ฝ้าไม้เทียมและผนังไม้เทียม
ฝ้าไม้เทียม และ ผนังไม้เทียมคุณภาพสูงจาก K.S. WOOD รับประกันสูงสุด 25 ปี
ฝ้าไม้เทียมและผนังไม้เทียม WPC NewTechWood จาก K.S. WOOD
ออกแบบมาเพื่อการใช้งานทั้งภายในและภายนอกอาคาร ด้วยเทคโนโลยี
การผลิตแบบ Co-Extrusion ช่วยเพิ่มความทนทานต่อแดด ฝน ความชื้น
และรอยขีดข่วน พร้อมผิวหน้าลายไม้ธรรมชาติแบบ Naturale Texture
ให้ความรู้สึกเสมือนไม้จริง แต่แข็งแรงและทนทานกว่าไม้จริงอย่างชัดเจน
วัสดุมีคุณสมบัติกันน้ำ 100% ไม่ผุ ไม่บวม ปลอดปลวก ดูแลรักษาง่าย
ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูง และผ่านมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล
เช่น LEED และ EPD จึงเหมาะสำหรับงานฝ้าและผนังตกแต่งในบ้านพักอาศัย
คอนโด รีสอร์ต ร้านอาหาร ไปจนถึงโครงการก่อสร้างระดับพรีเมียมที่ต้องการ
วัสดุสวยงาม แข็งแรง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมการรับประกัน
ยาวนานสูงสุด 25 ปี
ฝ้าไม้เทียมและผนังไม้เทียม WPC NewTechWood จาก K.S. WOOD
ออกแบบมาเพื่อการใช้งานทั้งภายในและภายนอกอาคาร ด้วยเทคโนโลยีการผลิตแบบ Co-Extrusion ช่วยเพิ่มความทนทานต่อแดด ฝน ความชื้นและรอยขีดข่วน พร้อมผิวหน้าลายไม้ธรรมชาติแบบ Naturale Texture ให้ความรู้สึกเสมือนไม้จริง แต่แข็งแรงและทนทานกว่าไม้จริงอย่างชัดเจน วัสดุมีคุณสมบัติกันน้ำ 100% ไม่ผุ ไม่บวม ปลอดปลวก ดูแลรักษาง่าย ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูง และผ่านมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล เช่น LEED และ EPD จึงเหมาะสำหรับงานฝ้าและผนังตกแต่งในบ้านพักอาศัยคอนโด รีสอร์ต ร้านอาหาร ไปจนถึงโครงการก่อสร้างระดับพรีเมียมที่ต้องการวัสดุสวยงาม แข็งแรง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมการรับประกันยาวนานสูงสุด 25 ปี
ฝ้าไม้เทียมและผนังไม้เทียม WPC NewTechWood
จาก K.S. WOOD
ออกแบบมาเพื่อการใช้งานทั้งภายในและภายนอกอาคาร ด้วยเทคโนโลยีการผลิตแบบ Co-Extrusion ช่วยเพิ่มความทนทานต่อแดด ฝน ความชื้นและรอยขีดข่วน พร้อมผิวหน้าลายไม้ธรรมชาติแบบ Naturale Texture ให้ความรู้สึกเสมือนไม้จริง แต่แข็งแรงและทนทานกว่าไม้จริงอย่างชัดเจน วัสดุมีคุณสมบัติกันน้ำ 100% ไม่ผุ ไม่บวม ปลอดปลวก ดูแลรักษาง่าย ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูง และผ่านมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล เช่น LEED และ EPD จึงเหมาะสำหรับงานฝ้าและผนังตกแต่งในบ้านพักอาศัยคอนโด รีสอร์ต ร้านอาหาร ไปจนถึงโครงการก่อสร้างระดับพรีเมียมที่ต้องการวัสดุสวยงาม แข็งแรง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมการรับประกันยาวนานสูงสุด 25 ปี

PRODUCTS
รุ่นและราคา ฝ้าไม้เทียม และ ผนังไม้เทียม
จุดเด่น ฝ้าไม้เทียม และ ผนังไม้เทียม

หุ้มด้วยโพลีเมอร์

วงกลมกลวงเล็ก
แข็งแรงได้มาตรฐาน

วงกลมกลวงเล็ก แข็งแรงได้มาตรฐาน

เห็ด รา ไม่ขึ้น

ใช้สำหรับงานภายนอกได้ดี
เปียกนํ้าได้ ไม่บวมนํ้า

ใช้สำหรับงานภายนอกได้ดี เปียกนํ้าได้ ไม่บวมนํ้า

ใช้สำหรับงานภายนอกได้ดี
เปียกนํ้าได้ ไม่บวมนํ้า

ทนทานต่อแสงแดดจ้า
และรังสี UV สีไม่ซีดจาง

ทนทานต่อแสงแดดจ้า และรังสี UV สีไม่ซีดจาง

สวยเหมือนไม้ธรรมชาติ
สัมผัสธรรมชาติได้ในบ้านคุณ

สวยเหมือนไม้ธรรมชาติ สัมผัสธรรมชาติได้ในบ้านคุณ

สวยเหมือนไม้ธรรมชาติ
สัมผัสธรรมชาติได้ในบ้านคุณ

ติดตั้งง่าย ไม่ยุ่งยาก

ติดตั้งง่าย
ไม่ยุ่งยาก

ปลอดภัยไร้เสี้ยนไม้

ไม้ไม่บิด ไม่โก่ง
ไม่แตกหักง่าย

ไม้ไม่บิด ไม่โก่ง
ไม่แตกหักง่าย

ปลวกไม่กินเนื้อไม้

ทนทานต่อล้อเลื่อน
และแรงกระแทก

ทนทานต่อล้อเลื่อนและแรงกระแทก

ทนทานต่อความร้อนได้ดีมาก

ทนทานต่อความร้อน
ได้ดีมาก

ไม่ต้องทาสี
ตลอดอายุการใช้งาน

ไม่ต้องทาสีตลอดอายุการใช้งาน

ระบบคลิปล็อก
ป้องกันการเลื่อนของแผ่นไม้

ระบบคลิปล็อก ป้องกันการเลื่อนของแผ่นไม้

ระบบคลิปล็อก ป้องกัน
การเลื่อนของแผ่นไม้
ระบบมาตรฐานคุณภาพ ฝ้าไม้เทียมและผนังไม้เทียม









ฝ้าไม้เทียม และ ผนังไม้เทียม คืออะไร?
ฝ้าผนังไม้เทียมภายนอกเคลือบผิวพิเศษ คือวัสดุตกแต่งอาคารที่ออกแบบมา
โดยเฉพาะสำหรับการใช้งานภายนอก ซึ่งต้องเผชิญกับสภาพอากาศโดยตรง
ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ความร้อน ฝน ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ
วัสดุประเภทนี้พัฒนาขึ้นเพื่อทดแทนไม้จริง โดยยังคงลวดลายและบรรยากาศ
แบบไม้ธรรมชาติ แต่มีความทนทานและอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าอย่างชัดเจน
ฝ้าผนังไม้เทียมภายนอกเคลือบผิวพิเศษ คือวัสดุตกแต่งอาคารที่ออกแบบมา โดยเฉพาะสำหรับการใช้งานภายนอก ซึ่งต้องเผชิญกับสภาพอากาศโดยตรงไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ความร้อน ฝน ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ วัสดุประเภทนี้พัฒนาขึ้นเพื่อทดแทนไม้จริง โดยยังคงลวดลายและบรรยากาศแบบไม้ธรรมชาติ แต่มีความทนทานและอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าอย่างชัดเจน
ส่วนผสมของฝ้าไม้เทียมและผนังไม้เทียม
ฝ้าผนังไม้เทียมภายนอกมักผลิตจากวัสดุ WPC (Wood Plastic Composite) หรือวัสดุคอมโพสิตที่ผสมระหว่างผงไม้และพลาสติกคุณภาพสูง พร้อมสารเติมแต่งเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ความเสถียร และความทนทานต่อสภาพแวดล้อม ทำให้วัสดุไม่ผุ ไม่บวม ไม่แตก และไม่เป็นแหล่งสะสมของปลวกหรือเชื้อรา
ฝ้าไม้เทียมและผนังไม้เทียม เคลือบผิวพิเศษ คืออะไร
จุดเด่นที่ทำให้ฝ้าผนังไม้เทียมสำหรับภายนอกแตกต่างจากไม้เทียมทั่วไป คือ เทคโนโลยีการเคลือบผิวพิเศษแบบ Co-Extrusion รอบด้าน 360°
ซึ่งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิววัสดุจากปัจจัยภายนอก เช่น รังสียูวีจากแสงแดด ช่วยให้สีไม่ซีดจางง่าย น้ำและความชื้น ป้องกันการซึมน้ำและการเสื่อมสภาพ
คราบสกปรกและรอยขีดข่วน ช่วยให้ดูแลรักษาง่าย ผิวสัมผัสที่ได้ยังคง
ลวดลายไม้ธรรมชาติ ให้ความรู้สึกพรีเมียมและสวยงามในระยะยาว
จุดเด่นที่ทำให้ฝ้าผนังไม้เทียมสำหรับภายนอกแตกต่างจากไม้เทียมทั่วไป คือ เทคโนโลยีการเคลือบผิวพิเศษแบบ Co-Extrusion รอบด้าน 360° ซึ่งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิววัสดุจากปัจจัยภายนอก เช่น รังสียูวีจากแสงแดด ช่วยให้สีไม่ซีดจางง่าย น้ำและความชื้น ป้องกันการซึมน้ำและการเสื่อมสภาพ คราบสกปรกและรอยขีดข่วน ช่วยให้ดูแลรักษาง่าย ผิวสัมผัสที่ได้ยังคงลวดลายไม้ธรรมชาติ ให้ความรู้สึกพรีเมียมและสวยงามในระยะยาว

จุดเด่นฝ้าไม้เทียมและผนังไม้เทียม WPC นวัตกรรมยกระดับงานดีไซน์ภายนอก
จุดเด่นฝ้าไม้เทียมและผนังไม้เทียม WPC นวัตกรรมยกระดับงานดีไซน์ภายนอก
1. ทนแดด ทนฝน ออกแบบมาเพื่องานภายนอกโดยเฉพาะ (Weather Resistance) ด้วยนวัตกรรมการเคลือบผิวพิเศษที่ช่วยป้องกันรังสียูวี (UV Protection) ทำให้ทนทานต่อสภาพอากาศที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นแดดจัดหรือฝนตกหนัก สีของไม้เทียมจะไม่ซีดจางง่าย คงความสวยงามยาวนานกว่าไม้ธรรมชาติ
2. เทคโนโลยีเคลือบผิวรอบด้าน 360° (Co-Extrusion Technology) เหนือกว่าด้วยนวัตกรรม Co-Extrusion ที่ป้องปกแกนกลางของไม้รอบด้าน 360 องศา ป้องกันน้ำ ความชื้น คราบสกปรกฝังลึก และรอยขีดข่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานนับสิบปี
3. ลวดลายธรรมชาติ มอบสัมผัสแห่งความเหนือระดับ (Natural Aesthetics) ให้ผิวสัมผัส (Texture) และลวดลายไม้ที่คมชัด สมจริงเสมือนไม้ธรรมชาติ มอบความรู้สึกอบอุ่นและหรูหรา เปลี่ยนพื้นที่ธรรมดาให้กลายเป็น Curated Lifestyle Space ที่สะท้อนรสนิยมของผู้อยู่อาศัย
4. โครงสร้างเสถียร ไม่ผุ ไม่บวม ไม่บิดโก่ง (High Dimensional Stability) หมดปัญหาโครงสร้างไม้เสียรูปจากการยืดหรือหดตัวตามสภาพอากาศ วัสดุ WPC มีความเสถียรสูงมาก แม้ติดตั้งในพื้นที่กลางแจ้งที่ต้องเผชิญความร้อนและความชื้นสลับกัน
5. ปลอดปลวก แมลง และเชื้อรา 100% (Termite & Mold Free) แก้ไข Pain Point สำคัญของไม้ธรรมชาติได้อย่างเด็ดขาด ด้วยส่วนผสมของพลาสติกและผงไม้คุณภาพสูง ทำให้ปลวกและมอดไม่สามารถกัดกินได้ รวมถึงไม่ก่อให้เกิดเชื้อราเมื่อโดนความชื้นสะสม
6. ดูแลรักษาง่าย ไม่ต้องทาสีซ้ำ (Ultra-Low Maintenance) ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการบำรุงรักษาระยะยาว ไม่ต้องเสียบำรุงรักษาด้วยการขัดหรือทาสีเคลือบไม้เป็นประจำทุกปี เพียงแค่ฉีดน้ำล้างทำความสะอาดทั่วไป วัสดุก็กลับมาสวยงามเหมือนใหม่
7. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์มาตรฐานอาคารเขียว (Eco-Friendly & Green Building) ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูง กระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งรองรับและสนับสนุนการประเมินมาตรฐานอาคารเขียวระดับสากล เช่น LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) และมีเอกสารรับรอง EPD (Environmental Product Declaration) สำหรับโครงการที่ต้องการความยั่งยืน
8. ประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ตอบโจทย์งานระดับพรีเมียม (Versatile Applications) สามารถออกแบบเข้ากับสถาปัตยกรรมได้หลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการกรุฝ้าเพดาน หรือทำผนังตกแต่ง (Wall Cladding) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบ้านพักอาศัยระดับลักชัวรี คอนโดมิเนียม รีสอร์ต ร้านอาหาร และโครงการที่ต้องการความโดดเด่นเหนือใคร

มาตรฐานระดับโลก: 12 บททดสอบคุณภาพ ไม้เทียม NewTechWood
NewTechWood เป็นวัสดุไม้เทียม WPC ที่ผ่านการทดสอบคุณภาพอย่างเข้มงวดถึง 12 มาตรฐานระดับสากล ครอบคลุมทั้งความทนทานต่อสภาพอากาศขั้นสุดยอด (Accelerated Weathering) ความแข็งแกร่งรับแรงกระแทก (Impact Resistance) และการยึดเกาะของชั้นเคลือบ UltraShield® เพื่อให้มั่นใจว่าวัสดุทุกแผ่นสามารถรองรับการใช้งานหนัก ทนแดด ทนฝน และรักษาความสวยงามได้อย่างยาวนาน ตอบโจทย์การสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมระดับ
1. หมวดความแข็งแกร่งเชิงกลและโครงสร้าง (Mechanical & Structural Strength)
การทดสอบในหมวดนี้รับประกันว่า ไม้เทียม NewTechWood จะไม่แตกหัก บิดงอ หรือเสียหายจากการรับน้ำหนักและแรงกระแทกในชีวิตประจำวัน
Bending Test (การทดสอบการดัดโค้งของวัสดุ): ประเมินความยืดหยุ่นและขีดจำกัดในการรับแรงดัด เพื่อให้มั่นใจว่าไม้เทียมรองรับน้ำหนักได้โดยไม่เปราะหัก
Abrasion Test (การทดสอบการรับแรงกดและความทนต่อการสึกหรอ): จำลองการสัญจรอย่างหนักหน่วง เพื่อพิสูจน์ว่าพื้นผิวสามารถต้านทานการสึกหรอในพื้นที่ที่มีการใช้งานสูง (Heavy Traffic Area)
Falling Mass Impact Resistance Test (การทดสอบความแข็งแรงเมื่อเกิดแรงกระแทก): ทดสอบการปล่อยตุ้มน้ำหนักตกกระแทก เพื่อยืนยันความแข็งแกร่งของแกนกลางวัสดุเมื่อเกิดอุบัติเหตุของตกใส่
2. หมวดประสิทธิภาพผิวเคลือบ UltraShield® (Surface Coating Performance)
เทคโนโลยี UltraShield® คือหัวใจของความทนทาน การทดสอบเหล่านี้ยืนยันว่าชั้นเคลือบจะไม่หลุดร่อนและกันรอยได้อย่างดีเยี่ยม
Scratch Resistance Test (การทดสอบความต้านทานการขีดข่วน): พิสูจน์ประสิทธิภาพของผิวหน้า UltraShield® ในการป้องกันรอยขีดข่วนจากเฟอร์นิเจอร์ หรือกรงเล็บสัตว์เลี้ยง
Peel Strength Test (การทดสอบความแข็งแรงของการยึดเกาะ): วัดแรงดึงระหว่างชั้นแกนกลางและผิวเคลือบ เพื่อรับประกันว่าจะไม่มีการลอกล่อน (Delamination) ตลอดอายุการใช้งาน
Kick Board Test (การทดสอบแรงกระแทกต่อการยึดเกาะของผิวหน้า): จำลองการเตะหรือกระแทกบริเวณขอบ เพื่อทดสอบความทนทานของเกราะ UltraShield® ไม่ให้กะเทาะออก
3. หมวดความทนทานต่อสภาพอากาศสุดขั้ว (Extreme Weather Durability)
ไม่ว่าจะเป็นแดดจัดในประเทศไทย หรือความชื้นสูง NewTechWood ก็สามารถรักษาสภาพได้อย่างดีเยี่ยม
Accelerated Weathering Test (การทดสอบความทนทานต่อสภาพอากาศและผุกร่อนในระยะยาว): จำลองแสงแดด (UV) และความชื้นขั้นรุนแรง เพื่อพิสูจน์ว่าวัสดุจะไม่กรอบ แตก หรือผุกร่อนในระยะยาว
Freeze-Thaw Cycle Test (การทดสอบด้วยการแช่แข็งและละลายน้ำแข็ง): ทดสอบการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างฉับพลัน เพื่อยืนยันว่าโครงสร้างวัสดุมีความเสถียร ไม่หดหรือขยายตัวจนเกิดความเสียหาย
Boiling Test (การทดสอบด้วยการต้มในน้ำเดือด): แช่วัสดุในน้ำเดือดจัด เพื่อดูปฏิกิริยาต่อความร้อนและความชื้นสูงสุด รับประกันคุณสมบัติการกันน้ำ 100%
Chromatic Aberration Test (การตรวจวัดค่าความคลาดเคลื่อนของสี): ตรวจสอบและควบคุมให้สีของไม้เทียมซีดจางน้อยที่สุดเมื่อผ่านกาลเวลา เพื่อให้ความสวยงามคงเดิมเสมอ
4. หมวดความปลอดภัยในการใช้งาน (Safety & Ergonomics)
ความปลอดภัยของผู้ใช้งานคือมาตรฐานที่ละทิ้งไม่ได้ โดยเฉพาะในโครงการสาธารณะหรือที่พักอาศัย
Pendulum Slip Resistance Test (การทดสอบประสิทธิภาพการป้องกันการลื่น): ใช้ลูกตุ้มจำลองการเดินบนพื้นเปียก เพื่อยืนยันค่าความฝืดของพื้นผิว ลดความเสี่ยงในการลื่นล้ม
Walking Body Voltage Test (การวัดไฟฟ้าสถิตจากการเดิน): ทดสอบและวัดค่าไฟฟ้าสถิตที่เกิดจากการเสียดสี เพื่อความปลอดภัยและสัมผัสที่สบายเท้าเมื่อเดินเท้าเปล่า

1. การเตรียมพื้นที่สำหรับติดตั้งติดตั้ง
ตรวจสอบพื้นที่ติดตั้งให้แน่ใจว่าพื้นผิวเรียบและแข็งแรง ทำความสะอาดพื้นที่
ก่อนติดตั้ง เพื่อป้องกันเศษสิ่งสกปรก ทำให้เกิดอุปสรรคในการติดตั้ง
เช็คตำแหน่งไฟ และทำการ Mark ตำแหน่งก่อนการขึ้นโครงเหล็ก
2. การติดตั้งโครงเหล็ก สำหรับโครงสร้างติดตั้ง
สำหรับงานฝา ให้ใช้โครงเหล็ก GI ป้องกันสนิท ที่สามารถรับน้ำหนักได้ดี
การติดตั้งโครงเหล็กต้องดูระยะการ Drop ฝ้า ระยะห่างโครงเหล็กหลัก
ห่างประมาณ 1 เมตร และระยะห่างคานซอยเหล็ก ที่ประมาณ 350 mm.
สำหรับงานผนัง ใช้โครงเหล็กกล่อง ระยะห่างโครงเหล็กห่างประมาณ 470 mm.
*** การทำโครงสร้างเหล็กทุกครั้งควรทาสีป้องกันสนิมทับบริเวณรอยต่อเพื่อป้องกันการเกิดสนิม เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับงานโครงสร้าง
3. การติดตั้งไม้ฝ้าและผนัง
โดยทั่วไปการเริ่มติดตั้งไม้ฝ้าและผนังแผ่นแรกจะเริ่มด้วยการยิงสกรูลงเนื้อไม้
เข้ากับโครงสร้างโดยตรง แต่สำหรับบางแบรนด์สินค้า เช่น NewTechWood
จะมีอุปกรณ์ Aluminium Starter Clip ที่ยิงลงโครงสร้าง เพื่อใช้ในการล็อกแผ่นไม้แทนการยิงสกรูลงเนื้อไม้โดยตรง ติดตั้งต่อจนเสร็จ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบการติดตั้งของแต่ละแบรนด์ ว่ามีอุปกรณ์เสริมในการติดตั้งอะไรบ้าง เช่น NewTechWood จะมีอุปกรณ์ Smart Clip / ลูกยางสำหรับไม้แผ่นสุดท้าย
ควรปฎิบัติตามเงื่อนไขและวิธีการติดตั้งที่ถูกต้อง จากผู้ผลิต
เพื่อผลประโยชน์ ในการรับสิทธิการรับประกัน
4. การจบงานและตรวจสอบความเรียบร้อย
ใช้ตัวปิดขอบเพื่อเก็บงานให้เรียบร้อย รูปแบบตัวปิดขอบของแต่ละแบรนด์สินค้า
จะต่างกันไป เช่น NewTechWood จะออกแบบตัวปิดขอบให้มีฐานรองรับการยึดกับตัวโครงสร้างก่อนการติดตั้งแผ่นไม้ฝ้าผนังเพิ่มให้ตัวปิดขอบไม่หลุดออกมาโดยง่าย เหมือนการครอบด้วย ตัวปิดขอบแบบตัว L ทั่วไปตรวจสอบความแข็งแรง
และทำความสะอาดก่อนการส่งมอบงาน
1. การเตรียมพื้นที่สำหรับติดตั้งติดตั้ง
ตรวจสอบพื้นที่ติดตั้งให้แน่ใจว่าพื้นผิวเรียบและแข็งแรง ทำความสะอาดพื้นที่ก่อนติดตั้ง เพื่อป้องกันเศษสิ่งสกปรก ทำให้เกิดอุปสรรคในการติดตั้ง เช็คตำแหน่งไฟ และทำการ Mark ตำแหน่งก่อนการขึ้นโครงเหล็ก
2. การติดตั้งโครงเหล็ก สำหรับโครงสร้างติดตั้ง
สำหรับงานฝา ให้ใช้โครงเหล็ก GI ป้องกันสนิท ที่สามารถรับน้ำหนักได้ดี การติดตั้งโครงเหล็กต้องดูระยะการ Drop ฝ้า ระยะห่างโครงเหล็กหลัก ห่างประมาณ 1 เมตร และระยะห่างคานซอยเหล็ก ที่ประมาณ 350 mm. สำหรับงานผนัง ใช้โครงเหล็กกล่อง ระยะห่างโครงเหล็กห่างประมาณ 470 mm.
*** การทำโครงสร้างเหล็กทุกครั้งควรทาสีป้องกันสนิมทับบริเวณรอยต่อเพื่อป้องกันการเกิดสนิม เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับงานโครงสร้าง
3. การติดตั้งไม้ฝ้าและผนัง
โดยทั่วไปการเริ่มติดตั้งไม้ฝ้าและผนังแผ่นแรกจะเริ่มด้วยการยิงสกรูลงเนื้อไม้เข้ากับโครงสร้างโดยตรง แต่สำหรับบางแบรนด์สินค้า เช่น NewTechWood จะมีอุปกรณ์ Aluminium Starter Clip ที่ยิงลงโครงสร้าง เพื่อใช้ในการล็อกแผ่นไม้แทนการยิงสกรูลงเนื้อไม้โดยตรง ติดตั้งต่อจนเสร็จ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบการติดตั้งของแต่ละแบรนด์ ว่ามีอุปกรณ์เสริมในการติดตั้งอะไรบ้าง เช่น NewTechWood จะมีอุปกรณ์ Smart Clip / ลูกยางสำหรับไม้แผ่นสุดท้าย ควรปฎิบัติตามเงื่อนไขและวิธีการติดตั้งที่ถูกต้องจากผู้ผลิต เพื่อผลประโยชน์ในการรับสิทธิการรับประกัน
4. การจบงานและตรวจสอบความเรียบร้อย
ใช้ตัวปิดขอบเพื่อเก็บงานให้เรียบร้อย รูปแบบตัวปิดขอบของแต่ละแบรนด์สินค้าจะต่างกันไป เช่น NewTechWood จะออกแบบตัวปิดขอบให้มีฐานรองรับการยึดกับตัวโครงสร้างก่อนการติดตั้งแผ่นไม้ฝ้าผนังเพิ่มให้ตัวปิดขอบไม่หลุดออกมาโดยง่าย เหมือนการครอบด้วย ตัวปิดขอบแบบตัว L ทั่วไปตรวจสอบความแข็งแรงและทำความสะอาดก่อนการส่งมอบงาน
ผนังไม้เทียมเหมาะกับงานแบบไหน?
- ผนังไม้เทียมภายใน เหมาะสำหรับตกแต่งห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือผนังทีวี ช่วยให้บ้านดูอบอุ่นแบบไม้ธรรมชาติ
- ผนังไม้เทียมภายนอก เหมาะสำหรับผนังบ้านภายนอก อาคาร หรือ façade โดยเฉพาะผนังระแนงไม้เทียมที่ช่วยเพิ่มมิติให้ตัวอาคาร
- ฝ้าไม้เทียม (ฝ้าลายไม้) เหมาะสำหรับเพดานภายในและภายนอก เช่น ระเบียง หรือฝ้าชายคา ให้ความรู้สึกพรีเมียมและดูแลง่าย
ผนังไม้เทียม vs ไม้จริง ต่างกันอย่างไร?
| คุณสมบัติ | ผนังไม้เทียม (WPC) | ไม้จริง |
|---|---|---|
| ความทนทาน | ทนแดด ทนฝน ใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอก | เสื่อมสภาพง่ายเมื่อโดนแดดและฝน |
| การกันน้ำ | กันน้ำ 100% ไม่บวม ไม่ผุ | มีโอกาสบวม ผุ เมื่อโดนน้ำ |
| ปลวกและแมลง | ปลอดปลวก ไม่เป็นเชื้อรา | เสี่ยงปลวกและแมลงกัดกิน |
| การดูแลรักษา | ดูแลง่าย ไม่ต้องทาสี | ต้องดูแลและทาสีสม่ำเสมอ |
| อายุการใช้งาน | 10–25 ปี (บางรุ่นรับประกัน 25 ปี) | อายุสั้นกว่า ขึ้นอยู่กับการดูแล |
| ความปลอดภัย | ไม่มีเสี้ยนไม้ ปลอดภัยต่อการใช้งาน | อาจมีเสี้ยนไม้ |
| การใช้งาน | เหมาะทั้งผนังไม้เทียมภายใน และผนังไม้เทียมภายนอก | เหมาะกับงานภายในมากกว่า |
| ความสวยงาม | ลายไม้ธรรมชาติ เช่น ฝ้าลายไม้ หรือผนังระแนงไม้เทียม | สวยแบบไม้แท้ |
| ราคา | คุ้มค่าในระยะยาว (ผนังไม้เทียมภายนอก ราคาเข้าถึงง่ายกว่า) | ราคาสูง และมีค่า Maintenance เพิ่ม |
หากคุณกำลังมองหาผนังไม้เทียม หรือ ฝ้าไม้เทียม สำหรับใช้งานระยะยาว โดยเฉพาะงานผนังไม้เทียมภายนอก หรือ ฝ้าเพดานไม้เทียม วัสดุ WPC ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า ทั้งในด้านความทนทาน การดูแลรักษา และ ราคาในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย
ฝ้าไม้เทียมและผนังไม้เทียม
ฝ้าและผนังไม้เทียมภายนอกมีอายุการใช้งานนานกี่ปี ?
ฝ้าและผนังไม้เทียม ภายนอก มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน โดยทั่วไป จะอยู่ที่ 10 – 25 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทของวัสดุและการดูแลรักษา
วัสดุอย่าง WPC มักมีความทนทานสูงและเหมากับการใช้งานระยะยาว ฝ้าและผนังไม้เทียม NewTechWood จะมีคู่มือแนะนำการติดตั้งที่ถูกต้อง
รวมถึงการดูแลรักษาที่ถูกวิธี การปฎิบัติตามคู่มือติดตั้งและดูแลรักษาที่ถูงต้องจะเป็นปัจจัยเสริมให้ ระแนงไม้เทียม NewTechWood
มีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากยิ่งขึ้น
ฝ้าและผนังไม้เทียม ภายนอก มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน โดยทั่วไป จะอยู่ที่ 10 – 25 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทของวัสดุและการดูแลรักษาวัสดุอย่าง WPC มักมีความทนทานสูงและเหมากับการใช้งานระยะยาว ฝ้าและผนังไม้เทียม NewTechWood จะมีคู่มือแนะนำการติดตั้งที่ถูกต้อง รวมถึงการดูแลรักษาที่ถูกวิธี การปฎิบัติตามคู่มือติดตั้งและดูแลรักษาที่ถูงต้องจะเป็นปัจจัยเสริมให้ ระแนงไม้เทียม NewTechWood มีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากยิ่งขึ้น
ฝ้าและผนังไม้เทียมภายนอกสามารถทาสีทับได้หรือไม่ ?
ฝ้าและผนังไม้เทียมภายนอก ที่ผลิตขึ้นจากวัสดุ WPC ในขั้นตอนการผลิตจะมีการผสมสีลงในเนื้อไม้เทียมโดยตรง
เพื่อให้สินค้าพร้อมใช้งาน จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทาสีทับฝ้าและผนังไม้เทียมภายนอก NewTechWood ที่ผลิตและพัฒนาด้วย
เทคโนโลยีเคลือบผิวพิเศษ UltraShield Co-Extrusion ที่ช่วยในเรื่องป้องกันสีซีดจาง และการดูดซึมคราบ ผู้ผลิตจึงไม่แนะนำให้ทำการทาสีทับ
เนื่องจากอยู่นอกเงื่อนไขการรับประกันสินค้า
ฝ้าและผนังไม้เทียมภายนอก ที่ผลิตขึ้นจากวัสดุ WPC ในขั้นตอนการผลิตจะมีการผสมสีลงในเนื้อไม้เทียมโดยตรง
เพื่อให้สินค้าพร้อมใช้งาน จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทาสีทับฝ้าและผนังไม้เทียมภายนอก NewTechWood ที่ผลิตและพัฒนาด้วยเทคโนโลยีเคลือบผิวพิเศษ UltraShield Co-Extrusion ที่ช่วยในเรื่องป้องกันสีซีดจาง และการดูดซึมคราบ ผู้ผลิตจึงไม่แนะนำให้ทำการทาสีทับ เนื่องจากอยู่นอกเงื่อนไขการรับประกันสินค้า
ฝ้าและผนังไม้เทียมภายนอก ทนต่อแดดและฝนหรือไม่ ?
ฝ้าและผนังไม้เทียมภายนอก WPC (Wood Plastic Composite) มีคุณสมบัติที่ทนทานต่อแดดและฝนได้ดี
เนื่องจากวัสดุพลาสติกที่ใช้ผลิต เป็นกลุ่ม HDPE+ผงไม้ธรรมชาติที่ช่วยป้องกันความเสียหายจากสภาพอากาศภายนอก
ได้ดีกว่า WPC ชนิดที่ ผสมพลาสติก กลุ่ม PVC ที่จะเหมาะสำหรับงานตกแจ่งภายในมากกว่า สำหรับฝ้าและผนังไม้เทียมภายนอก
NewTechWood ที่ผลิตและพัฒนาด้วย เทคโนโลยีเคลือบผิวพิเศษ UltraShield Co-Extrusion ทำให้ใช้งานกลางแจ้งทนแดด ทนฝนได้
เพราะการเคลือบผิวพิเศษ UltraShield Co-Extrusion ทำให้ สีไม่ซีดง่ายเมื่อถูกแสงแดดเป็นเวลานาน ทนฝนไม่บวมหรือเสียหายเมื่อสัมผัสกับน้ำ
ฝ้าและผนังไม้เทียมภายนอก WPC (Wood Plastic Composite) มีคุณสมบัติที่ทนทานต่อแดดและฝนได้ดี
เนื่องจากวัสดุพลาสติกที่ใช้ผลิต เป็นกลุ่ม HDPE+ผงไม้ธรรมชาติที่ช่วยป้องกันความเสียหายจากสภาพอากาศภายนอกได้ดีกว่า WPC ชนิดที่ ผสมพลาสติก กลุ่ม PVC ที่จะเหมาะสำหรับงานตกแจ่งภายในมากกว่า สำหรับฝ้าและผนังไม้เทียมภายนอก NewTechWood ที่ผลิตและพัฒนาด้วย เทคโนโลยีเคลือบผิวพิเศษ UltraShield Co-Extrusion ทำให้ใช้งานกลางแจ้งทนแดด ทนฝนได้ เพราะการเคลือบผิวพิเศษ UltraShield Co-Extrusion ทำให้ สีไม่ซีดง่ายเมื่อถูกแสงแดดเป็นเวลานาน ทนฝนไม่บวมหรือเสียหายเมื่อสัมผัสกับน้ำ
ฝ้าไม้เทียมและผนังไม้เทียมภายใน
ฝ้าและผนังไม้เทียมภายในมีอายุการใช้งานนานเท่าใด?
อายุการใช้งานของฝ้าและผนังไม้เทียมภายในขึ้นอยู่กับหลายประการ เช่น ชนิดของไม้เทียม คุณภาพของวัสดุ การติดตั้ง และการดูแลรักษา
โดยทั่วไปแล้ว ฝ้าและผนังไม้เทียมภายในสามารถมีอายุการใช้งานแยกตามวัสดุได้ดั้งนี้
– กลุ่มฝ้าผนังไม้เทียม WPC (Wood Plastic Composite) ผสมพลาสติกกลุ่ม HDPE อายุการใช้งาน 15-20 ปี หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา
– กลุ่มฝ้าและผนัง ไฟเบอร์ซีเมนต์ อายุการใช้งาน 15-20 ปี หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา
– กลุ่มฝ้าผนังไม้เทียม WPC ผสมพลาสติกกลุ่ม PVC อายุการใช้งาน 10-15 ปี หรือมากกว่านั้นถ้าหลีกเลี้ยงการกระแทกและโดดแดดจัดทำลาย
อายุการใช้งานของฝ้าและผนังไม้เทียมภายในขึ้นอยู่กับหลายประการ เช่น ชนิดของไม้เทียม คุณภาพของวัสดุ การติดตั้ง และการดูแลรักษา โดยทั่วไปแล้ว ฝ้าและผนังไม้เทียมภายในสามารถมีอายุการใช้งานแยกตามวัสดุได้ดั้งนี้
– กลุ่มฝ้าผนังไม้เทียม WPC (Wood Plastic Composite) ผสมพลาสติกกลุ่ม HDPE อายุการใช้งาน 15-20 ปี หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา
– กลุ่มฝ้าและผนัง ไฟเบอร์ซีเมนต์ อายุการใช้งาน 15-20 ปี หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา
– กลุ่มฝ้าผนังไม้เทียม WPC ผสมพลาสติกกลุ่ม PVC อายุการใช้งาน 10-15 ปี หรือมากกว่านั้นถ้าหลีกเลี้ยงการกระแทกและโดดแดดจัดทำลาย
ฝ้าและผนังไม้เทียมภายในสามารถทนความชื้นได้หรือไม่ ?
ทนได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ควรให้ปะทะกับน้ำโดยตรงและบ่อยครั้ง เนื่องจากผู้ผลิตไม่ได้ออกแบบไว้สำหรับการใช้งานที่ต้องสัมผัสกับความชื้นหนักๆ
เช่น กระเบื้อง ปูน หินสังเคราะห์ ฯ ดังนั้นควรใช้งานให้ถูกประเภทจะเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับวัสดุตกแต่งที่ดีที่สุด
ทนได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ควรให้ปะทะกับน้ำโดยตรงและบ่อยครั้ง เนื่องจากผู้ผลิตไม่ได้ออกแบบไว้สำหรับการใช้งานที่ต้องสัมผัสกับความชื้นหนักๆ เช่น กระเบื้อง ปูน หินสังเคราะห์ ฯ ดังนั้นควรใช้งานให้ถูกประเภทจะเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับวัสดุตกแต่งที่ดีที่สุด
วิธีทำความสะอาดและดูแลรักษาฝ้าและผนังไม้เทียมภายใน มีอะไรบ้าง ?
– ใช้ผ้าชุบน้ำหรือน้ำสบู่อ่อนๆ บิดหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาดคราบฝุ่นละอองและคราบสกปรกเพื่อป้องกันคราบฝังลึก
แนะนำ KSCLEAN MULTIPURPOSE CLEANER น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ที่ทำความสะอาดได้ทุกพื้นผิว
– การป้องกันการซีดจางของสี ให้หลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรงกับแสงแดดเป็นเวลานานๆ
– การตรวจสอบและซ่อมแซม ควรตรวจสอบความเสียหายเป็นประจำและซ่อมแซมทันทีเมื่อพบปัญหา
– การป้องกันความเสียหายจากความชื้นและแมลง ควรติดตั้งในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศที่ดี และใช้สารป้องกันปลวกและแมลงตามความเหมาะสม
การติดตั้งฝ้าและผนังไม้เทียมภายใน สามารถติดตั้งได้ด้วยตัวเองหรือควรจ้างช่างติดตั้งมืออาชีพ ?
สามารถติดตั้งได้ด้วยตนเอง โดยใช้ทักษะช่างขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ ต้องประเมินจากความยากง่ายของรูปแบบงาน
ยกตัวอย่างเช่นงานติดตั้งฝ้าที่มีระดับความสูงของหน้างานติดตั้งมาก ควรต้องใช้ช่างมืออาชีพติดตั้งเพื่อป้องกันอันตราย
อันเนื่องมาจากอุปกรณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย และประสบการณ์ในการติดตั้งของช่างมืออาชีพย่อมสูงกว่า ความผิดพลาดในการติดตั้ง
ย่อมน้อยลงตามไปด้วย
ผู้ผลิตสินค้าในปัจจุบัน จะออกแบบและพัฒนาสินค้าให้ง่ายต่อการติดตั้งมากขึ้น เพื่อช่วยลดขั้นตอนงานติดตั้ง
ผู้ใช้งานจึงสามารถติดตั้งได้ด้วยตนเอง ได้ง่ายและไวยิ่งขึ้น
สามารถติดตั้งได้ด้วยตนเอง โดยใช้ทักษะช่างขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ ต้องประเมินจากความยากง่ายของรูปแบบงาน ยกตัวอย่างเช่นงานติดตั้งฝ้าที่มีระดับความสูงของหน้างานติดตั้งมาก ควรต้องใช้ช่างมืออาชีพติดตั้งเพื่อป้องกันอันตราย อันเนื่องมาจากอุปกรณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย และประสบการณ์ในการติดตั้งของช่างมืออาชีพย่อมสูงกว่า ความผิดพลาดในการติดตั้งย่อมน้อยลงตามไปด้วย
ผู้ผลิตสินค้าในปัจจุบัน จะออกแบบและพัฒนาสินค้าให้ง่ายต่อการติดตั้งมากขึ้น เพื่อช่วยลดขั้นตอนงานติดตั้งผู้ใช้งานจึงสามารถติดตั้งได้ด้วยตนเอง ได้ง่ายและไวยิ่งขึ้น

