ทำไม? ระแนงไม้เทียมภายนอกจึงเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับรั้วบ้านยุคใหม่
การตกแต่งบริเวณรอบบ้านด้วยระแนงไม้เทียมภายนอก กำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงาม โมเดิร์นและดูเป็นธรรมชาติให้กับตัวบ้านแล้ว ยังช่วยพรางสายตา เพิ่มความเป็นส่วนตัวและช่วยกรองแสงแดดได้เป็นอย่างดี สามารถเลือกใช้กับงานภายนอกที่ต้องเจอกับสภาพอากาศเมืองไทย ทั้งแดดจัด ฝนตกและความชื้นสูง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปลวก การผุพังหรือการบิดงอจากความชื้นเหมือนไม้ธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ก็ควรพิจารณาเรื่องคุณภาพของวัสดุ เทคโนโลยีการผลิตและการเคลือบผิว ล้วนมีผลต่ออายุการใช้งานและการซีดจางของสีในระยะยาวด้วย ที่สำคัญคือควรจะเลือกยี่ห้อไหนดีที่ทนทานและสีไม่ซีดจางได้ง่าย?
วิธีเลือกระแนงไม้เทียมภายนอกให้ทนแดดทนฝนและสีไม่ซีดจางได้ง่าย
- เลือกวัสดุประเภท WPC คุณภาพสูง : WPC (Wood Plastic Composite) คือวัสดุผสมระหว่างผงไม้และพลาสติกคุณภาพสูง ทำให้มีคุณสมบัติทนความชื้น ไม่ผุกร่อนและทนต่อสภาพอากาศภายนอกได้ดีกว่าไม้จริง โดยวัสดุประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานกลางแจ้งโดยเฉพาะ
- มีสารป้องกันรังสี UV : สาเหตุหลักที่ทำให้สีของระแนงซีดจางคือรังสี UV จากแสงแดด ดังนั้นควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการผสมสารป้องกัน UV หรือมีชั้นเคลือบผิวพิเศษ เทคโนโลยี UltraShield Co-Extrusion เพื่อลดการซีดจางของสีในระยะยาว
- ตรวจสอบการรับประกันสินค้า : เลือกผู้ผลิตที่มั่นใจในคุณภาพสินค้ามักมีการรับประกันการใช้งานหลายปี เช่น 10 ปี 15 ปีหรือมากกว่า เช่น 25 ปี ที่ใช้การผลิตเทคโนโลยี UltraShield Co-Extrusion ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงความทนทานของวัสดุได้เป็นอย่างดี
ทำไม? ต้องเลือกระแนงไม้เทียมภายนอกจาก K.S. WOOD
และหากพูดถึงแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากทั้งเจ้าของบ้าน สถาปนิกและผู้รับเหมา K.S. WOOD ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่โดดเด่นในตลาดไม้เทียมคุณภาพสูงของประเทศไทย
เทคโนโลยี Co-Extrusion ช่วยเพิ่มความทนทานต่อสภาพอากาศ :
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของระแนงไม้เทียมภายนอกจาก K.S. WOOD คือการผลิตด้วยเทคโนโลยี Co-Extrusion ซึ่งเป็นการเคลือบผิววัสดุด้วยชั้นป้องกันพิเศษ ช่วยเพิ่มความสามารถในการทนแดด ทนฝน ความชื้นและรอยขีดข่วนได้ดีกว่าไม้เทียมทั่วไป
เทคโนโลยีนี้ยังช่วยลดการซีดจางของสีเมื่อใช้งานกลางแจ้งเป็นเวลานาน ทำให้บ้านยังคงดูสวยงามและมีมูลค่าอยู่เสมอ
กันน้ำ 100% ไม่ผุ ไม่บวม :
ปัญหาสำคัญของไม้ธรรมชาติที่ใช้ภายนอกอาคารคือการดูดซับความชื้น ซึ่งอาจทำให้เกิดการบวม ผุหรือแตกร้าวในระยะยาว
แต่ระแนงไม้เทียมภายนอกของ K.S. WOOD ถูกออกแบบให้มีคุณสมบัติกันน้ำ 100% ไม่ผุ ไม่บวม และไม่ดูดซับน้ำ จึงเหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับฝนหรือความชื้นอยู่เป็นประจำ
ปลอดปลวกและเชื้อรา :
เจ้าของบ้านจำนวนมากต้องเสียค่าใช้จ่ายในการกำจัดปลวกและซ่อมแซมโครงสร้างไม้เป็นประจำ ระแนงไม้เทียมของ K.S. WOOD ช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างตรงจุด เพราะวัสดุไม่ใช่อาหารของปลวก อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาเชื้อราและการเสื่อมสภาพจากความชื้นได้เป็นอย่างดี
ลายไม้สวยเสมือนไม้จริง :
แม้จะเป็นวัสดุสังเคราะห์ แต่ K.S. WOOD ได้พัฒนาผิวสัมผัสแบบ Naturale Texture ที่ให้ลวดลายและพื้นผิวใกล้เคียงไม้ธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความอบอุ่นและความหรูหราให้กับบ้านหรืออาคารได้อย่างลงตัว ระแนงไม้เทียมภายนอกจึงเหมาะสำหรับงานออกแบบหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Modern Luxury, Minimal, Tropical หรือ Contemporary
รับประกันสินค้านานสูงสุด 25 ปี :
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ K.S. WOOD แตกต่างจากผู้ผลิตหลายรายในตลาด คือการรับประกันสินค้าสูงสุดถึง 25 ปี สำหรับผลิตภัณฑ์บางประเภท ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นใจในคุณภาพวัสดุและมาตรฐานการผลิตระดับสากล สำหรับเจ้าของบ้าน การเลือกวัสดุที่มีการรับประกันระยะยาว ช่วยลดความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนวัสดุในอนาคตได้อย่างมาก
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผ่านมาตรฐานระดับโลก :
ปัจจุบันการก่อสร้างและตกแต่งอาคารให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกลายเป็นเทรนด์สำคัญทั่วโลก K.S. WOOD ผลิตระแนงไม้เทียมจากวัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูง และผ่านมาตรฐานด้านความยั่งยืนระดับสากล เช่น LEED และ EPD ซึ่งช่วยสนับสนุนแนวคิด Green Building และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
ระแนงไม้เทียมภายนอกราคาเท่าไหร่?
โดยทั่วไปในตลาดปัจจุบัน ราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทวัสดุ ขนาดหน้าตัด ลวดลายและแบรนด์ผู้ผลิต
- ระแนงไม้เทียม WPC ขนาดเล็ก ราคาเริ่มต้นประมาณ 200–400 บาท/เมตร
- ระแนงไม้เทียมเกรดพรีเมียม ราคาอยู่ที่ประมาณ 500–1,200 บาท/เมตร
- หากรวมโครงสร้างเหล็กและค่าติดตั้ง รั้วระแนงไม้เทียมภายนอกอาจมีค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000–8,000 บาท/ตารางเมตร ขึ้นอยู่กับรูปแบบงานและวัสดุที่เลือกใช้
การคำนวณงบประมาณเป็นสิ่งสำคัญ โดยทั่วไประแนงไม้เทียม ราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทของวัสดุ (ไฟเบอร์ซีเมนต์ หรือ WPC) ขนาดความหนา ความกว้าง และเทคโนโลยีการเคลือบผิว ซึ่งสามารถแบ่งกลุ่มราคาคร่าวๆ ได้ดังนี้
ประเภทวัสดุ / แบรนด์ | ขนาดมาตรฐาน | ราคาโดยประมาณ |
ไฟเบอร์ซีเมนต์ (SCG / Conwood) | 3″ x 3 เมตร x 8 มม. | 70 – 150+ บาท |
ไฟเบอร์ซีเมนต์ (SCG / Conwood) | 4″ x 3 เมตร x 8 มม. | 90 – 200+ บาท |
ไม้เทียม WPC เกรดทั่วไป | 2″ x 3 เมตร x 10-15 มม. | 300 – 900+ บาท |
ไม้เทียม WPC Premium (Co-extrusion) | 2″ x 3 เมตร x 10-25 มม. | 700 – 1,500+ บาท |
ข้อแนะนำเพิ่มเติม: ในการติดตั้งรั้วรอบบ้าน นอกจากค่าแผ่นไม้ระแนงแล้ว อย่าลืมคำนวณค่าโครงเหล็ก (เหล็กกล่องกัลวาไนซ์) ค่าอุปกรณ์ยึด (สกรู, พุก) และค่าแรงช่าง ซึ่งโดยรวมแล้วงานติดตั้งรั้วระแนงสำเร็จรูปพร้อมโครงจะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,500 – 3,500 บาท ต่อตารางเมตร ขึ้นอยู่กับดีไซน์และความยากง่ายของหน้างาน


ระแนงไม้เทียมภายนอกเหมาะกับงานตกแต่งประเภทใดบ้าง?
- รั้วบ้านและรั้วโครงการ
- ผนังตกแต่งภายนอก
- ฟาซาดอาคาร
- ฝ้าเพดานภายนอก
- ฉากบังตา
- งานตกแต่งรีสอร์ต ร้านอาหาร และคาเฟ่
- อาคารสำนักงานและโครงการอสังหาริมทรัพย์
ด้วยความแข็งแรงและดีไซน์ที่หลากหลาย จึงสามารถตอบโจทย์งานสถาปัตยกรรมได้เกือบทุกรูปแบบ
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ: วิธีติดตั้งไม้เทียม แบบเว้นระยะห่าง
เทคนิคช่วยให้รั้วระแนงไม้เทียมภายนอกอยู่ได้นานขึ้น
- ล้างทำความสะอาดเป็นประจำ : ควรใช้น้ำสะอาดหรือสบู่อ่อนเช็ดทำความสะอาดทุก 3-6 เดือน เพื่อป้องกันคราบฝุ่นและคราบเชื้อรา
- หลีกเลี่ยงการกระแทกรุนแรง : แม้ไม้เทียมจะมีความแข็งแรง แต่การกระแทกจากของหนักอาจทำให้เกิดรอยบุบหรือรอยแตกได้
- ติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญ : การเว้นระยะขยายตัวของวัสดุอย่างเหมาะสมจะช่วยลดปัญหาการโก่งตัวเมื่อใช้งานกลางแจ้งในระยะยาว
หากคุณกำลังมองหาระแนงไม้เทียมภายนอกสำหรับทำรั้วรอบบ้าน ควรเลือกวัสดุ WPC หรือ Composite คุณภาพสูงที่มีสารป้องกัน UV และมีการรับประกันจากผู้ผลิต เพื่อให้สามารถทนแดด ทนฝนและคงสีสวยได้ยาวนานหลายปี แม้ว่า ระแนงไม้เทียม ราคาอาจสูงกว่าไม้ธรรมชาติในช่วงเริ่มต้น แต่เมื่อพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่ต่ำ อายุการใช้งานที่ยาวนาน และความสวยงามที่คงทน ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับเจ้าของบ้านในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ระแนงไม้เทียมภายนอก ระหว่างแบบไฟเบอร์ซีเมนต์ กับ WPC เลือกแบบไหนทนแดดทนฝนมากกว่ากัน?
A: ทั้งสองประเภททนแดดทนฝนได้ดีกว่าไม้จริงมาก แต่มีจุดเด่นต่างกัน หากเน้นเรื่อง สีไม่ซีดจางและไม่ต้องดูแลรักษาเลย ไม้เทียม WPC เกรดพรีเมียม (โดยเฉพาะรุ่น Co-extrusion ที่มีชั้นผิวเคลือบ) จะตอบโจทย์ที่สุดเพราะสีจะฝังอยู่ในเนื้อวัสดุและมีเกราะป้องกัน UV แต่ถ้าเน้นเรื่อง ความแข็งแรง คุ้มค่า งบไม่บานปลาย ไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์จะได้เปรียบ แต่อาจต้องมีซ่อมสีบ้างหลังจากผ่านไป 5-10 ปี
Q: ติดตั้งระแนงไม้เทียมภายนอกรอบบ้าน มีค่าใช้จ่ายเบ็ดเสร็จรวมค่าแรงประมาณเท่าไหร่?
A: หากคำนวณจากระแนงไม้เทียม ราคาแผ่นเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 70 – 150+ บาท (สำหรับไฟเบอร์ซีเมนต์) และ 300 – 900+ บาท (สำหรับ WPC รุ่นไม่เคลือบผิว) แต่ถ้าคิดเป็นยอดรวมเบ็ดเสร็จ (รวมค่าไม้ระแนง ค่าโครงเหล็กกัลวาไนซ์ อุปกรณ์ยึดและค่าแรงช่าง) ราคาเฉลี่ยในตลาดจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 – 3,500 บาท ต่อตารางเมตร ขึ้นอยู่กับเกรดของไม้เทียมและความสูงของรั้วที่ต้องการ
Q: ปัญหาเรื่องสีซีดจางของระแนงไม้เทียมภายนอก สามารถแก้ไขหรือป้องกันได้อย่างไรบ้าง?
A: สำหรับไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์ สามารถป้องกันได้ด้วยการเลือกใช้รุ่นที่ใช้เทคโนโลยีล็อกสีจากโรงงาน หรือหากสีเริ่มซีดตามกาลเวลา ก็สามารถขัดผิวแล้วทาทับด้วย สีทาไม้เทียมอะคริลิกเกรดพรีเมียมสำหรับภายนอก ใหม่ได้ ส่วนไม้ WPC แนะนำให้เลือกซื้อเกรดสูงมีชั้นเคลือบผิวพิเศษ เทคโนโลยี UltraShield Co-Extrusion ที่มีการรับประกันการซีดจางของสี และหมั่นล้างทำความสะอาดคราบฝุ่นละอองอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อไม่ให้คราบแดดฝังลึกจนทำให้ไม้ดูเก่า
สำหรับใครที่กำลังมองหาระแนงไม้เทียมภายนอกคุณภาพระดับ World Class ขอแนะนำ บริษัท เค.เอส.วู้ด จำกัด (K.S. WOOD) ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงด้านไม้เทียมและไม้สังเคราะห์ครบวงจร ที่นำเข้านวัตกรรมพรีเมียมอย่างแบรนด์ NewTechWood และ SOCIO WOOD โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีเคลือบผิวพิเศษ ทนแดด ทนฝน สีไม่ซีดจางง่าย การันตีความคุ้มค่าด้วยการรับประกันสินค้านานสูงสุดถึง 25 ปี พร้อมบริการแบบ One-Stop Service ตั้งแต่การสำรวจหน้างาน ถอดแบบวัสดุ ไปจนถึงการติดตั้งโดยทีมช่างมืออาชีพที่พร้อมดูแลให้รั้วบ้านของคุณสวยงามไร้ที่ติใน ระแนงไม้เทียม ราคา ที่คุ้มค่ากับการลงทุนอย่างแน่นอน
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
Website: www.kswood.com
Facebook: www.facebook.com/kswood.thailand
Line ID: @kswood






