การเลือกพื้นที่มีคุณภาพเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่สิ่งที่กำหนดอายุการใช้งานจริงคือขั้นตอนการติดตั้ง หลายคนพบปัญหาพื้นโก่ง รอยต่อแยก เดินแล้วเกิดเสียง หรือแผ่นพื้นหลุด ทั้งที่เลือกวัสดุเกรดดี สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการปูพื้นไม่ถูกวิธี
พื้น SPC ได้รับความนิยมเพราะแข็งแรง ทนความชื้น และติดตั้งได้รวดเร็ว แต่ก็ยังมีหลักการติดตั้งที่ควรปฏิบัติตาม หากทำอย่างถูกต้อง พื้นจะเรียบ สวยงาม และใช้งานได้ยาวนานหลายปี
หากยังไม่รู้ว่าพื้นชนิดนี้มีโครงสร้างอย่างไร และเหมาะกับบ้านแบบไหน แนะนำให้อ่าน เจาะลึกพื้นไม้ SPC ก่อน เพื่อเข้าใจคุณสมบัติของวัสดุและเลือกผลิตภัณฑ์ได้เหมาะกับการใช้งาน
เตรียมพื้นเดิมให้พร้อมก่อนติดตั้ง
ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือการตรวจสอบพื้นเดิม เพราะไม่ว่าจะแข็งแรงเพียงใด หากพื้นด้านล่างไม่เรียบก็อาจทำให้เกิดแรงกดไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้รอยล็อกเสียหายหรือเกิดเสียงขณะเดินได้
ก่อนเริ่มติดตั้งควรตรวจสอบดังนี้
- พื้นต้องเรียบ ไม่มีจุดนูนหรือแอ่งลึก
- พื้นต้องแห้ง ไม่มีความชื้นสะสม
- ทำความสะอาดฝุ่น เศษปูน และสิ่งสกปรกให้หมด
- ซ่อมแซมรอยแตกร้าวก่อนเริ่มงาน
มาตรฐานงานติดตั้งพื้นส่วนใหญ่แนะนำให้พื้นมีความเรียบสม่ำเสมอ เพื่อให้ระบบคลิกล็อกทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
ควรพักแผ่นพื้นก่อนเริ่มติดตั้ง
แม้ว่าพื้น SPC จะมีอัตราการขยายตัวต่ำกว่าพื้นไม้จริง แต่การพักวัสดุไว้ภายในพื้นที่ติดตั้งประมาณ 24–48 ชั่วโมง จะช่วยให้แผ่นพื้นปรับตัวกับอุณหภูมิและความชื้นของห้อง ลดโอกาสเกิดการเปลี่ยนแปลงของขนาดหลังติดตั้ง
แนวทางนี้เป็นคำแนะนำที่ผู้ผลิตพื้นหลายแบรนด์ทั่วโลกใช้เป็นมาตรฐาน
ติดตั้งพื้น SPC ตามลำดับที่ถูกต้อง
การติดตั้งพื้น SPC ควรเริ่มจากผนังด้านใดด้านหนึ่ง แล้วเรียงแผ่นต่อเนื่องไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้ลวดลายสวยงามและลดการตัดแผ่นโดยไม่จำเป็น
ลำดับการทำงานโดยทั่วไปประกอบด้วย
วางแผ่นรองพื้นเมื่อจำเป็น
หากผู้ผลิตกำหนดให้ใช้แผ่นรองพื้น ควรเลือกชนิดที่รองรับพื้น SPC โดยเฉพาะ เพื่อช่วยลดเสียงและเพิ่มความสบายขณะเดิน
เว้นระยะขยายตัวรอบห้อง
ควรเว้นช่องว่างบริเวณผนัง วงกบประตู และเสา 5-10 mm. เพื่อรองรับการขยายตัวของวัสดุจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ จากนั้นจึงปิดด้วยบัวพื้นเพื่อความเรียบร้อย
ล็อกแผ่นพื้นให้แน่นทุกจุด
ระบบ Click Lock ( 2G ดีสุด 5G ) ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกันโดยไม่ต้องใช้กาว จึงควรประกอบแต่ละแผ่นให้สนิทก่อนเริ่มแถวถัดไป หากมีช่องว่างแม้เพียงเล็กน้อย เมื่อใช้งานไปนานอาจเกิดรอยแยกได้
ข้อผิดพลาดที่ทำให้พื้น SPC เสียหายเร็ว
หลายปัญหาที่พบหลังติดตั้งสามารถป้องกันได้ตั้งแต่ต้น เช่น
- ปูบนพื้นที่ไม่เรียบ
- ไม่เว้นระยะขยายตัว
- ใช้แผ่นรองพื้นที่หนาเกินไป
- ติดตั้งบนพื้นที่มีความชื้นสูง
- วางเฟอร์นิเจอร์หนักทันทีหลังติดตั้ง
- ไม่ตรวจสอบการล็อกของรอยต่อทุกแผ่น
แม้พื้น SPC จะทนทานกว่าพื้นหลายประเภท แต่การติดตั้งที่ผิดวิธีย่อมลดอายุการใช้งานลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลังติดตั้งแล้วควรดูแลอย่างไร
หลังปูพื้นเสร็จ ควรทำความสะอาดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์หรือไม้ถูพื้นหมาด หลีกเลี่ยงน้ำขังเป็นเวลานาน และติดแผ่นรองขาเฟอร์นิเจอร์เพื่อลดการเสียดสี
หากต้องการเลือกโทนสีให้เข้ากับบ้าน สามารถอ่านบทความ: เลือกพื้น SPC ลายไม้ สีไหนให้เข้ากับบ้านสไตล์ต่าง ๆ เพื่อเปรียบเทียบแต่ละเฉดสีและบรรยากาศที่เหมาะกับการตกแต่ง
หลายคนยังสงสัยว่าควรเลือกความหนาเท่าไร จึงเหมาะกับการใช้งานในแต่ละพื้นที่ สามารถศึกษาต่อได้จากบทความ: พื้น SPC หนากี่มิลดี ซึ่งอธิบายความแตกต่างของแต่ละความหนาไว้อย่างละเอียด
สำหรับบ้านที่ต้องการรีโนเวทโดยไม่รื้อพื้นเดิม บทความ: ปูพื้น SPC ทับกระเบื้องได้ไหม จะช่วยอธิบายเงื่อนไขและข้อจำกัดที่ควรตรวจสอบก่อนเริ่มงาน
การปูพื้น SPC ที่ถูกต้องเริ่มตั้งแต่การเตรียมพื้นเดิม ตรวจสอบความชื้น พักวัสดุ เว้นระยะขยายตัว และติดตั้งตามคำแนะนำของผู้ผลิต เมื่อทุกขั้นตอนทำอย่างเหมาะสม พื้นจะมีความแข็งแรง สวยงาม และลดโอกาสเกิดปัญหาในระยะยาว
หากกำลังเลือกพื้น SPC สำหรับบ้าน คอนโด หรือพื้นที่เชิงพาณิชย์ KS Wood พร้อมให้คำแนะนำตั้งแต่การเลือกสเปก ความหนา ลวดลาย ไปจนถึงการติดตั้งที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้พื้นทุกตารางเมตรใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานยาวนาน
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
Website: www.kswood.com
Facebook: www.facebook.com/kswood.thailand
Line ID: @kswood





