ติดต่อ K.S. WOOD ทาง LINE

LINE

@kswood

พื้นไม้ปาเก้

ปาเก้คืออะไร? รู้จักไม้ปาเก้ ตั้งแต่แบบดั้งเดิมถึง Parquet Tiles ลาย Versailles

ปาเก้ หรือ ปาร์เก้ (Parquet Flooring) คือพื้นที่นำไม้ชิ้นเล็กมาจัดเรียงต่อกันเป็นลวดลาย แทนการใช้ไม้แผ่นยาวปูเรียงตรงเพียงอย่างเดียว ปาเก้แบบดั้งเดิมมักเป็นไม้จริงชิ้นเล็ก ติดตั้งด้วยกาวหรือตะปู แล้วขัดและทำสีที่หน้างาน ส่วนปาเก้รุ่นใหม่อาจประกอบลวดลายมาเป็นแผ่น หรือ Parquet Tiles เพื่อให้ออกแบบลายเรขาคณิตที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น

สรุปสั้น ๆ: พื้นไม้ปาเก้เด่นที่การนำชิ้นไม้มาต่อเป็นลาย เช่น ก้างปลา เชฟรอน ตะกร้าสาน และ Versailles ให้บรรยากาศอบอุ่น มีรายละเอียด และสามารถใช้เป็นจุดเด่นของห้องได้ แต่ต้องให้ความสำคัญกับความแห้งและความเรียบของพื้นเดิม รวมถึงฝีมือการติดตั้งมากกว่าพื้นลายตรงทั่วไป

ปาเก้ ไม้ปาเก้ และพื้นไม้ปาร์เก้ คือไม้ชนิดเดียวกันหรือไม่?

โดยทั่วไปหมายถึงวัสดุกลุ่มเดียวกัน ต่างกันเพียงรูปแบบการเขียนและบริบทที่ใช้ค้นหา

  • ปาเก้ / ไม้ปาเก้ เป็นคำที่คนไทยพิมพ์ค้นหากันมาก
  • ปาร์เก้ / พื้นไม้ปาร์เก้ เป็นรูปเขียนที่พบได้ทั่วไปในร้านค้าและบทความงานพื้น
  • Parquet Flooring เป็นคำภาษาอังกฤษ ใช้เรียกพื้นไม้ที่นำชิ้นส่วนมาจัดเป็นแพตเทิร์น
  • Parquet Tiles หมายถึงลวดลายที่ประกอบมาเป็นแผ่นหรือโมดูล ช่วยควบคุมรูปทรงของลายที่ซับซ้อน

พื้นไม้ปาเก้มีกี่แบบ?

ในตลาดมี“ปาเก้” หลายรูปแบบ หากแยกตามลักษณะสินค้าและวิธีประกอบลาย จะเข้าใจง่ายเป็น 3 กลุ่ม

1. ปาเก้ไม้จริงแบบดั้งเดิม

เป็นไม้จริงชิ้นสั้น ผ่านการอบ ไส และอาจทำลิ้นรอบตัว ช่างนำไปปูเรียงด้วยกาวหรือยึดบนพื้นรองรับ จากนั้นจึงขัด ปรับผิว ทำสี และเคลือบผิวที่หน้างาน ชนิดไม้ที่พบได้บ่อย ได้แก่ ไม้สัก ไม้มะค่า ไม้แดง ไม้ตะแบก ไม้โอ๊ค และไม้วอลนัท

จุดเด่นคือได้ผิวสัมผัสของไม้จริงและสามารถเลือกทิศทางการเรียงไม้ได้หลายแบบ แต่คุณภาพงานขึ้นอยู่กับการคัดสีไม้ ความชื้นของไม้ สภาพพื้นรองรับ กาว และฝีมือช่าง

2. โมเสกปาเก้

ใช้ไม้ชิ้นเล็กกว่าปาเก้ทั่วไป นำมาเรียงเป็นชุดหรือเป็นแผ่นย่อยก่อนติดตั้ง เหมาะกับลายตาราง ลายตะกร้าสาน หรือลายเรขาคณิต จุดที่ต้องตรวจเป็นพิเศษคือความสม่ำเสมอของเฉดสี รอยต่อ และแนวของแต่ละชุด เพราะความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยจะมองเห็นได้เมื่อปูเต็มห้อง

3. Parquet Tiles หรือปาเก้ประกอบลายเป็นแผ่น

เป็นการนำชิ้นไม้มาประกอบแพตเทิร์นมาเป็นโมดูล ช่วยให้สร้างลายที่มีรายละเอียด เช่น Versailles Pattern ได้เป็นระบบมากกว่าการวางไม้ทีละชิ้น ขนาดแผ่นที่ใหญ่ขึ้นยังช่วยให้ผู้ออกแบบคำนวณจังหวะของลายและวางตำแหน่งกลางห้องได้ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม คำว่า Parquet Tiles ไม่ได้ยืนยันโดยอัตโนมัติว่าเป็นไม้ตันหรือไม้หลายชั้น ก่อนเลือกซื้อควรตรวจโครงสร้างจริง ความหนาชั้นผิว ระบบเคลือบ และวิธีติดตั้งตามเอกสารของรุ่นนั้น

พื้นไม้ปาเก้ A LA CARTE

ปาเก้ต่างจากพื้นไม้จริงและพื้นไม้เอ็นจิเนียร์อย่างไร?

คำว่า “ปาเก้” กับ “พื้นไม้เอ็นจิเนียร์” ไม่ได้เป็นคำตรงข้ามกันเสียทีเดียว เพราะ ปาเก้บอกลักษณะการจัดลาย ส่วน Engineered Wood บอกโครงสร้างของแผ่นไม้ จึงมีสินค้าบางรุ่นที่เป็นพื้นไม้เอ็นจิเนียร์และทำลายปาเก้ได้ในเวลาเดียวกัน

หัวข้อเปรียบเทียบปาเก้ไม้จริงแบบดั้งเดิมพื้นไม้จริงแผ่นยาวพื้นไม้เอ็นจิเนียร์
ลักษณะเด่นไม้ชิ้นสั้น นำมาเรียงเป็นลายไม้จริงชิ้นใหญ่ ปูเป็นแนวยาวผิวหน้าไม้จริงบนโครงสร้างไม้หลายชั้น
ภาพรวมงานออกแบบสร้างลายได้หลากหลายและมีรายละเอียดเรียบ หรู เห็นลายไม้ต่อเนื่องมีทั้งลายตรง ก้างปลา เชฟรอน และลายประกอบ
การยืด–หดต้องควบคุมความชื้นและการติดตั้งอย่างรอบคอบแปรตามชนิดไม้ ขนาดแผ่น และความชื้นโครงสร้างสลับชั้นช่วยเพิ่มเสถียรภาพของแผ่น
การติดตั้งมักใช้กาวหรือตะปู และบางระบบต้องขัดทำสีหน้างานใช้กาว ตะปู หรือระบบตามรุ่นใช้กาวหรือระบบล็อกตามที่ผู้ผลิตกำหนด
การซ่อมเปลี่ยนเฉพาะชิ้นได้ แต่ต้องจับคู่สีและลายซ่อมหรือเปลี่ยนเป็นแผ่นเปลี่ยนเป็นแผ่นและขัดใหม่ได้เฉพาะรุ่นที่ชั้นผิวรองรับ
เหมาะกับใครผู้ที่ต้องการลายไม้เฉพาะและยอมให้เวลากับงานช่างผู้ที่ชอบไม้แผ่นใหญ่และลายธรรมชาติผู้ที่ต้องการผิวไม้จริงพร้อมความเสถียรและงานติดตั้งที่ควบคุมได้ง่ายขึ้น

หากบ้านมีการเปิด–ปิดเครื่องปรับอากาศบ่อย หรือกังวลเรื่องการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและความชื้น สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมในหน้า พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ K.S. WOOD เพื่อเปรียบเทียบโครงสร้างและวิธีติดตั้งก่อนตัดสินใจ

ลายปาเก้ยอดนิยม เลือกลายอย่างไรให้เข้ากับพื้นที่?

ลายก้างปลา (Herringbone)

-ใช้ไม้ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าวางสลับกันเป็นมุมฉาก เกิดจังหวะคล้ายก้างปลา เหมาะกับห้องรับแขก ห้องอาหาร หรือโถงที่ต้องการความคลาสสิกโดยไม่ดูเป็นทางการเกินไป

ลายเชฟรอน (Chevron)

-ปลายไม้ถูกตัดเฉียงและประกบกันเป็นตัว V เส้นของลายจึงต่อเนื่องและชัดกว่าก้างปลา ช่วยนำสายตาให้ห้องดูลึกหรือยาวขึ้น แต่ต้องวางแนวแกนกลางให้แม่น เพราะความคลาดเคลื่อนจะเห็นได้ง่าย

-แม้ทั้งสองลายจะให้จังหวะคล้ายรูปตัว V แต่ทิศทางการตัดหัวไม้และแนวต่อแตกต่างกัน สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Chevron ต่างจาก Herringbone อย่างไร

ลายตะกร้าสานและลายบล็อก

-นำไม้หลายชิ้นมารวมเป็นสี่เหลี่ยม แล้วหมุนทิศทางสลับกัน เหมาะกับบ้านร่วมสมัยหรือการรีโนเวทบ้านเก่าที่ต้องการเก็บอารมณ์ของงานไม้แบบดั้งเดิม

ลาย Versailles

เป็นลายเรขาคณิตที่ประกอบชิ้นไม้หลายทิศทางไว้ภายในกรอบสี่เหลี่ยม ให้รายละเอียดคล้ายงานพื้นในอาคารยุโรปคลาสสิก เมื่อนำมาใช้ในบ้านปัจจุบันไม่จำเป็นต้องแต่งห้องให้ย้อนยุคทั้งห้อง เพียงลดรายละเอียดของผนังและเฟอร์นิเจอร์ ปล่อยให้พื้นเป็นจุดเด่น ก็ทำให้ลายดูร่วมสมัยขึ้นได้

A LA CARTE Parquet Tiles ลาย Versailles

A LA CARTE Parquet Tiles ลาย Versailles ของ K.S. WOOD

สำหรับพื้นที่ที่ต้องการลายไม้เป็นองค์ประกอบหลักของงานออกแบบ K.S. WOOD มี A LA CARTE Parquet Tiles รุ่น ET461 เป็นแผ่นประกอบลาย Versailles โทน White Oak (Caramel) ให้สีไม้โทนอุ่นและรายละเอียดของลายชัดเจน

รายละเอียดสินค้าข้อมูล
รหัสสินค้าET461
ชื่อสินค้าA LA CARTE Parquet Tiles
สี/ชนิดผิวที่ระบุWhite Oak (Caramel)
ลวดลายVersailles Pattern
ขนาด15 × 600 × 600 มม.
พื้นที่ต่อแผ่น0.36 ตร.ม.
ราคาสินค้า4,500 บาท/ตร.ม.

หากต้องการแพตเทิร์นที่มีเส้นนำสายตาชัดเจนขึ้น สามารถเปรียบเทียบกับ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ A LA CARTE ลาย Chevron ก่อนเลือกลายให้เหมาะกับขนาดห้อง

วิธีประมาณจำนวนแผ่นเบื้องต้น

นำพื้นที่ห้องหารด้วย 0.36 แล้วปัดขึ้นเป็นจำนวนเต็ม เช่น ห้องขนาด 20 ตร.ม. ใช้ขั้นต่ำ 20 ÷ 0.36 = 55.56 หรือ 56 แผ่น ก่อนเผื่อการตัด ขอบห้อง การคัดลาย และวัสดุสำรองตามคำแนะนำของผู้ออกแบบหรือทีมติดตั้ง

ราคาข้างต้นเป็นราคาสินค้าตามข้อมูลรุ่นที่ใช้จัดทำบทความ ควรตรวจสอบอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ และสอบถามให้ชัดว่ารวมกาว วัสดุปรับพื้น บัว ตัวจบ ค่าขนส่ง ค่าแรงติดตั้ง และงานเก็บผิวหรือไม่

พื้นไม้ปาเก้ราคาเท่าไร?

พื้นไม้ปาเก้ไม่มีราคากลางเพียงตัวเลขเดียว เพราะสินค้าที่ใช้ชื่อ “ปาเก้” มีตั้งแต่ไม้จริงชิ้นสั้นแบบมาตรฐาน ไปจนถึงแผ่นประกอบลายพิเศษ ราคาจึงขึ้นอยู่กับชนิดไม้ เกรด ความหนา ขนาดชิ้นไม้ ความซับซ้อนของแพตเทิร์น ระบบทำสี และสภาพพื้นเดิม

จากการสำรวจราคาสินค้าที่เปิดเผยในตลาดออนไลน์ พบว่าปาเก้ไม้จริงแบบมาตรฐานมีราคาวัสดุหลายระดับ ตั้งแต่ประมาณ 1,500–2,500 บาท/ตร.ม. ขณะที่รุ่นไม้พิเศษ แผ่นขนาดใหญ่ หรือลายประกอบซับซ้อนอาจสูงกว่านี้ ตัวอย่าง A LA CARTE Parquet Tiles รุ่น ET461 ของ K.S. WOOD อยู่ที่ 4,500 บาท/ตร.ม.

ก่อนเทียบราคา ควรขอใบเสนอราคาแยกอย่างน้อย 7 รายการ

  1. ราคาไม้ต่อพื้นที่ใช้งานจริง
  2. ปริมาณเผื่อตัดและวัสดุสำรอง
  3. ค่าปรับระดับหรือซ่อมพื้นเดิม
  4. ค่าระบบป้องกันความชื้น หากหน้างานจำเป็น
  5. ค่ากาวและวัสดุประกอบ
  6. ค่าติดตั้ง ขัด ทำสี หรือเคลือบผิว
  7. ค่าบัว ตัวจบ ขนส่ง และรื้อพื้นเดิม

ราคาไม้ต่อ ตร.ม. ที่ต่ำกว่า อาจไม่ได้ทำให้งบรวมต่ำกว่าเสมอไป หากพื้นเดิมต้องแก้ไขมาก หรือลายที่เลือกใช้เวลาในการติดตั้งสูง

พื้นไม้ปาเก้เหมาะกับพื้นที่แบบไหน?

พื้นไม้ปาเก้เหมาะกับพื้นที่ภายในที่แห้งและควบคุมสภาพแวดล้อมได้ เช่น ห้องรับแขก ห้องนอน ห้องทำงาน ห้องอาหาร โถงโรงแรม หรือร้านค้าที่ต้องการใช้พื้นสร้างเอกลักษณ์ โดยควรเลือกชนิดไม้ ระบบเคลือบ และกาวให้สอดคล้องกับระดับการใช้งานจริง

พื้นที่ที่ไม่ควรเลือกโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ห้องน้ำ พื้นที่ซักล้าง จุดที่มีน้ำขัง พื้นภายนอก และชั้นล่างที่มีความชื้นจากดินแต่ไม่มีระบบป้องกันความชื้นที่เหมาะสม เพราะน้ำและความชื้นสามารถส่งผลต่อไม้ รอยต่อ และแรงยึดเกาะของกาวได้

สำหรับพื้นที่ใช้งานหนัก ไม่ควรตัดสินจากคำว่า “ปาเก้รับน้ำหนักได้น้อย” เพียงอย่างเดียว ความแข็งแรงของพื้นจริงขึ้นอยู่กับชนิดไม้ ความหนา ระบบพื้นรองรับ กาว และคุณภาพการติดตั้งร่วมกัน จึงควรส่งข้อมูลการใช้งานและน้ำหนักเฟอร์นิเจอร์ให้ผู้ขายหรือผู้ออกแบบประเมินเป็นรายโครงการ

ก่อนปูพื้นไม้ปาเก้ ต้องเตรียมหน้างานอย่างไร?

ปัญหาปาเก้โก่ง พอง หลุด หรือเกิดเสียง ไม่ได้มาจากตัวไม้อย่างเดียว หลายกรณีเริ่มจากพื้นรองรับและลำดับงานก่อสร้าง ดังนั้นก่อนติดตั้งควรตรวจตามรายการต่อไปนี้

1. ตรวจระดับและความเรียบของพื้น

พื้นคอนกรีตต้องแข็งแรง สะอาด และเรียบตามค่าที่ระบบติดตั้งกำหนด จุดนูนหรือแอ่งทำให้กาวสัมผัสไม่สม่ำเสมอ แผ่นอาจโยกหรือเห็นแนวลายไม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Parquet Tiles ที่มีแนวกรอบสี่เหลี่ยมชัดเจน

2. วัดความชื้น ไม่ใช้การสัมผัสด้วยมือ

พื้นดูแห้งไม่ได้แปลว่าความชื้นภายในอยู่ในเกณฑ์ ควรวัดด้วยเครื่องมือและบันทึกค่า ทั้งความชื้นพื้นรองรับ ความชื้นไม้ และสภาพอากาศในห้อง เกณฑ์ที่ยอมรับได้ต้องอ้างอิงคู่มือของไม้ กาว และระบบป้องกันความชื้นที่เลือกใช้ ไม่ควรนำตัวเลขของผลิตภัณฑ์หนึ่งไปใช้แทนอีกผลิตภัณฑ์โดยอัตโนมัติ

3. จัดการความชื้นจากพื้นดินและพื้นที่ข้างเคียง

หากเป็นพื้นคอนกรีตวางบนดิน ต้องตรวจว่ามีระบบป้องกันความชื้นจากด้านล่างหรือไม่ รวมถึงเช็กการรั่วซึมจากห้องน้ำ ระเบียง ผนังภายนอก และท่อน้ำก่อนเริ่มงาน การทาน้ำยาบนผิวหน้าไม่สามารถแก้ต้นเหตุของน้ำที่ยังรั่วอยู่ได้

4. นำไม้เข้าหน้างานตามเงื่อนไขของผู้ผลิต

การพักไม้หรือปรับสภาพไม้ต้องทำตามชนิดและบรรจุภัณฑ์ของสินค้า ไม่ควรแกะกล่องทิ้งไว้นานโดยไม่มีข้อกำหนด ห้องต้องอยู่ในสภาพใกล้เคียงกับช่วงใช้งานจริง งานเปียก เช่น ฉาบปูน เทปรับระดับ และทาสี ควรแห้งเรียบร้อยก่อน

5. วางแนวลายก่อนลงกาว

ลายก้างปลา เชฟรอน และ Versailles ต้องกำหนดแกนกลาง จุดเริ่มลาย และแนวที่ชนกับประตู ผนัง บันได หรือตู้บิลต์อินก่อนติดตั้ง การทดลองวางแบบแห้งช่วยลดปัญหาขอบห้องเหลือเศษเล็กเกินไปและทำให้ลายหลักอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นสวยที่สุด

6. ใช้กาวและระยะขอบตามระบบ

เลือกกาวให้เหมาะกับชนิดไม้ พื้นรองรับ และสภาพหน้างาน ปริมาณกาว ขนาดเกรียง เวลารอก่อนวางไม้ เวลาทำงาน และระยะก่อนเปิดใช้งานต้องยึดตามคู่มือ ไม่ควรใช้วิธีเดียวกับไม้ทุกชนิด

วิธีตรวจงานปูพื้นไม้ปาเก้หลังติดตั้ง

เมื่องานเสร็จแล้ว อย่าดูเฉพาะสีและความเงา ควรตรวจทั้งแนวลาย ผิวสัมผัส และรอยต่อ

  • แนวลาย: แกนกลางและเส้นหลักต้องไม่ค่อย ๆ เบนออกจากแนว โดยเฉพาะลายเชฟรอนและ Versailles
  • ระดับผิว: เดินตรวจทั่วห้องและใช้แสงเฉียงช่วยดูจุดสูงต่ำ แผ่นไม่ควรโยกหรือสะดุดผิดปกติ
  • รอยต่อ: ตรวจช่องว่าง เศษกาว และขอบไม้ที่บิ่น โดยดูทั้งกลางห้องและจุดตัดขอบ
  • เสียง: เคาะและเดินฟังจุดที่ให้เสียงต่างจากบริเวณรอบข้าง แล้วให้ช่างประเมินว่าเกิดจากโพรงกาวหรือโครงสร้างพื้นหรือไม่
  • สีและการคัดไม้: ไม้จริงมีความต่างตามธรรมชาติ แต่ควรกระจายโทนอย่างตั้งใจ ไม่รวมไม้เข้มหรืออ่อนไว้เป็นก้อนโดยไม่ได้ออกแบบ
  • ขอบห้องและตัวจบ: ตรวจรอยต่อกับประตู บัว ตู้ และวัสดุชนิดอื่นให้เรียบร้อย พร้อมเว้นระยะตามระบบ
  • ผิวเคลือบ: หากเป็นงานขัดทำสีหน้างาน ให้ตรวจฝุ่น เม็ดสี รอยลูกกลิ้ง และความสม่ำเสมอของความเงา ส่วนสินค้าทำสีสำเร็จไม่ควรถูกขัดหรือเคลือบซ้ำโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้ผลิต
  • เอกสารส่งมอบ: เก็บรหัสสินค้า ล็อตสินค้า สี กาว ผลวัดความชื้น วิธีดูแล และวัสดุสำรองไว้สำหรับซ่อมในอนาคต

วิธีดูแลไม้ปาเก้ให้สวยนาน

  1. ใช้เครื่องดูดฝุ่นหรือไม้กวาดขนนุ่ม ลดเม็ดทรายที่ทำให้เกิดรอย
  2. เช็ดด้วยผ้าหมาด ไม่เทน้ำหรือล้างพื้นแบบเปียก
  3. ซับน้ำทันทีเมื่อหก และตรวจต้นเหตุหากมีความชื้นซ้ำที่จุดเดิม
  4. ติดแผ่นรองขาโต๊ะ เก้าอี้ และเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องขยับ
  5. ใช้พรมดักฝุ่นบริเวณทางเข้า แต่หลีกเลี่ยงแผ่นรองที่กักความชื้นหรือทำปฏิกิริยากับผิวเคลือบ
  6. ใช้น้ำยาที่ผู้ผลิตพื้นหรือระบบเคลือบรับรอง หลีกเลี่ยงน้ำยาที่มีฤทธิ์รุนแรง
  7. ก่อนขัดหรือทำสีใหม่ ให้ตรวจความหนาชั้นไม้และชนิดผิวเดิม โดยเฉพาะ Parquet Tiles และพื้นไม้เอ็นจิเนียร์

สรุป: ไม้ปาเก้ยังเหมาะกับบ้านปัจจุบันหรือไม่?

ไม้ปาเก้ยังเหมาะกับบ้านและโครงการที่ต้องการพื้นไม้จริงพร้อมลวดลายเฉพาะตัว จุดแข็งของปาเก้ไม่ใช่แค่ความคลาสสิก แต่คืออิสระในการกำหนดจังหวะ ทิศทาง และสัดส่วนของลาย ตั้งแต่ก้างปลาและเชฟรอนไปจนถึง Parquet Tiles ลาย Versailles

ก่อนเลือกซื้อ ให้พิจารณา 4 เรื่องพร้อมกัน ได้แก่ โครงสร้างของสินค้า สภาพพื้นเดิม วิธีติดตั้ง และงบรวมหลังจบงาน หากต้องการลาย Versailles ที่ประกอบมาเป็นแผ่น A LA CARTE Parquet Tiles รุ่น ET461 ของ K.S. WOOD ขนาด 15 × 600 × 600 มม. เป็นอีกทางเลือกสำหรับพื้นที่ภายในที่ต้องการให้พื้นเป็นจุดเด่นของงานออกแบบ

ต้องการดูตัวอย่างสี วางแพตเทิร์น หรือประเมินจำนวนแผ่นจากแบบพื้นที่ สามารถส่งแบบแปลนและขนาดหน้างานให้ทีม K.S. WOOD ช่วยตรวจสอบก่อนขอใบเสนอราคา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปาเก้และพื้นไม้ปาเก้

พื้นไม้ปาเก้คืออะไร?

พื้นไม้ปาเก้คือพื้นซึ่งนำไม้ชิ้นเล็กมาจัดเรียงเป็นลวดลาย เช่น ก้างปลา เชฟรอน ตะกร้าสาน หรือ Versailles ปาเก้แบบดั้งเดิมมักเป็นไม้จริงชิ้นเล็ก ส่วนสินค้ารุ่นใหม่อาจประกอบลายมาเป็นแผ่น Parquet Tiles

ไม้ปาเก้เป็นไม้จริงหรือไม่?

ปาเก้แบบดั้งเดิมส่วนใหญ่เป็นไม้จริง แต่คำว่า Parquet ในปัจจุบันอาจใช้กับพื้นไม้เอ็นจิเนียร์หรือวัสดุที่ทำลายปาเก้ด้วย จึงต้องตรวจโครงสร้างและชั้นผิวของแต่ละรุ่น ไม่ควรตัดสินจากชื่อลายเพียงอย่างเดียว

ปาเก้กับพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ต่างกันอย่างไร?

ปาเก้บอกวิธีจัดชิ้นไม้ให้เป็นลวดลาย ส่วนพื้นไม้เอ็นจิเนียร์บอกโครงสร้างหลายชั้นของแผ่นไม้ สินค้าหนึ่งรุ่นจึงสามารถเป็นทั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์และทำลายปาเก้ได้

พื้นไม้ปาเก้ราคาเท่าไร?

ราคาขึ้นอยู่กับชนิดไม้ เกรด ความหนา ขนาดชิ้นไม้ ลวดลาย และงานติดตั้ง ปาเก้ไม้จริงแบบมาตรฐานที่เปิดเผยราคาในตลาดออนไลน์อยู่หลายระดับประมาณ 1,500–2,500 บาท/ตร.ม. ส่วน A LA CARTE Parquet Tiles รุ่น ET461 ของ K.S. WOOD ราคา 4,500 บาท/ตร.ม. ควรตรวจสอบราคาปัจจุบันและรายการที่รวมในใบเสนอราคาก่อนสั่งซื้อ

พื้นปาเก้โดนน้ำได้หรือไม่?

ควรหลีกเลี่ยงน้ำขังและความชื้นต่อเนื่อง เพราะน้ำอาจกระทบไม้ รอยต่อ และกาว หากมีน้ำหกควรซับทันที และไม่ควรใช้ในห้องน้ำหรือพื้นที่ภายนอกโดยไม่มีระบบที่ผู้ผลิตรับรอง

ปาเก้ซ่อมเฉพาะจุดได้หรือไม่?

ทำได้ในหลายกรณี เพราะสามารถเปลี่ยนชิ้นหรือโมดูลที่เสียหาย แต่ต้องหาไม้ สี ความหนา และลายให้เข้ากับพื้นเดิม จึงควรเก็บวัสดุสำรองและข้อมูลล็อตสินค้าหลังติดตั้ง

พื้นปาเก้มีปลวกหรือไม่?

ปาเก้ที่มีส่วนประกอบจากไม้มีความเสี่ยงจากปลวกตามธรรมชาติ ระดับความเสี่ยงขึ้นอยู่กับชนิดไม้ กระบวนการป้องกันปลวก สภาพอาคาร และระบบกำจัดปลวกของหน้างาน ควรตรวจเอกสารรับประกันของรุ่นสินค้าโดยตรง

Parquet Tiles รุ่น ET461 ใช้กี่แผ่นต่อหนึ่งตารางเมตร?

หนึ่งแผ่นครอบคลุม 0.36 ตร.ม. ดังนั้นหนึ่งตารางเมตรใช้ประมาณ 2.78 แผ่น ในการสั่งซื้อจริงต้องปัดขึ้นเป็นจำนวนเต็มและเผื่อการตัด คัดลาย และวัสดุสำรองตามแบบพื้นที่

share :
Facebook
LinkedIn
X

Related NEWS & IDEA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save