ไม้เอ็นจิเนียร์ (Engineered Wood) เป็นวัสดุยอดนิยมในงานพื้นและงานตกแต่งภายใน ด้วยโครงสร้างหลายชั้นที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและลดการบิดตัวเมื่อเทียบกับไม้จริง
แต่เบื้องหลังของความแข็งแรงนี้ มีกาวเป็นองค์ประกอบสำคัญ
กระบวนการผลิตไม้เอ็นจิเนียร์จะนำไม้หลายชั้นมาประกบกันด้วยกาวอุตสาหกรรม ซึ่งกาวบางประเภทอาจมีสารที่เรียกว่า Formaldehyde (ฟอร์มาลดีไฮด์) อยู่ในองค์ประกอบ
และนี่คือเหตุผลที่ค่าฟอร์มาลดีไฮด์กลายเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ใช้งานไม่ควรมองข้าม
Formaldehyde กับวงการไม้
Formaldehyde เป็นสารเคมีในอนุพันธ์กลุ่ม Aldehyde ในอุณหภูมิห้อง มีสถานะเป็นแก๊ส ไม่มีสี กลิ่นฉุนแสบจมูก และติดไฟได้ง่าย ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมไม้ โดยเฉพาะในกาวประเภท Urea-formaldehyde (UF) และ Phenol-formaldehyde (PF)

ทำไมถึงยังต้องใช้สารนี้อยู่ แน่นอนว่าสารเหล่านี้ จะช่วยให้ไม้ยึดเกาะแน่น เพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง และทำให้ต้นทุนการผลิตเหมาะสม ซึ่งให้แรงยึดเกาะสูง ทำให้ไม้หลายชั้น เช่น ไม้เอ็นจิเนียร์ มีความแข็งแรงและทนต่อแรงใช้งานได้ดี
แต่ในขณะเดียวกัน หากมีการปล่อยสาร (Emission) ในระดับสูง อาจส่งผลต่อสุขภาพ เช่น
- ระคายเคืองตา จมูก และผิวหนัง
- ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ
- หากได้รับในปริมาณมากและระยะยาว อาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ
- ผลระยะยาว: เป็นสารก่อมะเร็งที่ได้รับการยืนยัน (โดยเฉพาะมะเร็งโพรงจมูก) และส่งผลเสียต่อระบบประสาทและระบบสืบพันธ์

ทำไมต้องใส่ใจค่าฟอร์มาลดีไฮด์
แม้ว่าไม้เอ็นจิเนียร์จะมีความเสี่ยงต่ำกว่าไม้อัดสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ (เช่น MDF หรือ Particle Board) แต่ก็ยังคงมีโอกาสปล่อยสารนี้ ซึ่งการตรวจค่าฟอร์มาลดีไฮด์จึงสำคัญ เพราะช่วยให้มั่นใจว่า ปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ปิด เช่น ห้องนอน คอนโด และผ่านมาตรฐานสากลด้านคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality)

มาตรฐานกาวอัดประสาน (Formaldehyde Emission)
หลาย ๆ คน คงเคยเห็นค่าเหล่านี้มาบ้าง E2, E1 และ E0 ค่าพวกนี้คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรบ้าง
ในอุตสาหกรรมไม้แปรรูป เช่น ไม้เอ็นจิเนียร์ ไม้อัด MDF หรือ Particle Board
กาวอัดประสาน คือหัวใจสำคัญที่ยึดชั้นไม้เข้าด้วยกัน แต่สิ่งที่ต้องควบคุมคือ การปล่อยสาร Formaldehyde (Emission)
จึงมีการกำหนดระดับมาตรฐาน เพื่อควบคุมความปลอดภัย โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับหลัก ๆ ตารางข้างล่างนี้
(Perforator Method – EN 120)
| ระดับ | ค่าการปล่อยสาร | การปล่อยสาร |
| E2 | > 8 mg/100g | สูง |
| E1 | ≤ 8 mg/100g | ปานกลาง (ผ่านมาตรฐาน) |
| E0 | ≤ 5 mg/100g | ต่ำมาก |
ในมาตรฐานของยุโรป กำหนดให้ ผลิตภัณฑ์่มีค่าการปล่อยสารไม่เกินระดับ E1 ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ประกอบการงานไม้ในไทย จะอยู่ในระดับ E1 และ E0
รู้จักค่ามาตรฐานญี่ปุ่น 🇯🇵

นอกจากมาตจรฐานของยุโรปแล้ว ญี่ปุ่นก็เข้มงวดเรื่องนี้มากเช่นกัน จึงมี The Japanese Industrial Standards Committee (JISC) ค่ามาตรฐานญี่ปุ่น 🇯🇵 กับการควบคุมค่าการปล่อยฟอร์มาลดีไฮด์อย่างเข้มงวด เป็นหนึ่งในมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับสูง
มาตรฐานค่าฟอร์มาลดีไฮด์ของญี่ปุ่น (JIS / F☆☆☆☆) ซึ่งกำหนดโดย Japanese Industrial Standards และควบคุมการใช้งานในอาคารโดย Ministry of Land, Infrastructure, Transport and Tourism
ค่าตัวเลข (Emission Rate) ตามมาตรฐานญี่ปุ่น การวัดจะใช้หน่วย mg/L จากการทดสอบแบบ Desiccator Method
มีระดับค่ามาตรฐานดังนี้
| ระดับ | ค่าฟอร์มาลดีไฮด์ |
| F☆ | ≥ 5.0 mg/L |
| F☆☆ | ≤ 5.0 mg/L |
| F☆☆☆ | ≤ 1.5 mg/L |
| F☆☆☆☆ | ≤ 0.3 mg/L |
วัสดุไม้ที่ได้มาตรฐานระดับ F☆☆☆☆ หรือ Super E0 คือวัสดุที่มีการปล่อยฟอร์มาลดีไฮด์ในระดับต่ำมาก จึงเหมาะสำหรับการใช้งานภายในบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น ห้องนอน หรือบ้านที่มีเด็กเล็ก
ดังนั้น หากใครกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ไม้พื้น หรือผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน และต้องใช้กาวอัดประสาน ควรเลือกที่มีการตรวจสอบการปลดปล่อยสารจากสถาบันที่น่าเชื่อถือได้ มีใบรับรอง เพื่อความปลอดภัยของตนในระยะยาว

ไม้เอ็นจิเนียร์ ของ K.S. WOOD ได้รับมาตรฐาน E0 และ Super E0
K.S. WOOD ให้ความใส่ใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้ใช้งานเป็นอันดับแรกเสมอ ผลิตภัณฑ์ไม้พื้นเอ็นจิเนียร์ ได้รับมาตรฐาน E0 ตามมาตรฐานยุโรป และ ระดับ Super E0 ตามมาตรฐานญี่ปุ่น แบรนด์เดียวในไทย ปล่อยสารระเหยต่ำมาก ปลอดภัยต่อสุขภาพ
ผลทดสอบการปลดปล่อยสาร Formaldehyde ของไม้เอ็นจิเนียร์ K.S. WOOD ตามมาตรฐานญี่ปุ่น
จะเห็นได้ว่า มีค่าปลดปล่อยสารเพียง 0.15 mg/L ซึ่งอยู่ในระดับ Super E0 (Class JAS F4★★★★ Equivalent)

ผลทดสอบ ไม้พื้นเอ็นจิเนียร์ K.S. WOOD แบบ Multilayer ได้รับค่ามาตรฐาน Super E0 จากญี่ปุ่น JIS ปลดปล่อยสารระเหยน้อยมาก หรือแทบไม่ปลดปล่อย ลงน้ำยากันปลวกในเนื้อกาว
ผลทดสอบการปลดปล่อยสาร Formaldehyde ของไม้เอ็นจิเนียร์ K.S. WOOD ตามมาตรฐานยุโรป
จะเห็นได้ว่า มีค่าปลดปล่อยสารเพียง 0.4 mg/100g ซึ่งอยู่ในระดับ E0

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
https://www.who.int/publications/i/item/9789289002134
https://forprod.forest.go.th/forprod/Tips/Silvic-ebook/Forest_Discuss/Group2/G2_t09.pdf
https://www.epa.gov/formaldehyde
https://www.americanchemistry.com/chemistry-in-america/chemistries/formaldehyde/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไม้เอ็นจิเนียร์และฟอร์มาลดีไฮด์
ไม้เอ็นจิเนียร์มีฟอร์มาลดีไฮด์อันตรายไหม?
ไม้เอ็นจิเนียร์มีการใช้กาวในกระบวนการผลิต จึงอาจมีฟอร์มาลดีไฮด์อยู่บ้าง แต่หากเลือกสินค้าที่ผ่านมาตรฐาน เช่น E1, E0 หรือ F☆☆☆☆ จะมีการปล่อยสารในระดับต่ำและปลอดภัยต่อการใช้งานภายในอาคาร
ควรเลือกไม้เอ็นจิเนียร์ระดับไหนดี
แนะนำให้เลือกอย่างน้อยระดับ E1 ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับการใช้งานภายในบ้าน
แต่หากต้องการความปลอดภัยสูงขึ้น ควรเลือก E0 หรือ F☆☆☆☆ โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กหรือผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ
ไม้เอ็นจิเนียร์ปล่อยฟอร์มาลดีไฮด์นานหรือไม่
การปล่อยฟอร์มาลดีไฮด์จะเกิดขึ้นมากในช่วงแรกหลังติดตั้ง และจะค่อย ๆ ลดลงตามเวลา
การเลือกวัสดุที่มีค่าการปล่อยต่ำตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ





