเสี้ยนไม้ ปลอดภัยต่อการใช้งาน | อาจมีเสี้ยนไม้ |
| ความสวยงาม | ลายไม้ธรรมชาติ ใกล้เคียงไม้จริง | สวยแบบธรรมชาติแท้ |
| ราคา | คุ้มค่าในระยะยาว (พื้นไม้เทียม ราคาตารางเมตรคุ้มกว่า) | ราคาสูง และมีค่า Maintenance เพิ่ม |
หากคุณกำลังมองหาไม้เทียมปูพื้น ที่ใช้งานได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะงานไม้เทียมปูพื้นภายนอก เช่น ระเบียงหรือสวน พื้นไม้เทียม WPC ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า ทั้งในเรื่องความทนทานและความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับไม้จริง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพื้นไม้เทียม K.S. WOOD
ไม้เทียม/พื้นไม้เทียม อายุการใช้งานนานกี่ปี
อายุการใช้งานของพื้นไม้สังเคราะห์/พื้นไม้เทียมนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ทั้งประเภทของวัสดุ คุณภาพของผลิตภัณฑ์ สภาพแวดล้อม และการดูแลรักษา
พื้นไม้เทียม WPC มีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ย 10-25 ปี หรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุและการดูแลรักษา เหมาะกับเป็นไม้เทียมปูพื้นภายนอก
ไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์ มีอายุการใช้งาน 10-20 ปีขึ้นไป แต่ต้องหมั่นทำสีเป็นระยะ เนื่องจาก สีลอกล่อนง่ายกว่าเมื่อเทียบกับไม้เทียม WPC
ไม้ไวนิล มีอายุการใช้งานประมาณ 10 ปี โดยประมาณ อายุการใช้งานจะมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับ แกนวัสดุที่นำมาประกอบ เช่น แกน SPC และ WPC อายุการใช้งาน จะเพิ่มเป็น 10-20 ปี
ความหนาของ ชั้น Wear Layer ที่ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนและการสึกหรอ เป็นอีกตัวช่วยสำคัญ ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานยิ่งขึ้น
ไม้เทียม/พื้นไม้เทียม แต่ละประเภทเหมาะกับการใช้งานแบบไหน?
พื้นไม้เทียม WPC แบบรุ่นไม่เคลือบผิว เหมาะกับการใช้งานภายใน เนื่องจาก ผิวที่ไม่เคลือบจะไม่เหมาะกับบริเวณที่โดนแดดจัด
การติดตั้งในที่ร่มจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น ไม้เทียมWPC รุ่นเคลือบผิว ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี UltraShield Co-Extrusion จะเป็น พื้นไม้ WPC สำหรับปูพื้นภายนอกที่สามารถใช้งานในบริเวณที่โดดแสงแดดจัดทั้งวันได้ เช่น รอบสระว่ายน้ำ ระเบียงกลางแจ้ง ท่าเรือ ฯ
ไม้เทียม/พื้นไม้เทียมมีข้อเสียอะไรบ้าง
แม้พื้นไม้เทียมจะเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับงานบ้านและงานตกแต่ง แต่ก็มีข้อเสียบางประการที่ผู้ใช้งานควรรู้ก่อนตัดสินใจ
เพื่อให้เลือกประเภทวัสดุได้เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น WPC, PVC หรือ SPC
พื้นไม้เทียมภายนอก บางชนิดซีดจางได้เมื่อโดนแดดจัดโดยเฉพาะรุ่นที่ไม่ได้เคลือบผิว Co-extrusion เมื่อโดนแสง UV ต่อเนื่องหลายปีอาจเกิดสีซีดหรือพื้นผิวด้านลง
วัสดุที่มีส่วนผสมของพลาสติก เช่น WPC มักมีการขยาย-หดตัวเมื่อเจอความร้อน หากติดตั้งไม่ถูกวิธีอาจเกิดการโก่งหรือแอ่นได้
พื้นไม้เทียมต้องใช้วิธีติดตั้งเฉพาะ เช่น การเว้นร่องระบาย การยึดคลิป หรือการติดตั้งบนโครง ทำให้ต้องใช้ทีมงานที่มีประสบการณ์
พื้นไม้เทียม WPC จะมีราคาสูงกว่าไม้จริงบางประเภท ในบางพื้นที่ที่สามารถหาไม้จริงราคาถูกได้ พื้นไม้เทียมอาจมีราคาสูงกว่า โดยเฉพาะรุ่นที่มีเทคโนโลยีเคลือบผิวพิเศษ ไม้เทียมปูพื้นภายนอก โดยเฉพาะ
ไม้เทียม/พื้นไม้เทียม ติดตั้งยากไหม?
การติดตั้งไม่ยาก แต่ควรติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญ เพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพและทนทาน สำหรับพื้นไม้เทียมภายนอกของK.S.WOOD
ต้องติดตั้งตามวีธีการติดตั้งที่ผู้ผลิตกำหนดเท่านั้น เพราะเกี่ยวพันถึงเงื่อนไขการรับประกันสินค้าในอนาคต โดยหลักๆแล้วการติดตั้งพื้นไม้เทียมภายนอก
จะเน้นที่การเว้นระยะระหว่างรอยต่อหัวไม้ ที่ 2-3 mm. และรอยต่อระหว่างหัวไม้และผนังปูน ที่อย่างน้อย 5 mm. เพื่อรองรับอัตราการยืดหดและขยายตัว
ตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ของไม้พื้นสังเคราะห์/พื้นไม้เทียม ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คือการติดตั้งที่ใส่ใจถึงการการยืดอายุการใช้งานของสินค้า
ให้ยาวนานยิ่งขึ้น ทำให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าจากระยะการใช้งานที่มากขึ้น

