ผลงานติดตั้ง พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ Multi-Layer K.S. WOOD
รุ่น A LA CARTE รหัส E26 สี White Oak – Vintage Gray
สำหรับพื้นที่ภายในบ้านศุภภูวราในโครงการ
Supalai Prime Villa Chaengwattana
ถ่ายทอดบรรยากาศอบอุ่น สุภาพ และหรูหรา
พร้อมโครงสร้างไม้หลายชั้นที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานภายในบ้าน
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์เหมาะกับบ้านพักอาศัยระดับใด?
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์เหมาะกับบ้านพักอาศัยระดับพรีเมียม
เพราะผิวหน้าผลิตจากไม้จริง จึงให้ลายไม้ สี และสัมผัสตามธรรมชาติ
ขณะที่โครงสร้างแกนกลางแบบ Multi-Layer
ช่วยควบคุมการยืดและหดตัวได้ดีกว่าไม้จริงแผ่นตันในหลายสภาพแวดล้อม
สำหรับผลงานนี้เลือกใช้ A LA CARTE Engineered Flooring
รหัส E26 สี White Oak – Vintage Gray ขนาด 15/2 × 125 × 910 มม.
ราคาอ้างอิง 2,450 บาทต่อตารางเมตร
เพื่อเสริมภาพลักษณ์ภายในบ้านให้ดูสงบ ทันสมัย และไม่มืดจนเกินไป
ข้อมูลผลงานพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ในบ้านศุภภูวรา
โครงการนี้เป็นงานติดตั้งพื้นไม้สำหรับพื้นที่ภายในบ้านแบบ
ศุภภูวรา ภายในโครงการ
ศุภาลัย ไพร์ม วิลล่า แจ้งวัฒนะ
โดยเลือกใช้สีไม้โทนเทาอบอุ่นเพื่อให้เชื่อมต่อกับงานเฟอร์นิเจอร์
ผนัง และแสงภายในบ้านได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ผลงานนี้เป็นการติดตั้งภายในบ้านหลังหนึ่งในโครงการ
ไม่ได้หมายความว่าพื้นไม้ K.S. WOOD
เป็นวัสดุมาตรฐานที่ติดตั้งในบ้านทุกหลังของโครงการ
หรือเป็นความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างเจ้าของโครงการกับ K.S. WOOD
เว้นแต่จะมีเอกสารยืนยันเพิ่มเติม
บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม
Supalai Prime Villa Chaengwattana
ศุภภูวรา
พื้นที่ภายในบ้าน
A LA CARTE Engineered Flooring
K.S. WOOD
เว็บไซต์ทางการของศุภาลัยระบุว่าโครงการมีบ้านเดี่ยว 2 ชั้นจำนวน 36 ยูนิต
พื้นที่ใช้สอยประมาณ 259–393 ตารางเมตร
และมีแนวคิดด้าน Smart & Green Living
จึงเป็นบริบทที่เหมาะกับการเลือกวัสดุตกแต่งภายใน
ซึ่งให้ความสำคัญทั้งด้านดีไซน์ ความสบาย และคุณภาพการอยู่อาศัย
แหล่งข้อมูลโครงการ:
เว็บไซต์ทางการ Supalai Prime Villa Chaengwattana

สเปกพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ K.S. WOOD ที่ใช้ในผลงาน
| ประเภทผลิตภัณฑ์ | พื้นไม้เอ็นจิเนียร์สำหรับงานภายใน |
|---|---|
| แบรนด์ | A LA CARTE Engineered Flooring |
| ผู้จัดจำหน่าย | K.S. WOOD |
| รหัสสินค้า | E26 |
| ชนิดไม้ผิวหน้า | White Oak |
| สี | Vintage Gray |
| ขนาด | 15/2 × 125 × 910 มม. |
| ความหมายของ 15/2 | ความหนารวมประมาณ 15 มม. และชั้นไม้จริงด้านบนประมาณ 2 มม. |
| ความกว้าง | 125 มม. หรือประมาณ 5 นิ้ว |
| โครงสร้าง | Multi-Layer วางสลับแนวเสี้ยนไม้ |
| ราคาอ้างอิง | 2,450 บาท/ตร.ม. |
| พื้นที่แนะนำ | ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องนอน ห้องทำงาน และพื้นที่พักอาศัยภายในที่ไม่มีน้ำขัง |
ผลิตภัณฑ์ A LA CARTE มีทั้งขนาด 15/2 และ 15/3
หรือชั้นไม้จริงประมาณ 2–3 มม. ตามแต่ละรุ่น
สำหรับรหัส E26 ในผลงานนี้ระบุขนาด 15/2
จึงควรใช้ข้อมูลชั้นไม้จริง 2 มม. ในรายละเอียดสินค้า
ใบเสนอราคา และ Structured Data เพื่อป้องกันข้อมูลขัดแย้งกัน
ดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์:
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ K.S. WOOD รุ่น A LA CARTE หน้ากว้าง 5 นิ้ว
ทำไมจึงเลือก White Oak สี Vintage Gray สำหรับบ้านศุภภูวรา?
สี Vintage Gray เป็นโทนไม้ที่ผสมความอบอุ่นของเนื้อไม้กับความนิ่งของสีเทา
ทำให้พื้นดูร่วมสมัย แต่ยังคงเห็นลายไม้ White Oak ตามธรรมชาติ
เหมาะกับงานตกแต่งที่ต้องการความหรูแบบไม่ฉูดฉาด
หรือแนว Quiet Luxury ซึ่งเน้นคุณภาพของพื้นผิวและรายละเอียดมากกว่าการใช้สีที่โดดเด่นเกินไป
1. เชื่อมพื้นที่ต่าง ๆ ให้ต่อเนื่อง
พื้นสีเทาอมอุ่นสามารถเชื่อมระหว่างผนังสีขาว
เฟอร์นิเจอร์ไม้ โทนหินธรรมชาติ และวัสดุโลหะได้ง่าย
ช่วยให้พื้นที่ส่วนรับแขก ห้องนั่งเล่น และโถงภายในบ้านดูเป็นภาพเดียวกัน
2. ช่วยขับแสงธรรมชาติ
สีไม้ระดับกลางไม่มืดจนดูดแสง และไม่สว่างจนเห็นรอยเปื้อนง่ายเกินไป
เมื่อใช้ในบ้านที่มีช่องเปิดหรือพื้นที่ Double Volume
พื้นจะช่วยสะท้อนแสงอย่างนุ่มนวลและทำให้ห้องดูโปร่งขึ้น
3. ให้สัมผัสของไม้จริง
ชั้นผิวหน้า White Oak เป็นไม้จริง
จึงมีความแตกต่างของลาย เสี้ยน ตาไม้ และโทนสีในแต่ละแผ่น
ความไม่เหมือนกันทั้งหมดนี้เป็นลักษณะตามธรรมชาติ
ไม่ใช่ตำหนิของสินค้า
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์คืออะไร?
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ หรือ Engineered Wood Flooring
คือพื้นไม้ที่มีชั้นผิวหน้าผลิตจากไม้จริง
ประกบกับโครงสร้างไม้หลายชั้นที่วางสลับทิศทางเสี้ยน
เพื่อช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของไม้เมื่ออุณหภูมิและความชื้นเปลี่ยนแปลง
พื้นประเภทนี้ไม่ใช่ลามิเนต เพราะพื้นลามิเนตทั่วไปใช้ภาพพิมพ์ลายไม้เป็นชั้นตกแต่ง
ขณะที่พื้นไม้เอ็นจิเนียร์มีผิวไม้จริง
จึงให้สัมผัสและลวดลายที่แตกต่างกันในแต่ละแผ่น
องค์ประกอบสำคัญของ A LA CARTE Engineered Flooring
- ชั้นผิวไม้จริง:
ให้ลาย สี และสัมผัสของไม้ธรรมชาติ - โครงสร้าง Multi-Layer:
วางชั้นไม้ขวางสลับแนวเสี้ยน9ชั้น เพื่อช่วยลดการยืด หด และบิดตัว - ชั้นไม้รองด้านหลัง:
ช่วยเพิ่มสมดุลให้โครงสร้างและลดผลกระทบจากความชื้นด้านล่าง - การเคลือบพื้นผิว:
ช่วยปกป้องผิวไม้จากการใช้งานทั่วไป
แต่ไม่ทำให้พื้นกลายเป็นวัสดุกันน้ำแบบสมบูรณ์ - กาวในโครงสร้าง:
ผลิตภัณฑ์ระบุการใช้กาวระดับ D3/D4
และสารป้องกันปลวกในชั้นกาว
แม้โครงสร้างจะมีเสถียรภาพมากกว่าไม้จริงแผ่นตันในหลายสภาวะ
แต่ยังเป็นผลิตภัณฑ์ไม้จริง จึงไม่ควรติดตั้งในห้องน้ำ
พื้นที่มีน้ำขัง พื้นที่ภายนอก หรือบริเวณที่มีความชื้นสะสมโดยไม่มีระบบป้องกันที่เหมาะสม

มาตรฐาน Super E0, JIS/JAS F☆☆☆☆ และ FloorScore ต่างกันอย่างไร?
การเลือกพื้นสำหรับพื้นที่ภายในบ้านไม่ควรพิจารณาเพียงลวดลายและราคา
แต่ควรตรวจสอบข้อมูลด้านการปล่อยสารระเหย
วิธีทดสอบ และเอกสารรับรองของผลิตภัณฑ์ด้วย
| คำหรือมาตรฐาน | ความหมาย | สิ่งที่ควรตรวจสอบ |
|---|---|---|
| JIS A 1460 | มาตรฐานญี่ปุ่นที่กำหนดวิธีตรวจวัดการปล่อยฟอร์มัลดีไฮด์ จากแผ่นวัสดุก่อสร้างด้วยวิธี Desiccator | หมายเลขมาตรฐาน ปีที่ทดสอบ ห้องปฏิบัติการ และผลทดสอบของรุ่นสินค้า |
| JAS/JIS F☆☆☆☆ | ระดับการปล่อยฟอร์มัลดีไฮด์ต่ำในระบบญี่ปุ่น ใช้กับวัสดุก่อสร้างและผลิตภัณฑ์ไม้บางประเภท | ใบรับรองต้องระบุผลิตภัณฑ์ โรงงาน หรือขอบเขตสินค้าที่ครอบคลุม |
| Super E0 | คำที่ผู้ผลิตและอุตสาหกรรมบางรายใช้สื่อถึงระดับการปล่อยฟอร์มัลดีไฮด์ต่ำ แต่ไม่ควรใช้แทนเลขมาตรฐานหรือผลทดสอบโดยไม่มีเอกสารประกอบ | ค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด วิธีทดสอบ หน่วยวัด และเกณฑ์ที่ใช้กล่าวว่าเทียบเท่ามาตรฐานใด |
| FloorScore® | การรับรองด้านการปล่อยสารอินทรีย์ระเหยง่ายหรือ VOC สำหรับพื้นผิวแข็ง กาว และวัสดุรองพื้น | ชื่อผู้ผลิต หมายเลขใบรับรอง รุ่นสินค้า วันหมดอายุ และสถานะใบรับรอง |
| EN | กลุ่มมาตรฐานยุโรป ไม่ใช่ใบรับรองเพียงฉบับเดียว สำหรับพื้นไม้ควรระบุหมายเลขมาตรฐานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน | เช่น EN 14342 หรือ EN 13489 พร้อมรายงานผลหรือ Declaration of Performance หากมี |
| ASTM | ชุดวิธีทดสอบจาก ASTM International ซึ่งแต่ละหมายเลขครอบคลุมคุณสมบัติแตกต่างกัน | ต้องระบุหมายเลข ASTM จริง ไม่ควรใช้เพียงข้อความกว้าง ๆ ว่า “ผ่าน ASTM” |
ฟอร์มัลดีไฮด์เป็นสารระเหยชนิดหนึ่งที่อาจพบในกาวและเรซินของผลิตภัณฑ์ไม้ประกอบ
การสัมผัสในระดับสูงอาจทำให้เกิดการระคายเคืองตา จมูก และลำคอ
ดังนั้นการเลือกวัสดุที่มีผลทดสอบการปล่อยสารต่ำ
ควบคู่กับการระบายอากาศภายในบ้านอย่างเหมาะสม
จึงช่วยลดแหล่งกำเนิดมลพิษภายในอาคารได้
ตารางเปรียบเทียบพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ไม้จริง ลามิเนต และ SPC
| คุณสมบัติ | พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ | พื้นไม้จริงแผ่นตัน | พื้นลามิเนต | พื้น SPC |
|---|---|---|---|---|
| ผิวหน้า | ไม้จริง | ไม้จริงตลอดแผ่น | ภาพพิมพ์ลายไม้ | ฟิล์มลายไม้และชั้นสึกหรอ |
| สัมผัสธรรมชาติ | สูง | สูงมาก | ปานกลาง | ปานกลาง |
| เสถียรภาพเมื่อความชื้นเปลี่ยน | ดีกว่าไม้จริงแผ่นตันโดยทั่วไป | ต้องควบคุมความชื้นอย่างเข้มงวด | ปานกลาง | สูง |
| ทนน้ำขัง | ไม่แนะนำ | ไม่แนะนำ | ไม่แนะนำ | ดีกว่าวัสดุไม้ แต่ต้องตรวจสอบรอยต่อและพื้นเดิม |
| ขัดทำสีใหม่ | ทำได้จำกัดตามความหนาชั้นไม้จริง และต้องประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ | ทำได้หลายครั้งกว่าตามความหนา | โดยทั่วไปทำไม่ได้ | ทำไม่ได้ |
| รูปลักษณ์เฉพาะตัว | แต่ละแผ่นมีลายไม้จริงแตกต่างกัน | แต่ละแผ่นแตกต่างกันตามธรรมชาติ | มีลายซ้ำตามแพตเทิร์นพิมพ์ | มีลายซ้ำตามฟิล์มตกแต่ง |
| เหมาะกับบ้าน Luxury | เหมาะมาก | เหมาะมาก | ขึ้นกับเกรดและดีไซน์ | เหมาะกับงานที่เน้นดูแลง่ายและทนน้ำมากกว่า |
| งบประมาณ | ปานกลางถึงสูง | สูง | ประหยัดถึงปานกลาง | ประหยัดถึงปานกลาง |
สำหรับบ้านที่ต้องการผิวสัมผัสไม้จริง
แต่กังวลเรื่องการยืดและหดของไม้แผ่นตัน
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์เป็นทางเลือกที่สมดุลระหว่างความงาม
ความคงตัวของโครงสร้าง และงบประมาณ
ขั้นตอนสำคัญในการติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์
1. สำรวจหน้างานและตรวจสอบแหล่งความชื้น
ก่อนเริ่มงานต้องตรวจสอบรอยรั่ว ท่อน้ำ ผนังชื้น
ความชื้นจากพื้นคอนกรีต และสภาพแวดล้อมของห้อง
ไม่ควรใช้การมองด้วยตาเปล่าเพียงอย่างเดียว
2. วัดระดับและความเรียบของพื้น
พื้นเดิมที่เป็นคลื่น หลุม หรือมีสันสูง
อาจทำให้เกิดเสียง พื้นยวบ รอยต่อเปิด
และกาวสัมผัสพื้นไม่เต็มพื้นที่
จึงควรปรับระดับด้วยวิธีที่เหมาะสมก่อนติดตั้ง
3. วัดความชื้นพื้นและความชื้นไม้
ค่าความชื้นที่ยอมรับได้ขึ้นอยู่กับชนิดพื้นคอนกรีต
วิธีติดตั้ง ระบบกาว และข้อกำหนดของผู้ผลิต
ทีมติดตั้งควรบันทึกค่าก่อนเริ่มงานเพื่อใช้ตรวจสอบย้อนหลัง
4. ปรับสภาพไม้ให้สัมพันธ์กับพื้นที่
ควรนำสินค้าเข้าพื้นที่ตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด
พร้อมควบคุมเครื่องปรับอากาศ อุณหภูมิ และความชื้นสัมพัทธ์
ให้อยู่ใกล้เคียงสภาวะใช้งานจริงของบ้าน
5. วางแผนแนวไม้และคละลายก่อนติดตั้ง
เปิดกล่องหลายกล่องพร้อมกัน
แล้วคละแผ่นสีเข้ม สีอ่อน ลายตรง และลายภูเขา
เพื่อให้การกระจายลายไม้ดูเป็นธรรมชาติทั่วทั้งพื้นที่
6. เว้นช่องขยายตัวรอบพื้นที่
ต้องมีช่องว่างบริเวณขอบผนัง เสา วงกบ
และจุดที่พื้นชนวัสดุประเภทอื่น
โดยขนาดช่องว่างควรเป็นไปตามคู่มือสินค้าและขนาดพื้นที่
7. ตรวจสอบกาวและระยะเวลาบ่ม
ต้องเลือกกาวที่เหมาะกับพื้นไม้และพื้นคอนกรีต
ใช้เกรียงตามขนาดที่ผู้ผลิตกาวกำหนด
และหลีกเลี่ยงการเดินหรือวางของหนักก่อนกาวบ่มตัวครบเวลา
8. ป้องกันพื้นระหว่างงานตกแต่ง
หลังติดตั้งควรใช้กระดาษหรือแผ่นป้องกันพื้นที่ระบายอากาศได้
ไม่ควรใช้พลาสติกปิดสนิทเป็นเวลานาน
เพราะอาจกักเก็บความชื้นและทำให้สีพื้นเปลี่ยนไม่สม่ำเสมอ

ปัญหาที่พบเจอในการติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์และวิธีแก้ไข
| ปัญหาที่พบ | สาเหตุที่เป็นไปได้ | แนวทางป้องกันและแก้ไข |
|---|---|---|
| พื้นโก่งหรือดันผนัง | ความชื้นสูง น้ำรั่ว ไม่มีช่องขยายตัว หรือยึดพื้นแน่นเกินไป | หยุดแหล่งความชื้น ตรวจวัดค่าพื้นและไม้ เปิดช่องขยายตัว และเปลี่ยนแผ่นที่เสียรูปเมื่อจำเป็น |
| รอยต่อแยกเป็นช่อง | อากาศแห้งกว่าช่วงติดตั้ง ไม้ไม่ได้ปรับสภาพ หรือพื้นเดิมไม่เรียบ | ควบคุมความชื้นภายในบ้าน ประเมินระยะรอยต่อ และซ่อมหรือเปลี่ยนแผ่นตามระดับความเสียหาย |
| พื้นมีเสียงหรือยวบ | พื้นเดิมไม่เรียบ กาวไม่เต็ม มีโพรงใต้พื้น หรือเดินใช้งานก่อนกาวบ่ม | ตรวจหาจุดโพรง ปรับพื้นใหม่ หรือรื้อและติดตั้งแผ่นบริเวณที่มีปัญหาตามความเหมาะสม |
| สีพื้นเป็นหย่อม | ไม่คละแผ่นจากหลายกล่อง หรือวางแผ่นสีใกล้กันมากเกินไป | Dry Lay และคละลายก่อนติดตั้ง ให้เจ้าของบ้านอนุมัติการจัดวางในพื้นที่สำคัญ |
| ผิวเป็นรอยหลังส่งมอบ | ลากเฟอร์นิเจอร์ ทรายหรือฝุ่นใต้รองเท้า ล้อเก้าอี้แข็ง หรือไม่มีวัสดุป้องกันขาโต๊ะ | ติดแผ่น Felt Pad ใช้พรมดักฝุ่น ยกแทนการลาก และเลือกแผ่นรองเก้าอี้ที่เหมาะกับพื้นไม้ |
| ขอบแผ่นบวมจากน้ำ | น้ำหกแล้วปล่อยทิ้ง ใช้ไม้ถูเปียกมาก เครื่องปรับอากาศหรือท่อน้ำรั่ว | เช็ดน้ำทันที แก้รอยรั่ว ลดปริมาณน้ำในการทำความสะอาด และเปลี่ยนแผ่นเมื่อโครงสร้างเสียรูปถาวร |
| สีซีดไม่สม่ำเสมอ | แสงแดดส่องโดยตรง หรือวางพรมและเฟอร์นิเจอร์ทับตำแหน่งเดิมนานเกินไป | ใช้ม่าน ฟิล์มกรองแสง และขยับพรมหรือเฟอร์นิเจอร์เป็นระยะ |
| เกิดปลวกหรือแมลง | สภาพแวดล้อมมีปลวกเดิม มีความชื้น หรือไม่มีระบบป้องกันรอบอาคาร | ตรวจและกำจัดปลวกที่ต้นเหตุ ใช้ระบบป้องกันปลวกของอาคาร และตรวจพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ |
| มีกลิ่นหลังติดตั้ง | กาว วัสดุเคลือบ หรือผลิตภัณฑ์ตกแต่งหลายชนิดรวมกัน ประกอบกับการระบายอากาศไม่เพียงพอ | เปิดระบายอากาศ ตรวจสอบชนิดกาว เอกสาร SDS และรายงาน VOC หากกลิ่นผิดปกติหรือไม่ลดลงควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ |
การแก้ปัญหาพื้นไม้ไม่ควรแก้เฉพาะแผ่นที่มองเห็นความเสียหาย
แต่ต้องตรวจหาสาเหตุจากความชื้น ระดับพื้น การระบายอากาศ
น้ำรั่ว และพฤติกรรมการใช้งานก่อนเสมอ
วิธีดูแลพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ให้สวยในระยะยาว
- ใช้เครื่องดูดฝุ่นหรือไม้ดันฝุ่นเป็นประจำ เพื่อลดเม็ดทรายที่ทำให้เกิดรอย
- ใช้ผ้าหรือม็อบหมาด ไม่ควรเทน้ำลงบนพื้นโดยตรง
- เช็ดน้ำ เครื่องดื่ม หรือของเหลวทันทีหลังหก
- หลีกเลี่ยงเครื่องพ่นไอน้ำและน้ำยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง
- ใช้น้ำยาทำความสะอาดค่า pH เป็นกลางที่ระบุว่าสำหรับพื้นไม้
- ติดแผ่น Felt Pad ใต้ขาโต๊ะ เก้าอี้ และเฟอร์นิเจอร์
- ยกเฟอร์นิเจอร์แทนการลากบนพื้น
- ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นภายในบ้านให้สม่ำเสมอ
- ใช้ม่านหรือฟิล์มกรองรังสี UV ในจุดที่แสงแดดส่องตรงเป็นเวลานาน
- ตรวจสอบรอยรั่วจากเครื่องปรับอากาศ หน้าต่าง และระบบประปาเป็นระยะ
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ A LA CARTE เหมาะกับใคร?
ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เหมาะกับเจ้าของบ้านที่ต้องการคุณสมบัติต่อไปนี้
- ต้องการสัมผัสและลายของไม้จริงภายในบ้าน
- ต้องการบรรยากาศอบอุ่นและหรูหรากว่าพื้นลายไม้แบบพิมพ์
- กังวลเรื่องการยืดหดของไม้จริงแผ่นตัน
- สามารถควบคุมความชื้นและดูแลพื้นตามข้อแนะนำได้
- ต้องการให้ทีมติดตั้งสำรวจและเตรียมพื้นอย่างเป็นระบบ
- ให้ความสำคัญกับเอกสารผลทดสอบและคุณภาพอากาศภายในบ้าน
หากพื้นที่เสี่ยงน้ำขัง ต้องการเช็ดถูด้วยน้ำปริมาณมาก
หรืออยู่ในบริเวณกึ่งภายนอก
ควรเปรียบเทียบกับ SPC กระเบื้อง หรือวัสดุที่ออกแบบมาสำหรับความชื้นโดยเฉพาะ
ราคา 2,450 บาท/ตร.ม. ครอบคลุมอะไรบ้าง?
ราคา 2,450 บาทต่อตารางเมตรในบทความนี้เป็นราคาอ้างอิงของผลิตภัณฑ์
ตามข้อมูลที่ได้รับ ณ วันที่จัดทำเนื้อหา
ราคาจริงอาจเปลี่ยนแปลงตามล็อตสินค้า ปริมาณ พื้นที่โครงการ
รูปแบบติดตั้ง และเงื่อนไขการให้บริการ
ค่าใช้จ่ายที่ควรสอบถามเพิ่มเติม ได้แก่
- ค่าติดตั้งและค่ากาว
- ค่าปรับระดับหรือซ่อมพื้นเดิม
- ค่ารื้อและขนย้ายวัสดุเดิม
- ค่าบัว ตัวจบ และรอยต่อระหว่างวัสดุ
- ค่าขนส่งและพื้นที่ปฏิบัติงาน
- ค่า Moisture Barrier หรือระบบป้องกันความชื้น หากจำเป็น
- เงื่อนไขการรับประกันสินค้าและงานติดตั้ง
ราคาที่แสดงรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าขนส่ง และค่าติดตั้งหรือไม่
เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนก่อนลูกค้าติดต่อ
VDO พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ K.S. WOOD ผลงานบ้านศุภภูวรา SUPALAI Prime Villa แจ้งวัฒนะ
มาตรฐานงานติดตั้งที่เชี่ยวชาญของ K.S. WOOD
การเลือกพื้นไม้ที่มีคุณภาพเป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลลัพธ์
งานติดตั้งที่ดีต้องอาศัยการประเมินสภาพพื้น
การตรวจความชื้น การคละลายไม้
การเลือกวัสดุยึดติด และการควบคุมสภาพแวดล้อมก่อน–หลังติดตั้ง
ทีม K.S. WOOD ให้บริการด้านวัสดุและงานติดตั้ง
โดยควรจัดเก็บเอกสารหน้างาน เช่น ค่าความชื้น
ภาพพื้นเดิม รายละเอียดกาว หมายเลขล็อตสินค้า
และภาพถ่ายหลังส่งมอบ เพื่อช่วยให้ตรวจสอบย้อนกลับได้
และเพิ่มความน่าเชื่อถือของบริการในระยะยาว
แหล่งข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ
- Supalai Public Company Limited:
ข้อมูลโครงการ ประเภทบ้าน จำนวนยูนิต พื้นที่ใช้สอย
และแนวคิด Smart & Green Living
Supalai Prime Villa Chaengwattana
- K.S. WOOD:
ข้อมูลขนาดสินค้า ชั้นไม้จริง ราคา และโครงสร้างผลิตภัณฑ์
A LA CARTE Engineered Flooring หน้ากว้าง 5 นิ้ว
- Japanese Standards Association:
ขอบเขตของ JIS A 1460 สำหรับวิธีทดสอบการปล่อยฟอร์มัลดีไฮด์
JIS A 1460:2021
- Ministry of Land, Infrastructure, Transport and Tourism, Japan:
ข้อมูลการแบ่งระดับวัสดุตามการปล่อยฟอร์มัลดีไฮด์และ F☆☆☆☆
Basic Technical Criteria for Sick House Countermeasures
- SCS Global Services:
ข้อมูลขอบเขตและกระบวนการรับรอง FloorScore®
FloorScore® Indoor Air Quality Certification
- United States Environmental Protection Agency:
ข้อมูลฟอร์มัลดีไฮด์และคุณภาพอากาศภายในอาคาร
Formaldehyde and Indoor Air Quality
- European Union – EUR-Lex:
ข้อมูลมาตรฐาน EN 14342 สำหรับพื้นไม้และปาร์เกต์
EN 14342:2013 – Wood Flooring and Parquet
- ASTM International:
ตัวอย่างมาตรฐานทดสอบคุณสมบัติของวัสดุไม้ประกอบ
ASTM D1037
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพื้นไม้เอ็นจิเนียร์
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์เป็นไม้จริงหรือไม่?
ผิวหน้าของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ผลิตจากไม้จริง
ส่วนแกนกลางเป็นไม้หลายชั้นที่วางสลับแนวเสี้ยน
จึงยังให้ลายและสัมผัสไม้จริง
แต่มีโครงสร้างต่างจากไม้จริงแผ่นตัน
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์เหมาะกับบ้านระดับ Luxury หรือไม่?
เหมาะ โดยเฉพาะพื้นที่รับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องนอน และห้องทำงาน
เพราะให้ผิวสัมผัสไม้จริงและบรรยากาศอบอุ่น
ทั้งยังเลือกชนิดไม้ สี และรูปแบบการวางได้หลากหลาย
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์กันน้ำได้หรือไม่?
ไม่ใช่วัสดุกันน้ำ 100%
สามารถรับมือกับการเช็ดทำความสะอาดแบบหมาดและของเหลวที่เช็ดออกทันทีได้
แต่ไม่ควรปล่อยให้น้ำขังหรือติดตั้งในพื้นที่เปียกโดยตรง
ติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์บนพื้นคอนกรีตได้หรือไม่?
ติดตั้งได้เมื่อพื้นคอนกรีตแห้ง เรียบ แข็งแรง
และมีค่าความชื้นอยู่ในเกณฑ์ของระบบกาวและผู้ผลิตพื้นไม้
หากความชื้นสูงต้องแก้สาเหตุหรือใช้ระบบป้องกันความชื้นที่เหมาะสมก่อน
รหัส E26 มีชั้นไม้จริงหนาเท่าไร?
ขนาด 15/2 × 125 × 910 มม.
หมายถึงความหนารวมประมาณ 15 มม.
และชั้นไม้จริงด้านบนประมาณ 2 มม.
ส่วนรุ่น 15/3 ในซีรีส์เดียวกันจะมีชั้นไม้จริงประมาณ 3 มม.
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ขัดทำสีใหม่ได้หรือไม่?
อาจทำได้ในระดับจำกัด ขึ้นอยู่กับความหนาชั้นไม้จริง
ความลึกของรอย และเครื่องมือที่ใช้
รุ่นชั้นไม้จริง 2 มม. ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อนขัดทุกครั้ง
มีสารป้องกันปลวกแล้ว แปลว่าปลวกไม่กินแน่นอนหรือไม่?
ไม่ควรสื่อว่าไม่มีความเสี่ยงอย่างเด็ดขาด
การป้องกันในผลิตภัณฑ์เป็นส่วนหนึ่งของระบบเท่านั้น
บ้านยังควรมีการป้องกันปลวก ตรวจรอยรั่ว
และควบคุมความชื้นรอบอาคารอย่างต่อเนื่อง
Super E0 และ F☆☆☆☆ เป็นมาตรฐานเดียวกันหรือไม่?
F☆☆☆☆ เป็นระดับการปล่อยฟอร์มัลดีไฮด์ในระบบญี่ปุ่น
ส่วน Super E0 เป็นคำที่พบในอุตสาหกรรมและการตลาด
การระบุว่าเทียบเท่ากันควรอ้างอิงวิธีทดสอบ
ค่าในรายงาน และใบรับรองของผลิตภัณฑ์รุ่นนั้นโดยตรง
ราคา 2,450 บาทต่อตารางเมตรรวมติดตั้งหรือไม่?
ควรตรวจสอบจากใบเสนอราคาล่าสุด
เนื่องจากราคาวัสดุ ค่าติดตั้ง ค่ากาว
ค่าปรับพื้น ค่าขนส่ง และอุปกรณ์จบงาน
อาจคิดแยกกันตามสภาพหน้างาน
สัมผัสความงามของพื้นไม้จริงในโครงสร้างที่ออกแบบเพื่อบ้านยุคใหม่
ปรึกษาการเลือกสีไม้ รูปแบบการติดตั้ง
การตรวจสภาพพื้น และประเมินพื้นที่หน้างานกับทีม K.S. WOOD
K.S. WOOD CO., LTD.
398 ถนนพระรามที่ 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150





