ติดต่อ K.S. WOOD ทาง LINE

LINE

@kswood

ปูไม้เทียมรอบบ้าน ใช้ระแนงไม้เทียมภายนอกยี่ห้อไหนดี

อยากทำรั้วระแนงไม้เทียมภายนอกที่ปูรอบบ้าน ยี่ห้อไหนทนแดดทนฝนสีไม่ซีดง่ายบ้าง

ทำไม? ระแนงไม้เทียมภายนอกจึงเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับรั้วบ้านยุคใหม่

การตกแต่งบริเวณรอบบ้านด้วยระแนงไม้เทียมภายนอก กำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงาม โมเดิร์นและดูเป็นธรรมชาติให้กับตัวบ้านแล้ว ยังช่วยพรางสายตา เพิ่มความเป็นส่วนตัวและช่วยกรองแสงแดดได้เป็นอย่างดี สามารถเลือกใช้กับงานภายนอกที่ต้องเจอกับสภาพอากาศเมืองไทย ทั้งแดดจัด ฝนตกและความชื้นสูง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปลวก การผุพังหรือการบิดงอจากความชื้นเหมือนไม้ธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ก็ควรพิจารณาเรื่องคุณภาพของวัสดุ เทคโนโลยีการผลิตและการเคลือบผิว ล้วนมีผลต่ออายุการใช้งานและการซีดจางของสีในระยะยาวด้วย ที่สำคัญคือควรจะเลือกยี่ห้อไหนดีที่ทนทานและสีไม่ซีดจางได้ง่าย?

วิธีเลือกระแนงไม้เทียมภายนอกให้ทนแดดทนฝนและสีไม่ซีดจางได้ง่าย

  • เลือกวัสดุประเภท WPC คุณภาพสูง : WPC (Wood Plastic Composite) คือวัสดุผสมระหว่างผงไม้และพลาสติกคุณภาพสูง ทำให้มีคุณสมบัติทนความชื้น ไม่ผุกร่อนและทนต่อสภาพอากาศภายนอกได้ดีกว่าไม้จริง โดยวัสดุประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานกลางแจ้งโดยเฉพาะ
  • มีสารป้องกันรังสี UV : สาเหตุหลักที่ทำให้สีของระแนงซีดจางคือรังสี UV จากแสงแดด ดังนั้นควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการผสมสารป้องกัน UV หรือมีชั้นเคลือบผิวพิเศษเพื่อลดการซีดจางของสีในระยะยาว
  • ตรวจสอบการรับประกันสินค้า : เลือกผู้ผลิตที่มั่นใจในคุณภาพสินค้ามักมีการรับประกันการใช้งานหลายปี เช่น 10 ปี 15 ปีหรือมากกว่า เช่น 25 ปี ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงความทนทานของวัสดุได้เป็นอย่างดี
ทำไม ต้องเลือกระแนงไม้เทียมภายนอกจาก K.S. WOOD

ทำไม? ต้องเลือกระแนงไม้เทียมภายนอกจาก K.S. WOOD

และหากพูดถึงแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากทั้งเจ้าของบ้าน สถาปนิกและผู้รับเหมา K.S. WOOD ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่โดดเด่นในตลาดไม้เทียมคุณภาพสูงของประเทศไทย

1. เทคโนโลยี Co-Extrusion ช่วยเพิ่มความทนทานต่อสภาพอากาศ 

หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของระแนงไม้เทียมภายนอกจาก K.S. WOOD คือการผลิตด้วยเทคโนโลยี UltraShield Co-Extrusion ซึ่งเป็นการเคลือบผิววัสดุด้วยชั้นป้องกันพิเศษ โดยผ่านการทดสอบประสิทธิภาพที่สำคัญ 3 ด้าน ดังนี้

  • ทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยม: พื้นผิวสามารถทนแรงกดได้สูงถึง 20N โดยไม่เกิดรอย ซึ่งแตกต่างจากไม้เทียมทั่วไปในตลาดที่มักจะเกิดรอยขีดข่วนตั้งแต่แรงกดเพียง 8N
  • ทนทานต่อการขัดสีและหลุดลอก: จากการทดสอบโดยถ่วงน้ำหนัก 750 กรัม และขัดสีที่ความเร็ว 60 รอบ/นาที จำนวน 1,000 รอบ พบว่าเนื้อไม้ของ UltraShield หลุดออกไปเพียง 23 มิลลิกรัมเท่านั้น (ในขณะที่ไม้ทั่วไปหลุดลอกออกไปถึง 81 มิลลิกรัม)
  • ทนต่อรังสี UV และป้องกันสีซีดจาง: เมื่อผ่านการทดสอบในตู้จำลองแสง QUV ยาวนานสูงสุดถึง 3,000 ชั่วโมง ตัวไม้มีค่าความเปลี่ยนแปลงของสีอยู่แค่ในระดับ 2.72 ถึง 3.75 ซึ่งหมายความว่าสีแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจนสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า

เอกสารอ้างอิง EPD

2. กันน้ำ 100% ไม่ผุ ไม่บวม 

ปัญหาสำคัญของไม้ธรรมชาติที่ใช้ภายนอกอาคารคือการดูดซับความชื้น ซึ่งอาจทำให้เกิดการบวม ผุหรือแตกร้าวในระยะยาว

แต่ระแนงไม้เทียมภายนอกของ K.S. WOOD ถูกออกแบบให้มีคุณสมบัติกันน้ำ 100% ไม่ผุ ไม่บวม และไม่ดูดซับน้ำ
เพื่อเป็นการยืนยันคุณสมบัติดังกล่าว ได้มีการทดสอบความทนทานสุดโหดด้วย “การทดสอบการต้ม” (Boiling Test) ในน้ำเดือดอุณหภูมิ 100°C ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน:

  • UltraShield (K.S. WOOD): ผ่านการต้มต่อเนื่องยาวนานถึง 90 ชั่วโมง โดยที่ตัวไม้ไม่มีการแยกชั้นระหว่างแกนกลางและชั้นเคลือบ ไม่พบความเสียหาย และไม่เกิดรอยแตกร้าวใดๆ ทั้งสิ้น
  • ไม้เทียมแบรนด์อื่น (แบบเคลือบผิว): ทนได้เพียง 18.5 ชั่วโมง ก็เกิดการแยกชั้นบริเวณร่องกว้าง 2-5 มม. และพบว่าส่วนแกนกลางแตกร้าวถึง 2-4 มม.
  • ไม้เทียมแบรนด์อื่น (ที่อ้างว่าเคลือบรอบด้าน): ใช้เวลาเพียง 15 ชั่วโมง ก็เริ่มพบรอยแตกร้าวที่ชั้นเคลือบยาวถึง 30 มม. และแกนกลางร้าว 3-5 มม. นอกจากนี้ บางรุ่นยังเกิดการหลุดลอกและแยกชั้นออกจากกันอย่างชัดเจน (2-3 มม.) เมื่อเวลาผ่านไป 41 ชั่วโมง

3. ปลอดปลวกและเชื้อรา 

เจ้าของบ้านจำนวนมากต้องเสียค่าใช้จ่ายในการกำจัดปลวกและซ่อมแซมโครงสร้างไม้เป็นประจำ ระแนงไม้เทียมของ K.S. WOOD ช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างตรงจุด

  • การต้านทานเชื้อรา (Mould Resistance) ระดับสูงสุด: ผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบความต้านทานเชื้อราตามมาตรฐานสากล ASTM G21 โดยได้รับผลการประเมินอยู่ที่ระดับ Rating 0
  • ส่วนประกอบวัสดุที่ป้องกันแมลงและปลวก: วัสดุประกอบด้วยพลาสติกเอทิลีนโพลีเมอร์รีไซเคิล ถึง 37.9% ผสมเข้ากับเส้นใยธรรมชาติ โครงสร้างที่มีพลาสติกเป็นส่วนประกอบหลักนี้ช่วยตัดปัญหาเรื่องปลวกและแมลงกินไม้ที่มักเกิดขึ้นกับไม้ธรรมชาติทั่วไปได้อย่างเด็ดขาด

4. ลายไม้สวยเสมือนไม้จริง

แม้จะเป็นวัสดุสังเคราะห์ แต่ K.S. WOOD ได้พัฒนาผิวสัมผัสแบบ Naturale Texture ที่เป็นลายไม้ลิขสิทธิ์เฉพาะ UltraShield® Naturale™ ให้ลวดลายและพื้นผิวใกล้เคียงไม้ธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความอบอุ่นและความหรูหราให้กับบ้านหรืออาคารได้อย่างลงตัว ระแนงไม้เทียมภายนอก จึงเหมาะสำหรับงานออกแบบหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Modern Luxury, Minimal, Tropical หรือ Contemporary

5. รับประกันสินค้านานสูงสุด 25 ปี

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ K.S. WOOD แตกต่างจากผู้ผลิตหลายรายในตลาด คือการรับประกันสินค้าสูงสุดถึง 25 ปี สำหรับผลิตภัณฑ์บางประเภท ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นใจในคุณภาพวัสดุและมาตรฐานการผลิตระดับสากล สำหรับเจ้าของบ้าน การเลือกวัสดุที่มีการรับประกันระยะยาว ช่วยลดความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนวัสดุในอนาคตได้อย่างมาก

6. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผ่านมาตรฐานระดับโลก

ปัจจุบันการก่อสร้างและตกแต่งอาคารให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกลายเป็นเทรนด์สำคัญทั่วโลก K.S. WOOD ผลิตระแนงไม้เทียมจากวัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูง และผ่านมาตรฐานด้านความยั่งยืนระดับสากล เช่น LEED และ EPD ซึ่งช่วยสนับสนุนแนวคิด Green Building
วัสดุรักษ์โลก: ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลสูงถึง 60% ทั้งจากพลาสติกและเส้นใยไม้เหลือใช้ พร้อมได้รับการรับรองไม้มาตรฐาน FSC 100%

ปลอดภัยไร้สารตกค้าง: ผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยสารเคมี EU REACH ของยุโรป ยืนยันไม่มีสารอันตราย (SVHC) เกินกำหนด

สนับสนุนอาคารเขียว: ช่วยเพิ่มคะแนนโครงการ LEED v4/v4.1 ด้วยเอกสาร EPD ที่ผ่านการรับรองสากล

เอกสารอ้างอิง LEED

ระแนงไม้เทียมภายนอก ราคาเท่าไหร่

ระแนงไม้เทียมภายนอกราคาเท่าไหร่?

โดยทั่วไปในตลาดปัจจุบัน ราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทวัสดุ ขนาดหน้าตัด ลวดลายและแบรนด์ผู้ผลิต

  • ระแนงไม้เทียม WPC ขนาดเล็ก ราคาเริ่มต้นประมาณ 200–400 บาท/เมตร
  • ระแนงไม้เทียมเกรดพรีเมียม ราคาอยู่ที่ประมาณ 500–1,200 บาท/เมตร
  • หากรวมโครงสร้างเหล็กและค่าติดตั้ง รั้วระแนงไม้เทียมภายนอกอาจมีค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000–8,000 บาท/ตารางเมตร ขึ้นอยู่กับรูปแบบงานและวัสดุที่เลือกใช้

การคำนวณงบประมาณเป็นสิ่งสำคัญ โดยทั่วไประแนงไม้เทียม ราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทของวัสดุ (ไฟเบอร์ซีเมนต์ หรือ WPC) ขนาดความหนา ความกว้าง และเทคโนโลยีการเคลือบผิว ซึ่งสามารถแบ่งกลุ่มราคาคร่าวๆ ได้ดังนี้

ประเภทวัสดุ / แบรนด์

ขนาดมาตรฐาน
(กว้าง x ยาว x หนา)

ราคาโดยประมาณ
(ต่อแผ่น/ท่อน)

ไฟเบอร์ซีเมนต์ (SCG / Conwood)

4″ x 3 เมตร x 8 มม.

150 – 400 บาท

ไม้เทียม WPC เกรดทั่วไป

2″ x 3 เมตร x 25-100 มม.

350 – 900 บาท

ไม้ระแนง WPC Premium (Co-extrusion)

2″ x 3 เมตร x 25-100 มม.

650 – 1,600+ บาท

ข้อแนะนำเพิ่มเติม: ในการติดตั้งรั้วรอบบ้าน นอกจากค่าแผ่นไม้ระแนงแล้ว อย่าลืมคำนวณค่าโครงเหล็ก (เหล็กกล่องกัลวาไนซ์) ค่าอุปกรณ์ยึด (สกรู, พุก) และค่าแรงช่าง ซึ่งโดยรวมแล้วงานติดตั้งรั้วระแนงสำเร็จรูปพร้อมโครงจะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,200 – 2,500 บาท ต่อตารางเมตร ขึ้นอยู่กับดีไซน์และความยากง่ายของหน้างาน

ระแนงไม้เทียมภายนอกเหมาะกับงานตกแต่งประเภทใดบ้าง?

  • รั้วบ้านและรั้วโครงการ
  • ผนังตกแต่งภายนอก
  • ฟาซาดอาคาร
  • ฝ้าเพดานภายนอก
  • ฉากบังตา
  • งานตกแต่งรีสอร์ต ร้านอาหาร และคาเฟ่
  • อาคารสำนักงานและโครงการอสังหาริมทรัพย์

ด้วยความแข็งแรงและดีไซน์ที่หลากหลาย จึงสามารถตอบโจทย์งานสถาปัตยกรรมได้เกือบทุกรูปแบบ

เทคนิคช่วยให้รั้วระแนงไม้เทียมภายนอกอยู่ได้นานขึ้น

  • ล้างทำความสะอาดเป็นประจำ : ควรใช้น้ำสะอาดหรือสบู่อ่อนเช็ดทำความสะอาดทุก 3-6 เดือน เพื่อป้องกันคราบฝุ่นและคราบเชื้อรา
  • หลีกเลี่ยงการกระแทกรุนแรง : แม้ไม้เทียมจะมีความแข็งแรง แต่การกระแทกจากของหนักอาจทำให้เกิดรอยบุบหรือรอยแตกได้
  • ติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญ : การเว้นระยะขยายตัวของวัสดุอย่างเหมาะสมจะช่วยลดปัญหาการโก่งตัวเมื่อใช้งานกลางแจ้งในระยะยาว

หากคุณกำลังมองหาระแนงไม้เทียมภายนอกสำหรับทำรั้วรอบบ้าน ควรเลือกวัสดุ WPC หรือ Composite คุณภาพสูงที่มีสารป้องกัน UV และมีการรับประกันจากผู้ผลิต เพื่อให้สามารถทนแดด ทนฝนและคงสีสวยได้ยาวนานหลายปี แม้ว่า ระแนงไม้เทียม ราคาอาจสูงกว่าไม้ธรรมชาติในช่วงเริ่มต้น แต่เมื่อพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่ต่ำ อายุการใช้งานที่ยาวนาน และความสวยงามที่คงทน ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับเจ้าของบ้านในระยะยาว

เทคนิคช่วยให้รั้วระแนงไม้เทียมภายนอกอยู่ได้นานขึ้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ระแนงไม้เทียมภายนอก ระหว่างแบบไฟเบอร์ซีเมนต์ กับ WPC เลือกแบบไหนทนแดดทนฝนมากกว่ากัน?

A: ทั้งสองประเภททนแดดทนฝนได้ดีกว่าไม้จริง แต่มีจุดเด่นต่างกัน หากเน้นเรื่อง สีไม่ซีดจางและไม่ต้องดูแลรักษาเลย ไม้เทียม WPC เกรดพรีเมียม (โดยเฉพาะรุ่น Co-extrusion ที่มีชั้นผิวเคลือบ) จะตอบโจทย์ที่สุดเพราะสีจะฝังอยู่ในเนื้อวัสดุและมีเกราะป้องกัน UV แต่ถ้าเน้นเรื่อง ความแข็งแรง คุ้มค่า งบไม่บานปลาย ไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์จะได้เปรียบ แต่อาจต้องมีซ่อมสีบ้างหลังจากผ่านไป 5-10 ปี

A: หากคำนวณจาก ระแนงไม้เทียม ราคาแผ่นเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 150 – 400 บาท (สำหรับไฟเบอร์ซีเมนต์) และ 650 – 1,600+ บาท (สำหรับ WPC รุ่นเคลือบผิว) แต่ถ้าคิดรวมค่าติดตั้งและอุปกรณ์ต่างๆ (รวมค่าไม้ระแนง ค่าโครงเหล็กกัลวาไนซ์ อุปกรณ์ยึดและค่าแรงช่าง) ราคาเฉลี่ยในตลาดจะอยู่ที่ประมาณ 2,200 – 3,500 บาท ต่อตารางเมตร ขึ้นอยู่กับเกรดของไม้เทียมและความสูงของรั้วที่ต้องการ

A: สำหรับไม้ไฟเบอร์ซีเมนต์ สามารถป้องกันได้ด้วยการเลือกใช้รุ่นที่ใช้เทคโนโลยีล็อกสีจากโรงงาน หรือหากสีเริ่มซีดตามกาลเวลา ก็สามารถขัดผิวแล้วทาทับด้วย สีทาไม้เทียมอะคริลิกเกรดพรีเมียมสำหรับภายนอก ใหม่ได้ ส่วนไม้ระแนง WPC แนะนำให้เลือกซื้อแบบเคลือบผิว UltraShield Co-Extrusion ที่มีการรับประกันการซีดจางของสี และหมั่นล้างทำความสะอาดคราบฝุ่นละอองอย่างน้อยปีละ 3-4 ครั้ง เพื่อไม่ให้คราบแดดฝังลึกจนทำให้ไม้ดูเก่า

สำหรับใครที่กำลังมองหา ระแนงไม้เทียมภายนอก คุณภาพระดับ World Class ขอแนะนำ บริษัท เค.เอส. วู้ด จำกัด (K.S. WOOD) ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงด้านไม้เทียมและไม้สังเคราะห์ครบวงจร ที่นำเข้านวัตกรรมพรีเมียมอย่างแบรนด์ NewTechWood และ Regreen โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีเคลือบผิวพิเศษ ทนแดด ทนฝน สีไม่ซีดจางง่าย การันตีความคุ้มค่าด้วยการรับประกันสินค้านานสูงสุดถึง 25 ปี พร้อมบริการแบบ One-Stop Service ตั้งแต่การสำรวจหน้างาน ถอดแบบวัสดุ ไปจนถึงการติดตั้งโดยทีมช่างมืออาชีพที่พร้อมดูแลให้รั้วบ้านของคุณสวยงามไร้ที่ติใน ระแนงไม้เทียม ราคา ที่คุ้มค่ากับการลงทุนอย่างแน่นอน

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
Website: www.kswood.com
Facebook: www.facebook.com/kswood.thailand
Line ID: @kswood

share :
Facebook
LinkedIn
X

Related NEWS & IDEA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save