พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ E0 สำคัญต่อสุขภาพอย่างไร? รู้ทันฟอร์มาลดีไฮด์

ทำไมพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ที่ปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ต่ำระดับ Super E0 จึงสำคัญต่อสุขภาพ?

พื้นบ้านอาจดูสวย สะอาด และไม่มีกลิ่นผิดปกติ แต่ภายในวัสดุอาจมีสารที่ค่อย ๆ ระเหยออกสู่อากาศโดยที่เรามองไม่เห็น โดยเฉพาะ ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) ซึ่งอาจพบในกาวและสารยึดประสานของผลิตภัณฑ์ไม้ หากได้รับสารในระดับที่ก่อให้เกิดผลกระทบซ้ำ ๆ หรือเป็นเวลานาน อาจทำให้ระคายเคืองตา จมูก ลำคอ กระตุ้นอาการหอบหืด และเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับโรคมะเร็งบางชนิด การเลือก พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ที่ปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ในปริมาณต่ำระดับ E0 พร้อมผลทดสอบที่ตรวจสอบได้ จึงเป็นส่วนสำคัญในการลดแหล่งกำเนิดมลพิษภายในบ้าน และช่วยดูแลคุณภาพอากาศที่สมาชิกในครอบครัวต้องสูดหายใจทุกวัน

รู้จัก Formaldehyde

ฟอร์มาลดีไฮด์เป็นสารเคมีที่มีสถานะเป็นก๊าซ ไม่มีสี และมีกลิ่นฉุน นิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตกาวและเรซินสำหรับยึดประสานวัสดุประเภทไม้ประกอบ เช่น ไม้อัด พาร์ติเคิลบอร์ด แผ่น MDF เฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน และพื้นไม้เอ็นจิเนียร์บางประเภท

รู้จัก formaldehyde สารสำคัญในการเลือกซื้อพื้นไม้ให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ผลิตจากไม้หลายชั้นที่นำมายึดประสานเข้าด้วยกัน ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดไม้เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงคุณภาพของกาว วัตถุดิบ กระบวนการผลิต และการควบคุมการปล่อยสารของผู้ผลิต

หากใช้กาวหรือสารยึดประสานที่ควบคุมการปล่อยสารได้ไม่ดี ฟอร์มาลดีไฮด์อาจค่อย ๆ ระเหยออกจากพื้นไม้สู่อากาศภายในห้อง ซึ่งทำให้เกิดการคายจากสารฟอร์มัลดีไฮด์นี้ได้

บ้านที่ไม่มีกลิ่นฉุน ไม่ได้แปลว่าไม่มีฟอร์มาลดีไฮด์

บ้านที่ไม่มีกลิ่นฉุน ไม่ได้แปลว่าไม่มีฟอร์มาลดีไฮด์

หลาย ๆ คน คงใช้กลิ่นเป็นตัวตัดสินความปลอดภัยของวัสดุ หากไม่ได้กลิ่นฉุนก็อาจเข้าใจว่าไม่มีสารอันตราย แต่ในความเป็นจริง การไม่มีกลิ่นไม่ได้ยืนยันว่าอากาศภายในบ้านปราศจากฟอร์มาลดีไฮด์

โดยทั่วไปแล้ว คนแต่ละคนมีความไวต่อกลิ่นที่แตกต่างกัน และหลังจากอยู่ในพื้นที่เดิมเป็นเวลานาน ร่างกายอาจคุ้นชินกับกลิ่นจนรู้สึกว่ากลิ่นจางลง ทั้งที่สารอาจยังคงระเหยอยู่ในอากาศ

สิ่งที่ควรตระหนักคือ พื้นไม้ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ของบ้าน และสมาชิกในครอบครัวอาจอยู่ภายในห้องวันละหลายชั่วโมง โดยเฉพาะห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องทำงาน การลดการปล่อยสารตั้งแต่การเลือกวัสดุจึงมีประสิทธิภาพมากกว่าการรอให้เกิดอาการแล้วจึงแก้ไขในภายหลัง

ผลกระทบต่อสุขภาพ เมื่อได้รับสารฟอร์มาลดีไฮด์

 การได้รับฟอร์มาลดีไฮด์ซ้ำ ๆ ส่งผลต่อสุขภาพได้อย่างไร

ผลกระทบของฟอร์มาลดีไฮด์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งความเข้มข้นของสาร ระยะเวลาที่สัมผัส การระบายอากาศ และความไวของแต่ละบุคคล แต่สิ่งที่เป็นอันตรายคือการได้รับสารซ้ำ ๆ หรือสูดอากาศที่มีความเข้มข้นของสารสูงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ซึ่งเอกสาร WHO Guidelines for Indoor Air Quality: Selected Pollutants เป็นคู่มือฉบับเต็มเกี่ยวกับ แหล่งกำเนิด การรับสัมผัส ผลกระทบทางสุขภาพ และแนวทางควบคุมฟอร์มาลดีไฮด์ภายในอาคาร

ระคายเคืองตา จมูก และลำคอ

ฟอร์มาลดีไฮด์เป็นสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ผู้ที่สัมผัสอาจมีอาการ เช่น

  • แสบตาหรือน้ำตาไหล
  • แสบจมูกและคัดจมูก
  • เจ็บหรือระคายคอ
  • ไอ
  • ปวดศีรษะ
  • คลื่นไส้
  • หายใจไม่สะดวก

หากมีอาการเหล่านี้เมื่ออยู่ในห้องหรืออาคารบางแห่ง และอาการบรรเทาลงเมื่อออกจากพื้นที่ ควรตรวจสอบการระบายอากาศและวัสดุภายในห้องเพิ่มเติม

กระตุ้นอาการหอบหืดและปัญหาระบบทางเดินหายใจ

การสัมผัสฟอร์มาลดีไฮด์อาจทำให้ผู้ที่มีระบบทางเดินหายใจไวต่อสารระคายเคืองเกิดอาการไอ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด หรือหายใจลำบาก

ผู้ที่เป็นโรคหอบหืดหรือมีปัญหาระบบทางเดินหายใจอยู่แล้ว อาจมีอาการกำเริบเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีความเข้มข้นของสารสูงหรือระบายอากาศไม่เพียงพอ

ทำให้เกิดความไวต่อสารและอาการแพ้

การสัมผัสฟอร์มาลดีไฮด์อาจทำให้บางคนเกิดความไวต่อสารมากขึ้น เมื่อได้รับสารอีกครั้ง แม้ในระดับที่ไม่สูงมาก ก็อาจเกิดอาการระคายเคืองหรืออาการแพ้ได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

นอกจากอาการทางระบบทางเดินหายใจแล้ว ผู้ที่ไวต่อสารอาจมีอาการผื่นแดง คัน หรือผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสผลิตภัณฑ์ที่มีฟอร์มาลดีไฮด์

ความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง จากการสัมผัสในระดับสูงหรือเป็นเวลานาน

ฟอร์มาลดีไฮด์ได้รับการจัดให้เป็น สารก่อมะเร็งในมนุษย์ โดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็ง หรือ IARC

หลักฐานด้านมะเร็งส่วนใหญ่มาจากการศึกษากลุ่มผู้ประกอบอาชีพที่สัมผัสฟอร์มาลดีไฮด์ในระดับสูงและเป็นเวลานาน เช่น ผู้ที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมหรือทำงานเกี่ยวข้องกับสารเคมี โดยพบความสัมพันธ์กับโรคบางประเภท ได้แก่

  • มะเร็งโพรงหลังจมูก
  • มะเร็งโพรงจมูกและไซนัสข้างจมูก
  • มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดไมอีลอยด์

ข้อมูลนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ใช้เลือกใช้พื้นไม้จะต้องเป็นมะเร็ง หรือการสัมผัสเพียงเล็กน้อยจะทำให้เกิดโรคในทันที แต่เพื่อย้ำเตือน และให้ตระหนักว่า การลดการสัมผัสสารก่อมะเร็งที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะภายในบ้านที่ต้องอยู่อาศัยทุกวัน เป็นแนวทางป้องกันที่ไม่ควรมองข้าม

ใครบ้างที่ต้องระวังฟอร์มาลดีไฮด์เป็นพิเศษ

แม้ทุกครอบครัวควรให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศภายในบ้าน แต่สมาชิกบางกลุ่มอาจไวต่อสารระคายเคืองมากกว่าคนทั่วไป

  • เด็กเล็ก เด็กมักนั่ง เล่น หรือนอนอยู่ใกล้พื้น รวมถึงมีระบบทางเดินหายใจและร่างกายที่ยังอยู่ในช่วงพัฒนา การเลือกวัสดุปล่อยสารต่ำจึงช่วยลดการสัมผัสสารที่ไม่จำเป็นในพื้นที่ซึ่งเด็กใช้ชีวิตเป็นเวลานาน
  • ผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุอาจมีระบบภูมิคุ้มกันหรือระบบทางเดินหายใจที่อ่อนแอลง รวมถึงอาจมีโรคประจำตัว การอยู่ในพื้นที่ที่มีสารระคายเคืองจึงอาจทำให้เกิดอาการได้ง่ายขึ้น
  • ผู้ที่เป็นโรคหอบหืดหรือภูมิแพ้ ผู้ที่เป็นโรคหอบหืด ภูมิแพ้ หรือมีระบบทางเดินหายใจไว อาจมีอาการไอ คัดจมูก แน่นหน้าอก หรือหายใจลำบากเมื่อสัมผัสฟอร์มาลดีไฮด์และสารระเหยภายในอาคาร
  • ผู้ที่ใช้เวลาอยู่ภายในบ้านเป็นเวลานาน ผู้ที่ทำงานจากบ้าน ผู้ป่วยติดบ้าน หรือผู้ที่อยู่ในห้องปรับอากาศเกือบตลอดวัน อาจมีระยะเวลาสัมผัสมลพิษภายในอาคารมากกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะในบ้านที่ปิดประตูหน้าต่างและไม่มีการถ่ายเทอากาศที่ดี

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ K.S. WOOD ปลอด Formaldehyde ได้รับค่ามาตรฐานระดับ E0 ตามมาตรฐานยุโรป และ Super E0 ตามมาตรฐานญี่ปุ่น 

ทำไมบ้านสมัยใหม่ยิ่งต้องใส่ใจเรื่องสารฟอร์มาลดีไฮด์

บ้านและคอนโดมิเนียมสมัยใหม่มักออกแบบให้ปิดมิดชิด เพื่อป้องกันความร้อน ฝุ่น เสียง และรักษาประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศ แต่ข้อจำกัดคือ อากาศภายในอาคารอาจถ่ายเทน้อยลง

หากภายในห้องมีวัสดุหลายชนิดที่คายสาร เช่น พื้นไม้ ตู้บิลต์อิน เฟอร์นิเจอร์ กาว สีทาภายใน และวัสดุตกแต่ง สารระเหยจากทุกแหล่งอาจรวมตัวกันอยู่ภายในพื้นที่เดียว

แม้วัสดุแต่ละชิ้นอาจปล่อยสารไม่มาก แต่เมื่อมีวัสดุจำนวนมากและห้องมีการระบายอากาศจำกัด ความเข้มข้นของสารภายในอาคารก็อาจเพิ่มขึ้นได้ การเลือกพื้นไม้ที่ปล่อยสารต่ำจึงช่วยลดแหล่งกำเนิดหนึ่งที่มีพื้นที่ผิวขนาดใหญ่ภายในบ้าน

เลือกใช้ ไม้พื้นเอ็นจิเนียร์ระดับ Super E0 เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ระดับ Super E0 เป็นคำที่ใช้สื่อถึงผลิตภัณฑ์ไม้ที่มีการควบคุมการปล่อยฟอร์มาลดีไฮด์ให้อยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่มีค่าการปล่อยสารสูงกว่า ในขณะเดียวกัน ไม้เอ็นจิเนียร์ในไทย ซึ่งก็คือจาก K.S. WOOD แบรนด์เดียวในไทยที่ได้รับผ่านการทดสอบในระดับ Super E0 มาตรฐานค่าฟอร์มาลดีไฮด์ของญี่ปุ่น 🇯🇵  (JIS / F☆☆☆☆)

ค่าตัวเลข (Emission Rate) ตามมาตรฐานญี่ปุ่น การวัดจะใช้หน่วย mg/L จากการทดสอบแบบ Desiccator Method

มีระดับค่ามาตรฐานดังนี้

ระดับค่าฟอร์มาลดีไฮด์
F☆≥ 5.0 mg/L
F☆☆≤ 5.0 mg/L
F☆☆☆≤ 1.5 mg/L
F☆☆☆☆≤ 0.3 mg/L 

วัสดุไม้ที่ได้มาตรฐานระดับ F☆☆☆☆ หรือ Super E0 คือวัสดุที่มีการปล่อยฟอร์มาลดีไฮด์ในระดับต่ำมาก จึงเหมาะสำหรับการใช้งานภายในบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น ห้องนอน หรือบ้านที่มีเด็กเล็ก

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ K.S. WOOD ผ่านการทดสอบการปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ตามมาตรฐานประเทศญี่ปุ่น (Japanese Test Standard) ในระดับ Super E0 โดยผลการทดสอบเป็น ND (Not Detected) ซึ่งหมายถึง ไม่ตรวจพบการปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ภายในขีดจำกัดการตรวจวัดของห้องปฏิบัติการ ทั้งยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่ากำหนดของมาตรฐาน Super E0 (≤ 0.30 mg/L)  

ซึ่งกำหนดโดย Japanese Industrial Standards และควบคุมการใช้งานในอาคารโดย Ministry of Land, Infrastructure, Transport and Tourism 

เพียงเลือกใช้ไม้พื้นเอ็นจิเนียร์ที่คุณภาพดี มีมาตารฐาน และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งานเป็นอันดับแรก แค่นี้ก็สบายใจหายห่วงแล้ว

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ K.S. WOOD ปลอด Formaldehyde ได้รับค่ามาตรฐานระดับ E0 ตามมาตรฐานยุโรป และ Super E0 ตามมาตรฐานญี่ปุ่น



SGS Test Report ยืนยันมาตรฐาน Super E0 ของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ K.S. WOOD

พื้นไม้ที่ดีต้องสวยและปลอดภัยต่อการอยู่อาศัย

ฟอร์มาลดีไฮด์อาจพบในกาวและสารยึดประสานของผลิตภัณฑ์ไม้ประกอบ รวมถึงพื้นไม้เอ็นจิเนียร์บางประเภท การสัมผัสในระดับที่ก่อให้เกิดผลกระทบอาจทำให้ระคายเคืองตา จมูก ลำคอ กระตุ้นอาการหอบหืด และทำให้ผู้สัมผัสบางรายเกิดความไวต่อสารมากขึ้น

สำหรับการสัมผัสในระดับสูงหรือเป็นเวลานาน ฟอร์มาลดีไฮด์ได้รับการจัดเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ และมีหลักฐานเชื่อมโยงกับมะเร็งบางชนิดในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพที่สัมผัสสารในระดับสูง

การเลือกพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ที่ปล่อยฟอร์มาลดีไฮด์ต่ำระดับSuper  E0 พร้อมผลทดสอบที่ตรวจสอบได้ จึงเป็นหนึ่งในวิธีลดการสัมผัสสารที่ไม่จำเป็น และช่วยดูแลคุณภาพอากาศภายในบ้านตั้งแต่ต้นทาง

เพราะพื้นไม้ที่ดีไม่ควรทำให้บ้านสวยเพียงวันที่ติดตั้งเสร็จ แต่ควรเป็นวัสดุที่สมาชิกในครอบครัวสามารถใช้ชีวิตอยู่ใกล้ได้อย่างมั่นใจในระยะยาว

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ K.S. WOOD ปลอด Formaldehyde ได้รับค่ามาตรฐานระดับ E0 ตามมาตรฐานยุโรป และ Super E0 ตามมาตรฐานญี่ปุ่น

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพื้นไม้Super E0 และฟอร์มาลดีไฮด์

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ทุกชนิดมีฟอร์มาลดีไฮด์หรือไม่?

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์แต่ละผลิตภัณฑ์อาจมีการปล่อยฟอร์มาลดีไฮด์ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับประเภทกาว วัตถุดิบ กระบวนการผลิต และการควบคุมคุณภาพ ควรขอผลการทดสอบของผลิตภัณฑ์รุ่นนั้นโดยตรง แทนการพิจารณาจากชื่อประเภทวัสดุเพียงอย่างเดียว

ไม่ใช่ Super E0 หมายถึงผลิตภัณฑ์มีการควบคุมการปล่อยฟอร์มาลดีไฮด์ให้อยู่ในระดับต่ำตามเกณฑ์และวิธีทดสอบที่ระบุ ไม่ได้หมายถึงไม่มีฟอร์มาลดีไฮด์เลย และเกณฑ์Super  E0 อาจแตกต่างกันตามมาตรฐานที่ใช้

ไม่สามารถสรุปจากกลิ่นเพียงอย่างเดียวได้ การไม่มีกลิ่นไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีฟอร์มาลดีไฮด์ ขณะเดียวกัน กลิ่นจากพื้นใหม่อาจมาจากสารระเหยหลายชนิด วิธีที่น่าเชื่อถือกว่าคือการตรวจสอบผลทดสอบจากห้องปฏิบัติการ

ควรให้ความสำคัญกับวัสดุที่ปล่อยสารต่ำ เพราะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่เป็นโรคหอบหืด และผู้ที่มีระบบทางเดินหายใจไว อาจได้รับผลกระทบจากสารระคายเคืองได้ง่ายกว่าคนทั่วไป อย่างไรก็ตาม ควรเลือกวัสดุปล่อยสารต่ำร่วมกันทั้งห้อง ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะพื้นไม้เพียงอย่างเดียว

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

สนใจผลิตภัณฑ์ ขอทราบโปรโมชั่น คำแนะนำอื่น ๆ เกี่ยวกับสินค้า หรือ การติดตั้ง และเข้าชมสินค้าที่โชว์รูม
share :
Facebook
LinkedIn
X

Related NEWS & IDEA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save