การเลือกซื้อกระเบื้องยาง SPC ในปี 2026 ไม่ควรเลือกจากเพียงความหนาหรือลายไม้สวยเท่านั้น แต่ควรตรวจสอบโครงสร้างพื้นผิว ความหนาของ Wear Layer ต้องหนา 0.5 mm. ระบบ Click Lock 5G คุณภาพแกน SPC ค่าการปล่อยสาร VOC มาตรฐานด้านคุณภาพอากาศภายในอาคาร ตลอดจนรายละเอียดของขอบแผ่นหรือระบบร่องลิ้นอย่าง V-Groove หรือเลือก Micro Bevel เพราะคุณสมบัติเหล่านี้มีผลต่อทั้งความทนทาน ความสวยสมจริง ความเรียบร้อยหลังติดตั้ง และประสบการณ์ใช้งานในระยะยาว
Checklist ก่อนซื้อกระเบื้องยาง ควรเช็กอะไรบ้าง?
การเลือกกระเบื้องยาง SPC ที่ดีในปัจจุบันควรพิจารณาหลายองค์ประกอบร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ ความหนาต่าง ๆ หากมีพื้นกระเบื้องยาง SPC ที่มีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกัน และยังมีความหนาเท่ากัน อย่างเช่น มีความหนา 8 มม. เท่ากัน อาจมีคุณภาพและประสิทธิภาพการใช้งานแตกต่างกันอย่างมาก ดังนั้น K.S. WOOD จึงเสนอวิธีทำเช็กลิสต์เอาไว้ หากแบรนด์ไหนตรงคุณสมบัติเหล่านี้มากที่สุด ก็นำไปใช้ได้อย่างสบายใจและตอบโจทย์แน่นอน!
ตาราง Checklist เลือกกระเบื้องยาง SPC
| คุณสมบัติที่ควรเช็ก | สิ่งที่ควรพิจารณา | ทำไมจึงสำคัญ |
| ความหนารวม | เลือกให้เหมาะกับพื้นที่และระบบติดตั้ง ควรหนา ประมาณ 8 mm. เพื่อความแข็งแรง และเหมาะสมกับพื้นที่ | มีผลต่อความแข็งแรงและความรู้สึกขณะเดิน |
| Wear Layer | ดูค่าความหนาของชั้นกันสึกแยกจากความหนารวม ซึ่งแนะนำอยู่ที่หนา 0.5 mm. | เป็นชั้นที่รับการเสียดสีโดยตรง |
| UV Coating | ควรมีชั้นเคลือบผิวที่ช่วยดูแลรักษาพื้นผิว | ช่วยเพิ่มความทนทานและทำความสะอาดง่าย |
| SPC Core | ตรวจสอบความแข็งแรงและความเสถียรของแกนกลางที่ทำจาก Virgin Material 100% | มีผลต่อการคงรูปของแผ่น และช่วยให้พื้นมีความแข็งแรง |
| Click Lock | ร่องล็อกต้องประกบแน่นและผลิตได้แม่นยำ ในปัจจุบันควรใช้ระบบ 5G Click Lock System | ลดโอกาสเกิดรอยแยกหรือขอบเคลื่อน ซึ่งลิ้นล็อก 5G จะง่ายต่อการติดตั้ง และข้อดีในเรื่องของล็อกแผ่นไม้ ร่องแนบสนิท น้ำไม่ซึมลงไปใต้แผ่นไม้ |
V-Groove (Pressed Bevel) / Micro Bevel | เลือกร่องให้เหมาะกับขนาดแผ่นและดีไซน์ ซึ่ง ร่องวี (Pressed Bevel) จะสวยงามกว่า | ช่วยสร้างมิติและความสมจริงของพื้นไม้ |
| Embossing / EIR | ควรเลือก EIR เพราะจะทำให้ลายไม้มีมิติ สวยงาม เหมือนไม้จริงมากขึ้น | ทำให้พื้นดูคล้ายไม้ธรรมชาติมากขึ้น |
| Underlay | ตรวจสอบชนิดและความหนาของแผ่นรอง หากรองโฟม XIPE ให้เลือกก่อน ช่วยลดเสียงขณะเดิน และยังนุ่มเท้าอีกด้วย | มีผลต่อเสียงและความรู้สึกขณะเดิน |
| ผลทดสอบ VOC / Indoor Air Quality | มองหาผลทดสอบหรือการรับรองจากแหล่งที่ตรวจสอบได้ | สำคัญต่อคุณภาพอากาศภายในอาคาร |
| มาตรฐานและการรับประกัน | ตรวจสอบเอกสาร เงื่อนไข และขอบเขตการรับประกัน | ช่วยประเมินคุณภาพได้มากกว่าคำโฆษณา |

Checklist มีอะไรบ้าง
1. อย่าดูแค่ความหนารวม ต้องดูว่าแต่ละชั้นให้อะไรมาบ้าง
หนึ่งในความเข้าใจที่พบได้บ่อยที่สุดคือ กระเบื้องยาง SPC ยิ่งหนา ยิ่งดีเสมอ แต่ในความเป็นจริง ความหนารวมเป็นเพียงหนึ่งในสิ่งสำคัญ แต่คุณสมบัติอื่น ๆ ของกระเบื้องยาง SPC ก็ส่งผลต่อคุณภาพและระยะเวลาในการใช้งานเช่นกัน
ดังนั้น สิ่งที่ควรสังเกต และพิจารณาทั้งหมด ควรเป็นโครงสร้างภายในดังนี้
- ชั้น UV Coating
- ชั้น Wear Layer
- ชั้นฟิล์มลายไม้
- แกนกลาง SPC Core
- ชั้นรอง IXPE หรือวัสดุรองชนิดอื่น

2. Wear Layer คือค่าที่ไม่ควรมองข้าม
Wear Layer หรือชั้นกันสึก เป็นชั้นใสที่อยู่เหนือฟิล์มลายและช่วยรับการเสียดสีจากการใช้งานโดยตรง
โดยทั่วไป ผู้ซื้อควรพิจารณาความหนาของ Wear Layer ให้สัมพันธ์กับลักษณะการใช้งาน เช่น
- พื้นที่พักอาศัยทั่วไปที่มีการใช้งานไม่หนักมาก อาจเลือกประมาณ 3 มม.
- บ้านที่มีการใช้งานต่อเนื่อง มีสัตว์เลี้ยง หรือพื้นที่ที่มีการเดินผ่านบ่อย อาจพิจารณา 5 มม.
- พื้นที่เชิงพาณิชย์หรือพื้นที่ใช้งานหนัก ควรดูสเปกที่สูงขึ้นและพิจารณามาตรฐานการใช้งานของผลิตภัณฑ์ประกอบ

3. ควรมี Surface Protection หรือ การเคลือบป้องกันผิวหน้า ที่ชัดเจน
นอกจาก Wear Layer แล้ว ควรตรวจสอบว่าพื้นมี UV Coating หรือชั้นเคลือบผิวด้านบน หรือไม่
ชั้นเคลือบผิวที่ดีช่วยเพิ่มความสามารถในการดูแลรักษา ลดการเกาะของคราบ และช่วยปกป้องพื้นผิวจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน
แต่ UV Coatingเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าพื้นทุกแบรนด์จะมีประสิทธิภาพเท่ากัน จึงควรดูสิ่งอื่นร่วมกันไปด้วย
- ข้อมูลทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์
- ผลการทดสอบ
- เงื่อนไขการรับประกัน
- ลักษณะพื้นที่ที่ผู้ผลิตแนะนำให้ใช้งาน
4. ระบบ 5G Click Lock System รอยต่อแน่น แข็งแรง และติดตั้งได้แม่นยำกว่า
กระเบื้องยาง SPC ยุคใหม่ ระบบ Click Lock ไม่ควรมีหน้าที่เพียงช่วยให้ติดตั้งง่ายเท่านั้น แต่ต้องช่วยให้แผ่นพื้นยึดเข้าหากันได้อย่างแน่นหนา รองรับการใช้งานในระยะยาว และลดโอกาสเกิดปัญหารอยต่อเปิดหรือขอบแผ่นเผยอ ดังนั้น อีกหนึ่ง Checklist สำคัญสำหรับการเลือกพื้น SPC คือการตรวจสอบว่าใช้ ระบบล็อกประเภทใด
หนึ่งในระบบที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตั้งคือ 5G Click Lock System เทคโนโลยีระบบล็อกจาก Välinge Innovation ประเทศสวีเดน ซึ่งออกแบบมาให้แผ่นพื้นสามารถล็อกเข้าหากันได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยเฉพาะบริเวณรอยต่อด้านสั้นของแผ่น

จุดเด่นของระบบ 5G Click Lock System
- รอยต่อแน่นและแข็งแรง
ระบบล็อกได้รับการออกแบบให้แผ่นพื้นเชื่อมต่อกันอย่างมั่นคง ช่วยลดโอกาสเกิดปัญหารอยต่อแยก ขอบแผ่นเผยอ หรือแนวพื้นเคลื่อนตัวเมื่อใช้งานอย่างเหมาะสม - เพิ่มความแข็งแรงของรอยต่อในแนวดิ่ง
กลไกการล็อกของระบบ 5G ช่วยยึดรอยต่อของแผ่นพื้นให้แน่นในแนวดิ่ง จึงช่วยลดโอกาสที่ขอบแผ่นจะยกหรือเกิดระดับไม่เสมอกันจากการใช้งาน - ติดตั้งรวดเร็วและแม่นยำขึ้น
พื้น SPC ระบบ 5G Click Lock สามารถติดตั้งในรูปแบบ Floating Floor โดยไม่ต้องทากาวยึดพื้นทั้งแผ่น ช่วยลดขั้นตอนในการติดตั้ง ทำให้หน้างานสะอาด และช่วยให้ช่างประกอบแผ่นพื้นได้รวดเร็วขึ้น - แนวรอยต่อเรียบร้อย สวยงามเป็นธรรมชาติ
เมื่อระบบล็อกผลิตได้อย่างแม่นยำและติดตั้งอย่างถูกต้อง แผ่นพื้นจะประกบกันอย่างเป็นระเบียบ ช่วยให้แนวรอยต่อดูเรียบร้อย และเสริมความสวยสมจริงของลายไม้ โดยเฉพาะเมื่อทำงานร่วมกับรายละเอียดอย่าง EIR และ V-Groove หรือ Micro Bevel
กระเบื้องยาง SPC ของ K.S. WOOD การเลือกใช้ 5G Click System Licensed by Välinge จึงไม่ได้มีจุดเด่นเพียงเรื่องความสะดวกในการติดตั้ง แต่ยังให้ความสำคัญกับความแข็งแรงและความแม่นยำของรอยต่อ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อคุณภาพของพื้นหลังติดตั้งและการใช้งานในระยะยาว
นอกจากนี้ พื้น SPC ของ K.S. WOOD ยังมีมาตรฐานและการรับรองที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพผลิตภัณฑ์และคุณภาพอากาศภายในอาคาร เช่น FloorScore®, ASSURE Certified™, REACH Compliance และ Émissions dans l’air intérieur ระดับ A+ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณาร่วมกับโครงสร้างพื้น ระบบล็อก และคุณสมบัติด้านการใช้งาน

5. V-Groove (Pressed Bevels) กลายเป็นรายละเอียดสำคัญของพื้น SPC รุ่นใหม่
พื้น SPC ลายไม้ในอดีตจำนวนมากเน้นการต่อแผ่นให้เรียบเสมอกัน แต่พื้น SPC รุ่นใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับ ขอบแผ่นและมิติของร่อง มากขึ้น
V-Groove คืออะไร?
V-Groove คือการออกแบบขอบแผ่นให้เกิดแนวร่องระหว่างแผ่นเมื่อปูเสร็จ ทำให้มองเห็นเส้นแบ่งของแต่ละแผ่นได้ชัดขึ้น คล้ายการปูพื้นไม้จริงเป็นแผ่น
ข้อดีของ V-Groove คือ
- ช่วยสร้างมิติให้พื้น
- ทำให้รูปทรงของแผ่นไม้ชัดเจนขึ้น
- ลดความรู้สึกเหมือนพื้นพิมพ์ลายเป็นผืนเดียว
- เหมาะกับลายไม้ที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ
รู้หรือไม่? Micro Bevel จะเป็นการทำขอบที่ละเอียดและตื้นกว่า V-Groove แบบเด่นชัด ทำให้ยังมองเห็นแนวของแต่ละแผ่น แต่ภาพรวมดูเรียบและร่วมสมัยกว่า

6. ถ้าต้องการลายไม้สมจริง ควรดู Embossing และ EIR
นอกจาก ร่อง V แล้ว ผิวสัมผัสบนหน้าพื้นก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ กระเบื้องยาง SPC ลายไม้ ดูแตกต่างกัน
Embossing เป็นการสร้างลายนูนบนพื้นผิวเพื่อให้เกิดสัมผัสคล้ายเสี้ยนไม้
EIR หรือ Embossed in Register เป็นเทคนิคที่พยายามจัดตำแหน่งลายนูนบนผิวให้สัมพันธ์กับลายไม้ที่พิมพ์อยู่ด้านล่าง เช่น บริเวณที่มองเห็นตาไม้ก็มีผิวสัมผัสสอดคล้องกับตำแหน่งของตาไม้ จึงช่วยให้ทั้งภาพที่มองเห็นและสัมผัสของพื้นไปในทิศทางเดียวกัน
7. Underlay ในตัวต้องดูทั้งชนิดและระบบพื้นโดยรวม
กระเบื้องยาง SPC หลายรุ่นมาพร้อมแผ่นรองด้านหลัง เช่น IXPE เพื่อช่วยเรื่อง
- ลดเสียงจากการเดิน
- เพิ่มความรู้สึกนุ่มขึ้นเล็กน้อย
- ลดเสียงกระทบระหว่างแผ่นพื้นกับพื้นเดิม
แต่การมี Underlay ในตัวไม่ได้หมายความว่าสามารถแก้ปัญหาพื้นเดิมที่ไม่เรียบได้ทั้งหมด
ก่อนติดตั้งจึงยังต้องตรวจสอบ
- ความเรียบของพื้นเดิม
- ความแข็งแรงของพื้น
- ความชื้น
- ระดับพื้นที่
- เงื่อนไขการเตรียมพื้นตามข้อกำหนดของผู้ผลิต

8. VOC และคุณภาพอากาศภายในอาคาร เป็นสิ่งสำคัญ
อีกหนึ่งเช็กลิสต์ที่สำคัญ สำหรับวัสดุตกแต่งภายในที่ควรพิจารณาอย่างยิ่งก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ นั่นคือ ข้อมูลการทดสอบหรือการรับรองด้านการปล่อยสาร VOC ที่ตรวจสอบได้หรือไม่
ตัวอย่างระบบรับรองที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์วัสดุปูพื้น ได้แก่ FloorScore ซึ่งเป็นการรับรองด้านคุณภาพอากาศภายในอาคารสำหรับวัสดุปูพื้นผิวแข็ง รวมถึงวัสดุปูพื้นไวนิล ซึ่งกำหนดข้อจำกัดด้านการปล่อยสารเคมีและ VOC โดย GREENGUARD Gold ใช้เกณฑ์ที่เข้มงวดยิ่งขึ้นสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีผู้ใช้งานกลุ่มอ่อนไหว
9. คุณสมบัติเรื่องการกันน้ำ
ตัววัสดุแกน SPC มีจุดเด่นเรื่องการทนต่อความชื้นเมื่อเทียบกับวัสดุปูพื้นบางประเภท ซึ่งวัสดุในกลุ่มนี้มักจะทนน้ำ และบางแบรนด์อาจจะกันน้ำได้ 100%
สิ่งที่ควรเช็กคือ
- ตัววัสดุพื้นทนน้ำ
- น้ำสามารถซึมผ่านรอยต่อหรือขอบพื้นที่ได้หรือไม่
- สามารถติดตั้งในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงได้หรือไม่ หากไม่ได้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานพื้นที่นั้น ๆ
10. ค่า Anti-Slip
ค่ากันลื่นในงานไม้พื้น SPC เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ ดังนั้นก่อนเลือกซื้อควรเลือกแบรนด์ที่มีการทดสอบค่าความต้านทานการลื่น ด้วยมาตรฐานที่เชื่อถือได้ ค่ากันความลื่นควรมีอย่างน้อยระดับ R10
สรุป Checklist สั้น ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อกระเบื้องยาง SPC
K.S. WOOD สรุปเช็กลิสต์ไว้ให้ แคปรูปเก็บเอาไว้ตัดสินใจได้เลย
- ✅ความหนารวมของแผ่นกระเบื้องยาง SPC
- ✅ความหนา Wear Layer 0.5 mm
- ✅ขนาดแผ่น
- ✅โครงสร้างชั้นวัสดุ กันน้ำ เคลือบป้องกันผิวหน้า แข็งแรง
- ✅ระบบ 5G Click Lock System
- ✅ประเภท Underlay
- ✅ลักษณะขอบ V-Groove หรือ Micro Bevel
- ✅ข้อมูลการทดสอบที่เกี่ยวข้อง เช่น Floor Score
- ✅วิธีการติดตั้ง คำแนะนำต่าง ๆ พร้อมคู่มือ
- ✅เงื่อนไขการรับประกัน
- ✅วิธีการบำรุงรักษา
การเลือกกระเบื้องยาง SPC ควรเปลี่ยนจากการดูเพียงความหนาและลายไม้ มาเป็นการตรวจสอบองค์ประกอบทั้งหมดของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ Wear Layer, UV Coating, SPC Core, Click Lock, Underlay, ผิว EIR ไปจนถึง V-Groove หรือ Micro Bevel ซึ่งมีผลโดยตรงต่อทั้งความสวยและความเรียบร้อยของพื้น
ขณะเดียวกัน ผู้ซื้อยุคใหม่ควรให้ความสำคัญกับข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เช่น ผลการทดสอบ VOC มาตรฐานคุณภาพอากาศภายในอาคาร ค่าการทดสอบด้านการใช้งาน และเงื่อนไขการรับประกัน
กระเบื้องยาง SPC จาก K.S. WOOD ครบทุก Check Lists ที่ต้องมี สำหรับงานพื้นกระเบื้องยาง SPC
กระเบื้องยาง SPC ที่มียอดขายอันดับหนึ่งต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน และปัจจุบันยังได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากมาย
- โครงสร้าง SPC Core Board ความหนารวม 7 mm. ผลิตจากวัสดุใหม่ 100% (Virgin Material) แข็งแรงทนทานใช้งานได้นาน
- ชั้น Wear Layer หนาถึง 0.5 mm. มากกว่าทั่วไปถึง 2 เท่า เคลือบผิวด้วย UV Coating กันรอยขีดข่วนขั้นสุด ป้องกันน้ำได้ 100%
- ระบบลิ้นล็อก 2G / 5G Click System – แค่เสียบแล้วพับ ล็อกแน่น ไม่ขยับขณะเดิน ( ลิขสิทธิ์ Välinge จากประเทศ สวีเดน )
- IXPE Underlay – รองด้วยแผ่นซับ วัสดุ IXPE ลดเสียงดังรบกวนและรองรับแรงกระแทก
- ป้องกันการลื่นล้มด้วย ค่ากันความลื่นระดับ R10 (Slip Resistance)
- ติดตั้งเร็ว ไม่ต้องใช้กาว พร้อมใช้งานได้ทันทีหลังติดตั้ง
- Pet Friendly – ปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง
มั่นใจได้ด้วยการรับรองจาก มาตรฐานระดับสากล
ผลทดสอบของกระเบื้องยาง SPC K.S. WOOD ตามมาตรฐานระดับสากล
- FloorScore® – รับรองคุณภาพอากาศสำหรับวัสดุที่ใช้ภายในอาคาร ปล่อยสาร VOCs ต่ำ ปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย
- A+ VOC Rating – ระดับการปล่อยสารระเหยต่ำที่สุด เหมาะกับบ้านและพื้นที่ปิด
- EU Ecolabel – เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยของยุโรป
- REACH Compliant – ปลอดภัยจากสารเคมีอันตรายตามมาตรฐาน EU
เปรียบเทียบกระเบื้องยาง SPC K.S. WOOD กับพื้น SPC ทั่วไป ควรดูสเปกอะไรบ้าง?
ก่อนตัดสินใจซื้อ กระเบื้องยาง SPC ไม่ควรเปรียบเทียบจากราคาเพียงอย่างเดียว เพราะพื้นแต่ละรุ่นอาจมีความแตกต่างกันทั้งด้านความหนา Wear Layer ระบบ Click Lock ผิวสัมผัส ชั้นเคลือบ และมาตรฐานรับรอง
กระเบื้องยาง SPC รุ่น Hybrid Plus+ ของ K.S. WOOD มีสเปกเด่น เช่น ความหนา 7 มม. ระบบ 5G Click Lock จาก Välinge, Wear Layer 0.5 มม., ผิว EIR, โฟม IXPE ในตัว ขณะที่รุ่น Pressed Bevels มีความหนา 8 มม. และเพิ่มรายละเอียดร่อง V เพื่อสร้างมิติของแผ่นไม้ให้ชัดขึ้น
ตารางเปรียบเทียบกระเบื้องยาง SPC K.S. WOOD กับพื้น SPC ทั่วไปในท้องตลาด
สเปกที่ควรเปรียบเทียบ | กระเบื้องยาง SPC K.S. WOOD | พื้น SPC ทั่วไป |
ความหนารวม | รุ่น Standard หนา 7 มม. / รุ่น Pressed Bevels หนา 8 มม. | แตกต่างกันตามรุ่นและแบรนด์ |
วัสดุแกนกลาง | Virgin Material 100% | อาจเป็น Virgin Material หรือมีวัสดุรีไซเคิลผสม |
Wear Layer | 0.5 mm. | ส่วนใหญ่จะหนาเพียง 0.3 mm. เท่านั้น |
UV Coating | เคลือบกันยูวี | เคลือบกันยูวี |
ผิวสัมผัส | EIR (Embossed in Register) | มักพิมพ์แบบลายนูนทั่วไป |
ระบบติดตั้ง | 5G Click Lock System Licensed by Välinge | ระบบ Click Lock แตกต่างกันตามผู้ผลิต หรือ ลิ้นล็อก 2G |
Underlay | โฟม IXPE ในตัว | บางรุ่นมี บางรุ่นต้องปูเพิ่ม |
ร่องขอบแผ่น | มีทั้ง Standard และ Pressed Bevels / ร่อง V ตามรุ่น | แตกต่างกันตามดีไซน์ |
Slip Resistance | ระบุค่าระดับ R10 ในรุ่นที่เกี่ยวข้อง | ต้องตรวจสอบผลทดสอบของแต่ละรุ่น |
มาตรฐานด้านคุณภาพอากาศและความปลอดภัย | FloorScore®, ASSURE Certified™, REACH Compliance และ Émissions dans l’air intérieur A+ | แตกต่างกันตามแบรนด์และผลิตภัณฑ์ |
ราคา | เริ่มต้น 990 บาท/ตร.ม. สำหรับรุ่น Hybrid Plus+ Standard | มีตั้งแต่ระดับประหยัดถึงพรีเมียม ขึ้นอยู่กับสเปกและบริการ |
ราคาและงบประมาณทีต้องเตรียม สำหรับใช้ปู กระเบื้องยาง SPC
หนึ่งคำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ ปูกระเบื้องยาง SPC ตร.ม. ละ กี่บาท?
หากลูกค้าเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กระเบื้องยาง SPC K.S. WOOD รุ่น Hybrid Plus+
990.- บาท/ตร.ม. โดยมีความหนา 7 mm. ระบบ
- Standard ― ราคา – บาท/ตร.ม. (ความหนา 7 มม. ระบบ 5G Click Lock และโฟม IXPE ในตัว)
- Herringbone ― ราคา 1,- บาท/ตร.ม. (ความหนา 8 มม. ระบบ 5G Click Lock และโฟม IXPE ในตัว)
- Pressed Bevels (ร่อง V)― ราคา 1,- บาท/ตร.ม. (ความหนา 8 มม. ระบบ 5G Click Lock และโฟม IXPE ในตัว)
สำหรับโปรโมชั่น 990.-/ตร.ม. (รวมติดตั้ง) เมื่อซื้อในพื้่นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป*
สอบถามระยะโปรโมชั่นและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายโปรโมชั่น Line: @kswood
นอกจากงบประมาณค่าสินค้า และค่าติดตั้งแล้ว อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น
- งานเคลียร์พื้นที่หน้างานหรืองานปรับระดับพื้นเดิมก่อนติดตั้ง
- บัวและตัวจบงาน
- ค่าปูในรูปแบบพิเศษ หรือลายพิเศษ
ข้อดีและข้อจำกัดของกระเบื้องยาง SPC ที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้
แม้ กระเบื้องยาง SPC จะเป็นวัสดุปูพื้นที่ได้รับความนิยมสูง แต่ไม่มีวัสดุชนิดใดเหมาะกับทุกพื้นที่ การเข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัดจะช่วยให้เลือกใช้งานได้เหมาะสมกว่า
ข้อดีของกระเบื้องยาง SPC
- ทนน้ำและความชื้นได้ดี
แกน SPC มีความเสถียรและไม่บวมพองจากน้ำแบบวัสดุไม้บางประเภท จึงเหมาะกับพื้นที่ภายในบ้านที่อาจมีความชื้นหรือเกิดการหกของน้ำในชีวิตประจำวัน - ติดตั้งรวดเร็วด้วยระบบ 5G Click Lock
สามารถทำความสะอาดด้วยการดูดฝุ่น กวาด หรือเช็ดด้วยผ้าหมาด เหมาะกับการใช้งานในบ้าน คอนโด และพื้นที่ที่ต้องการวัสดุดูแลไม่ยุ่งยาก - ลายไม้สวยสมจริง
หากใช้เทคโนโลการพิมพืดวย EIR จะได้ลายไม้ที่สวยสมจริง เหมือนไม้ธรรมชาติ - ดูแลรักษาง่าย
สามารถทำความสะอาดด้วยการดูดฝุ่น กวาด หรือเช็ดด้วยผ้าหมาด เหมาะกับการใช้งานในบ้าน คอนโด และพื้นที่ที่ต้องการวัสดุดูแลไม่ยุ่งยาก
ข้อจำกัดของกระเบื้องยาง SPC
- ต้องติดตั้งบนพื้นที่เรียบ
แม้ว่าแกนของกระเบื้องยาง SPC จะแข็งแรง แต่หากพื้นเดิมไม่เรียบ มีหลุม หรือมีระดับต่างกันมาก อาจส่งผลต่อระบบ Click Lock และอาจจะเกิดเสียงหรือขยับเมื่อเดินได้ - พื้นที่ในการติดตั้งจำกัด
แม้ว่าพื้นกระเบื้องยาง SPC จะเคลือบกันน้ำและกันความชื้น แต่ไม่สามารถติดตั้งได้ทุกพื้นที่ในบ้านตามต้องการ เช่น พื้นที่เปียก หรือบนพื้นปูซีเมนต์ที่มีค่าความชื้นเกิน 14%

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเลือกซื้อกระเบื้องยาง SPC
- เลือกจากความหนารวมเพียงอย่างเดียว
ความหนารวมของชิ้นไม้ไม่เพียงพอต่อการจเบาอกว่าพื้นรุ่นใดดีกว่า สิ่งที่ควรดูประกอบ คือ Core Board, Wear Layer และ Underlay - ดูเฉพาะราคาต่อตารางเมตร
พื้น SPC ที่ราคาถูกกว่าอาจยังไม่รวมค่าติดตั้ง Underlay บัว ตัวจบ หรือค่าเตรียมพื้น ขณะที่บางราคาอาจเป็นแพ็กเกจรวมบริการแล้ว
วิธีเลือกที่ถูกต้อง จึงต้องเปรียบเทียบจาก ‘งบการจบงานจริง’ - ไม่ตรวจสอบความหนาของ Wear Layer
อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือชั้นป้องกันการสึก หรือ Wear Layer เป็นชั้นที่รับการเสียดสีโดยตรง หากไม่ถามค่านี้ ผู้ซื้ออาจเปรียบเทียบพื้นสองรุ่นที่ดูคล้ายกันแต่มีระดับการรองรับการใช้งานแตกต่างกัน
วิธีเลือกที่ถูกต้อง ตรวจสอบค่า Wear Layer และเลือกให้เหมาะกับระดับการใช้งานของพื้นที่ - คิดว่า Click-Lock ทุกระบบเหมือนกัน
แม้จะเรียกว่า ‘พื้นคลิกล็อก’ เหมือนกั้น แต่การออกแบบของร่องล็อก ความแม่นยำในการผลิต และเทคโนโลยีที่ใช้สามารถแตกต่างกันได้
วิธีเลือกที่ถูกต้อง ตรวจสอบว่าระบบล็อกเป็นประเภทใด ทดลองประกบแผ่นจริง และดูแหล่งที่มาของเทคโนโลยี แนะนำเป็นลิ้นล็อก 5G ลิขสิทธิ์จากผู้ผลิตโดยตรง (ลิขสิทธิ์ Välinge จากประเทศ สวีเดน) - เลือกลายจากรูปออนไลน์เพียงอย่างเดียว
สีของสินค้าผ่านหน้าจอมักแตกต่างกันออกไป หากสะดวกในการเข้าชมสินค้าจริงก่อนเลือกซื้อ แนะนำให้เข้าดูสี ลองสัมผัสพื้นผิว รวมถึงคำแนะนำต่าง ๆ จากผู้เชี่ยวชาญก่อน ควรเลือกสินค้าที่มีโชว์รูมบริการ
คลิกเพื่อดูแผ่นที่ K.S. WOOD โชว์รูมไม้ที่ใหญ่ที่สุดในพระรามที่ 2 - ไม่ได้ดูรายละเอียดเรื่องร่องลิ้นของไม้
ร่องลิ้นไม้ มีความสำคัญทั้งในเรื่องของความสวยงาม ร่องที่ลึก กว้าง หรือสีไม่สัมพันธ์กับหน้าพื้นอาจทำให้ภาพรวมดูไม่เป็นธรรมชาติ และคุณภาพในการติดตั้ง
แนะนำให้เลือกไม้ที่มี ‘ร่องวี’ หรือ ‘Micro Bevel’ - มาตรฐานความปลอดภัยในการใช้งานของผลิตภัณฑ์
สิ่งที่สำคัญมากในการเลือกกระเบื้องยาง SPC คือ บริษัทผู้ผลิตมีการส่งทดสอบผลิตภัณฑ์กับองค์กรที่ได้รับการยอมรับระดับสากล หรือ ระดับโลก ว่าปลอดภัยจริงหรือไม้ มีการทดสอบเรื่องกันรอยตามคำโฆษณาจริง ซึ่งควรมีเอกสารรับรอง
กระเบื้องยาง SPC K.S. WOOD รุ่น Hybrid Plus+ มีเอกสารการทดสอบถูกต้องตามมาตรฐานสากล
Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกระเบื้องยาง SPC ปี 2026
กระเบื้องยาง SPC ยิ่งหนายิ่งดีจริงหรือไม่?
ไม่เสมอไป เพราะความหนารวมเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัย ควรดูร่วมกับความหนา Wear Layer คุณภาพของ SPC Core ระบบ Click Lock ชั้นเคลือบผิว และ Underlay ด้วย พื้นที่หนาเท่ากันอาจมีโครงสร้างและคุณภาพแตกต่างกันได้
กระเบื้องยาง SPC ควรเลือก Wear Layer เท่าไร?
ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน พื้นที่พักอาศัยทั่วไปอาจพิจารณาประมาณ 0.3 มม. ส่วนพื้นที่ที่มีการใช้งานมากขึ้นอาจเลือกประมาณ 0.5 มม. หรือสูงกว่า อย่างไรก็ตามควรดูระดับการใช้งานและข้อมูลทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์ร่วมด้วย ไม่ควรตัดสินจาก Wear Layer เพียงค่าเดียว
V-Groove กับ Micro Bevel แบบไหนเหมาะกับพื้น SPC รุ่นใหม่?
V-Groove เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นมิติและแนวของแผ่นไม้ชัดเจน ส่วน Micro Bevel ให้ร่องที่ละเอียดกว่าและดูเรียบขึ้น สำหรับพื้น SPC ลายไม้ยุคใหม่ ควรเลือกขนาดร่องให้สัมพันธ์กับขนาดแผ่นและดีไซน์โดยรวม มากกว่าตัดสินว่าแบบใดดีกว่าในทุกกรณี
เลือกกระเบื้องยาง SPC ปี 2026 ควรดูมาตรฐานอะไรบ้าง?
ควรดูมาตรฐานหรือผลทดสอบที่สัมพันธ์กับคุณสมบัติที่ผู้ผลิตกล่าวอ้าง เช่น มาตรฐานด้านคุณสมบัติและระดับการใช้งานของวัสดุปูพื้น การทดสอบ VOC หรือคุณภาพอากาศภายในอาคาร รวมถึงผลทดสอบด้านความปลอดภัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สิ่งสำคัญคือควรตรวจสอบว่ามาตรฐานหรือใบรับรองนั้นครอบคลุมผลิตภัณฑ์รุ่นที่กำลังเลือกซื้อจริง






