ในปัจจุบัน พื้น SPC (Stone Plastic Composite) ไม่ได้เป็นเพียงแค่วัสดุทางเลือกอีกต่อไป แต่กลายเป็น “มาตรฐานใหม่” ที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับการปูพื้นบ้านและอาคาร ด้วยคุณสมบัติที่ทนทานต่อรอยขีดข่วน กันน้ำ กันปลวก 100% ติดตั้งง่าย และมีลวดลายที่สมจริงเสมือนธรรมชาติ
แต่ด้วยความที่มีแบรนด์พื้น SPC เกิดขึ้นมากมายในท้องตลาด อาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสน บทความนี้จะพาไปอัปเดตวิธีพิจารณาเลือกซื้อพื้น SPC ยี่ห้อไหนดี ให้คุณได้วัสดุที่ตรงใจ ปลอดภัย และคุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาวมากที่สุด
5 เช็กลิสต์สำคัญ: วิธีเลือกพื้น SPC ให้ได้คุณภาพมาตรฐาน
การเลือกซื้อพื้น SPC ให้ได้คุณภาพและใช้งานได้ยาวนาน มีปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาดังนี้
1. ความหนาของแผ่น SPC และชั้นโฟมรอง (Underlayment)
ความหนาคือปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความแข็งแรงและสัมผัสเวลาเดิน ปัจจุบันพื้น SPC มักจะมาพร้อมชั้นโฟมซับเสียงในตัว (เช่น EVA หรือ IXPE Foam) ซึ่งช่วยให้เดินสบายเท้าขึ้น โดยสามารถแบ่งระดับความหนาได้ดังนี้:
หนา 4 – 5.5 มิลลิเมตร (รวมโฟม): เป็นความหนามาตรฐานที่นิยมใช้ในบ้านพักอาศัยทั่วไป เช่น ห้องนอน หรือห้องนั่งเล่น เพียงพอต่อการใช้งานที่ไม่ได้มีแรงกระแทกหนัก
หนา 6 – 8 มิลลิเมตร: เป็นเกรดพรีเมียม เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีการสัญจรปานกลางถึงหนัก เช่น ห้องครัว โฮมออฟฟิศ ร้านกาแฟ หรือบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่
หนา 8 มิลลิเมตรขึ้นไป: ออกแบบมาเพื่องานพาณิชย์ หรือพื้นที่ที่ต้องรองรับน้ำหนักมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า โชว์รูม หรือพื้นที่สาธารณะ
2. เทคโนโลยีผิวสัมผัสและลวดลาย (Texture & Design)
ผิวสัมผัสไม่เพียงแต่ให้ความสวยงาม แต่ยังเกี่ยวเนื่องกับ “ความปลอดภัย” ปัจจุบันเทคโนโลยีการพิมพ์ลายของ SPC พัฒนาไปมาก โดยแบ่งเป็น:
ผิวเรียบ (Smooth): ทำความสะอาดง่าย มักใช้กับลวดลายหินอ่อนหรือคอนกรีต ให้ลุคโมเดิร์นคลาสสิก
ผิวลายไม้ทั่วไป (Wood Grain): ให้สัมผัสที่มีความฝืดเล็กน้อย ดูอบอุ่นเป็นธรรมชาติ
ผิวสัมผัสแบบ EIR (Embossed in Register): เทคโนโลยีล่าสุดที่ได้รับความนิยมสูงสุด เป็นการกดรอยนูนบนผิวสัมผัสให้ตรงกับลวดลายไม้บนฟิล์มเป๊ะๆ ทำให้ดูมีมิติและสมจริงเหมือนไม้ธรรมชาติมากที่สุด
ข้อควรระวังเรื่องความปลอดภัย: สำหรับบ้านที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยง ควรเลือกพื้นผิวที่มีคุณสมบัติกันลื่น โดยมองหาค่าความฝืดที่ระดับ R9 – R10 ขึ้นไป เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุจากการลื่นล้ม
3. มาตรฐานความปลอดภัยและสุขภาพ (Health & Safety Standards)
ยุคนี้ผู้คนใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น วัสดุที่ใช้ในบ้านจึงต้องปลอดภัย พื้น SPC ที่ดีควรได้รับการรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ ได้แก่:
FloorScore® / Indoor Air Quality: มาตรฐานระดับโลกที่รับรองว่าวัสดุนั้นมีการปล่อยสารระเหย (VOCs) ในระดับที่ต่ำมาก หรือปราศจากฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde Free / E0) ปลอดภัยต่อระบบทางเดินหายใจ
ISO Standards: มาตรฐานที่รับรองระบบบริหารจัดการคุณภาพและสิ่งแวดล้อมจากโรงงานผู้ผลิต
Virgin Material: ควรเลือกแบรนด์ที่ระบุว่าผลิตจากพลาสติกใหม่ (Virgin PVC) ไม่ใช่พลาสติกรีไซเคิล เพราะจะมีความแข็งแรงทนทานและปลอดภัยจากสารเคมีตกค้างมากกว่า
4. การเปรียบเทียบราคาและเกรดวัสดุ
ราคาของพื้น SPC ในตลาดมีความหลากหลายมาก สิ่งที่ต้องระวังคือ “อย่าเลือกซื้อเพียงเพราะราคาถูกที่สุด” เพราะ SPC ราคาถูกมักใช้พลาสติกรีไซเคิล หรือลดสเปกชั้นกันรอย (Wear Layer) ทำให้สีซีดจางไวและเปราะแตกง่าย ควรตั้งงบประมาณและเปรียบเทียบความคุ้มค่า โดยดูจากความหนา ชั้นกันรอย และการรับประกันประกอบกัน
สอบถามกระเบื้องยางspcราคาพิเศษคลิก
5. ระบบติดตั้งและบริการหลังการขาย
พื้น SPC ยุคใหม่นิยมใช้ระบบ Click-Lock ซึ่งติดตั้งง่ายและไร้รอยต่อโดยไม่ต้องใช้กาว อย่างไรก็ตาม “การเตรียมพื้นเดิมให้เรียบ” คือหัวใจสำคัญ ดังนั้นควรเลือกซื้อจากผู้จัดจำหน่ายที่มี:
ทีมช่างติดตั้งที่เชี่ยวชาญ พร้อมประเมินหน้างาน
การรับประกันสินค้า (Warranty) ที่ชัดเจน ทั้งรับประกันตัววัสดุและรับประกันงานติดตั้ง
บริการหลังการขายที่สามารถติดต่อและแก้ไขปัญหาได้จริง
ทริคเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจซื้อ
อ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริง: เพื่อดูปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังการติดตั้ง
ขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ: สอบถามข้อมูลเชิงลึก เช่น หากพื้นเดิมเป็นกระเบื้องหรือพื้นปูน ควรเตรียมการอย่างไร
สัมผัสของจริงที่โชว์รูม: แสงในรูปภาพกับของจริงอาจต่างกัน การไปดูแผ่นตัวอย่างและลองสัมผัสเท็กซ์เจอร์ด้วยตัวเองจะช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นยำที่สุด
แนะนำกระเบื้องยาง SPC คุณภาพจาก K.S. WOOD
หากคุณกำลังมองหาพื้น SPC ที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยงาม ความทนทาน และความคุ้มค่าในระยะยาว กระเบื้องยาง SPC ระบบคลิกล็อก รุ่น Hybrid Plus จาก K.S. WOOD คือตัวเลือกที่ออกแบบมาเพื่อบ้านและโครงการยุคใหม่โดยเฉพาะ
ด้วยมาตรฐานการผลิตระดับพรีเมียมที่ใช้วัสดุคุณภาพสูง (Virgin Material) ปลอดภัยจากสารเคมีอันตราย พร้อมลวดลายที่สวยงามสมจริง และความหนาที่ออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานในสภาพอากาศของประเทศไทย ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าพื้นบ้านของคุณจะทั้งสวยทนทานและอยู่คู่บ้านไปอีกยาวนาน

จุดเด่นของพื้น SPC รุ่น Hybrid Plus
- หนา 7 มม. แข็งแรง ไม่ยุบตัวง่าย
- Wear Layer 0.5 มม. ทนรอยขีดข่วน
- ระบบคลิกล็อก 5G แน่น ไม่แยก
- กันน้ำ 100% ไม่บวม
- มีแผ่นรอง IXPE ลดเสียง
- รับประกันสูงสุด 10 ปี
การเลือกพื้นSPCยี่ห้อไหนดีนั้น ไม่มีคำตอบที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับความต้องการ งบประมาณ และลักษณะการใช้งานของแต่ละบุคคล การพิจารณาหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น จะช่วยให้คุณสามารถเลือกพื้นไม้ SPC ที่เหมาะสมและคุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด ขอให้สนุกกับการเลือกพื้นไม้ SPC ที่ใช่สำหรับบ้านของคุณ!







