ติดต่อ K.S. WOOD ทาง LINE

LINE

@kswood

บัวไม้จริง

บัวไม้จริง แตกต่างจาก บัวไม้MDF อย่างไร?

บัวพื้นไม้จริงแบบเอ็นจิเนียร์ คืออะไร? ขนาด ราคา และข้อแตกต่างจากบัว MDF

บัวพื้นไม้จริงแบบเอ็นจิเนียร์ คือบัวเชิงผนังที่ใช้ผิวหน้าไม้จริงประกอบกับแกนไม้หลายชั้น ช่วยปิดช่องรอยต่อระหว่างพื้นกับผนัง ปกป้องผนังส่วนล่าง และทำให้งานพื้นดูเรียบร้อยต่อเนื่อง รุ่น À LA CARTE SUPERIOR ACC SERIES ของ K.S. WOOD ใช้หน้าไม้โอ๊คจริงหนา 3 มม. ตัวบัวหนา 15 มม. ยาว 1,900 มม. มีความสูงให้เลือก 50 และ 95 มม. สามารถทำสีให้เข้ากับพื้นไม้ของโครงการได้

จุดสำคัญคือสินค้าชนิดนี้ยังคงเป็น “ไม้จริง” ไม่ใช่บัวไม้เทียมลายไม้ เพียงเปลี่ยนจากไม้ตันชิ้นเดียวมาเป็นโครงสร้างเอ็นจิเนียร์แบบหลายชั้น เพื่อควบคุมการเปลี่ยนแปลงของรูปทรงได้ดีขึ้นและใช้ไม้ได้อย่างเหมาะสมกับงานตกแต่งภายใน

บัวพื้นคืออะไร และทำไมงานพื้นไม้จึงควรมีบัวเชิงผนัง?

บัวพื้น หรือ บัวเชิงผนัง (Skirting Board/Baseboard) เป็นวัสดุปิดแนวรอยต่อบริเวณฐานผนังกับพื้น โดยทำหน้าที่มากกว่าการตกแต่ง ได้แก่

  • ปิดช่องเผื่อการขยายตัวของพื้น ช่วยซ่อนช่องว่างรอบห้องโดยไม่ขัดขวางการเคลื่อนตัวตามธรรมชาติของพื้นไม้
  • เก็บรอยต่อให้เรียบร้อย ลดการมองเห็นขอบตัด สีผนัง หรือแนวงานติดตั้งที่ไม่สม่ำเสมอ
  • ช่วยปกป้องฐานผนัง จากแรงกระแทกเบา ๆ รอยจากเฟอร์นิเจอร์ เครื่องดูดฝุ่น และคราบที่เกิดระหว่างทำความสะอาดพื้น
  • เชื่อมโทนสีของห้อง บัวที่ทำสีสัมพันธ์กับพื้น ประตู หรือผนัง ช่วยให้งานตกแต่งดูกลมกลืนและมีรายละเอียดมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม บัวพื้นไม่ได้ทำหน้าที่แก้ปัญหาผนังชื้น น้ำรั่ว หรือปิดทับพื้นเสียหาย หากพบความชื้นบริเวณฐานผนัง ควรแก้สาเหตุก่อนติดตั้ง มิฉะนั้นทั้งบัวไม้ กาว และสีอาจเสื่อมเร็วกว่าปกติ

บัวไม้จริง K.S. WOOD

โครงสร้างบัวพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ของ K.S. WOOD

บัวไม้เอ็นจิเนียร์ À LA CARTE รุ่น SUPERIOR ACC SERIES ออกแบบสำหรับงานภายใน โดยมีองค์ประกอบสำคัญดังนี้

  1. ผิวหน้าไม้โอ๊คจริงเกรดพรีเมียม หนา 3 มม. ให้ลวดลายและสัมผัสของไม้ธรรมชาติ สามารถทำสีแบบงานไม้เพื่อให้ใกล้เคียงกับสีพื้นได้
  2. แกนไม้แบบหลายชั้น (Multilayer) จัดวางชั้นไม้เพื่อเพิ่มความเสถียรของชิ้นงาน และลดแนวโน้มการยืด หด หรือบิดโก่งเมื่อเทียบกับไม้ตันชิ้นเดียวภายใต้สภาพแวดล้อมเดียวกัน
  3. ความหนารวม 15 มม. ให้สัดส่วนที่ชัดเจนเมื่อติดตั้งชิดผนัง และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับปิดแนวช่องรอบพื้นตามรายละเอียดติดตั้ง
  4. สินค้าไม่รวมทำสี สามารถเลือกโทนสีหน้างานให้สัมพันธ์กับพื้นไม้ บันได ประตู หรือองค์ประกอบไม้อื่นในโครงการได้

การวางชั้นไม้สลับแนวเป็นหลักการที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ไม้ประกอบหลายประเภท เพื่อเพิ่มเสถียรภาพด้านมิติและลดการหดหรือบวมเมื่อเทียบกับการใช้เสี้ยนไม้ในทิศทางเดียวทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ไม้ทุกชนิดยังตอบสนองต่อความชื้น จึงต้องใช้ภายในอาคาร ควบคุมความชื้นหน้างาน และหลีกเลี่ยงน้ำขัง

ขนาดและราคาบัวพื้นไม้จริงแบบเอ็นจิเนียร์

K.S. WOOD มีบัวพื้นหน้าไม้โอ๊คจริง 2 ขนาด ความยาวมาตรฐาน 1.90 เมตรต่อเส้น ราคาในตารางเป็นราคาอ้างอิงจากเอกสารผลิตภัณฑ์และยังไม่รวมค่าทำสี ควรตรวจสอบราคา สต็อก และรายละเอียดบริการอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ

รหัสรายการขนาด (หนา/หน้า × ยาว)หน้าไม้จริงราคา/เส้นราคาเฉลี่ย/เมตร
B32บัวพื้น Engineer Oak หน้า 2 นิ้ว15/3 × 50 × 1,900 มม.ไม้โอ๊ค 3 มม.545 บาทประมาณ 287 บาท
B33บัวพื้น Engineer Oak หน้า 4 นิ้ว15/3 × 95 × 1,900 มม.ไม้โอ๊ค 3 มม.775 บาทประมาณ 408 บาท

หมายเหตุ: คำว่า “หน้า 2 นิ้ว” และ “หน้า 4 นิ้ว” เป็นชื่อขนาดทางการค้า ขนาดจริงตามสเปกคือ 50 และ 95 มม. ตามลำดับ ราคาไม่รวมทำสีและอาจเปลี่ยนแปลงได้

บัวไม้จริง

อุปกรณ์จบงานไม้โอ๊คในชุดเดียวกัน

รหัสผลิตภัณฑ์ขนาดราคาอ้างอิง
B38บอร์ดเดอร์ Engineer Oak หน้า 4 นิ้ว15/3 × 95 × 1,900 มม.1,095 บาท/ชิ้น
AE13-1ตัวปิดขอบ Solid Oak แบบ Prefinish25 × 30 × 1,900 มม.570 บาท/ชิ้น
AS01จมูกบันได Engineered Oak แบบ Prefinish25 × 95 × 2,400 มม.1,200 บาท/ชิ้น

ผลิตภัณฑ์ในตารางช่วยให้งานพื้น บริเวณต่างระดับ และ บันไดไม้ ใช้วัสดุและโทนสีในทิศทางเดียวกัน ลดปัญหาสีของตัวจบไม่สัมพันธ์กับพื้นหลัก

บัวพื้นไม้จริง บัวไม้เอ็นจิเนียร์ MDF และ PVC/WPC ต่างกันอย่างไร?

วัสดุแต่ละชนิดเหมาะกับเงื่อนไขไม่เหมือนกัน คำว่า “ดีที่สุด” จึงต้องพิจารณาทั้งความต้องการด้านลายไม้ ความชื้น งบประมาณ และวิธีทำสี ตารางนี้สรุปความแตกต่างโดยทั่วไปก่อนเลือกซื้อ

หัวข้อเปรียบเทียบไม้จริงตันไม้เอ็นจิเนียร์หน้าไม้จริงMDF ปิดผิว/ทำสีPVC หรือ WPC
ผิวและลายไม้จริงตลอดชิ้น ลายธรรมชาติผิวหน้าไม้จริง ลายธรรมชาติผิวพ่นสีหรือฟิล์มลายสีและลายจากกระบวนการผลิต
เสถียรภาพของรูปทรงขึ้นกับชนิดไม้ การอบ และความชื้นโครงสร้างหลายชั้นช่วยลดการเคลื่อนตัวเมื่อเทียบกับไม้ตันรูปทรงสม่ำเสมอ แต่ขอบอาจบวมหากความชื้นเข้าสู่แกนโดยทั่วไปทนความชื้นได้ดีและรูปทรงสม่ำเสมอ
การทำสีให้เข้ากับพื้นไม้ทำได้ทำได้ และเห็นเสี้ยนไม้โอ๊คจริงทำสีทึบหรือเลือกฟิล์มสำเร็จมักเลือกจากสีโรงงาน
การซ่อมผิวขัดและทำสีใหม่ได้ตามเนื้อไม้ที่เหลือซ่อมสีหรือขัดเบา ๆ ได้ แต่ต้องคำนึงถึงหน้าไม้ 3 มม.มักซ่อมด้วยการโป๊ว/พ่นสีหรือเปลี่ยนชิ้นมักเปลี่ยนชิ้นเมื่อผิวเสียหายมาก
พื้นที่เหมาะสมภายในพื้นที่แห้งภายในพื้นที่แห้งที่ต้องการลายไม้จริงภายในพื้นที่ควบคุมความชื้นขึ้นกับสูตรผลิตภัณฑ์ มีตัวเลือกสำหรับพื้นที่ชื้นมากกว่า
จุดที่ควรตรวจสอบความชื้นไม้ ตาไม้ และการบิดตัวความหนาหน้าไม้ ชนิดแกน การเคลือบ และเงื่อนไขติดตั้งเกรดกันชื้น การซีลขอบ และคุณภาพผิวความแข็งของผิว ความสมจริงของลาย และการซีดของสี

สรุป: ถ้าต้องการลายและสัมผัสไม้จริง แต่กังวลเรื่องการเคลื่อนตัวของไม้ตัน บัวพื้นไม้เอ็นจิเนียร์เป็นตัวเลือกที่สมดุล ส่วน MDF เหมาะกับงานสีทึบและงบประมาณควบคุม ขณะที่ PVC/WPC เหมาะกว่าเมื่อโจทย์หลักคือความชื้นและการดูแลรักษาง่าย ทั้งนี้ต้องเลือกเกรดและรายละเอียดติดตั้งให้ตรงพื้นที่ใช้งาน

บัวพื้น 2 นิ้วหรือ 4 นิ้ว เลือกขนาดไหนดี?

บัวพื้นหน้า 2 นิ้ว สูง 50 มม.

เหมาะกับห้องที่ต้องการเส้นสายเรียบ เบา และไม่ต้องการให้บัวเด่นกว่าพื้น เช่น ห้องนอน คอนโด หรือการตกแต่งสไตล์มินิมอล ควรตรวจสอบก่อนว่าความสูง 50 มม. ปิดแนวผนังและช่องรอบพื้นได้ครบ

บัวพื้นหน้า 4 นิ้ว สูง 95 มม.

ให้สัดส่วนชัดขึ้น เหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่ ห้องเพดานสูง งานคลาสสิก หรือบ้านที่ต้องการกรอบฐานผนังดูหรูและสมบูรณ์กว่า นอกจากนี้ยังช่วยปิดรอยผนังส่วนล่างได้มากขึ้น แต่ควรเทียบกับความสูงของวงกบ ประตู และเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินก่อนตัดสินใจ

วิธีเลือกที่แม่นยำที่สุดคือวางตัวอย่างบัวจริงชิดผนังพร้อมตัวอย่างพื้น แล้วดูทั้งในระยะใกล้และจากทางเข้าห้อง เพราะสีไม้จริงมีความแตกต่างตามลาย แสง และชนิดของสีเคลือบ

วิธีคำนวณจำนวนบัวพื้นไม้ที่ต้องใช้

คำนวณได้จากสูตร:

(ความยาวรอบห้อง − ความกว้างช่องประตูที่ไม่ติดบัว) × 1.05–1.10 ÷ 1.90 เมตร

จากนั้นปัดขึ้นเป็นจำนวนเต็ม โดยเผื่อ 5–10% สำหรับรอยตัด มุมห้อง ลายไม้ และชิ้นที่อาจเสียหายระหว่างทำสีหรือติดตั้ง

ตัวอย่าง: ห้องขนาด 4 × 5 เมตร มีประตูกว้าง 0.90 เมตร ความยาวติดตั้งสุทธิเท่ากับ 17.10 เมตร เมื่อเผื่อ 10% จะเป็น 18.81 เมตร หารด้วยความยาวบัว 1.90 เมตร ได้ 9.9 จึงควรเตรียมอย่างน้อย 10 เส้น ทั้งนี้ห้องที่มีมุมมากหรือเลือกเรียงลายไม้ควรเผื่อเพิ่มตามแบบติดตั้งจริง

หลักการติดตั้งบัวพื้นไม้ให้เรียบร้อยและไม่รบกวนการขยายตัวของพื้น

  1. ตรวจสอบพื้นที่ก่อนติดตั้ง ผนังต้องแห้ง เรียบ และไม่มีน้ำซึม ส่วนพื้นต้องติดตั้งเสร็จตามระยะเผื่อขยายตัวที่ผู้ผลิตกำหนด
  2. ปรับสภาพไม้ตามคำแนะนำ นำวัสดุเข้าพื้นที่ติดตั้งและควบคุมอุณหภูมิ/ความชื้นตามคู่มือของพื้นและบัว ไม่กำหนดระยะเวลาเองโดยไม่ตรวจเงื่อนไขสินค้า
  3. วางแผนรอยต่อก่อนตัด เลือกตำแหน่งต่อเส้นให้ไม่สะดุดตา และตัดมุม 45 องศาหรือเข้ามุมตามสภาพผนังจริง
  4. ทดลองสีบนเศษไม้ เพราะหน้าไม้โอ๊คแต่ละชิ้นรับสีต่างกัน ควรเทียบกับพื้นภายใต้แสงจริงก่อนทำสีทั้งหมด
  5. ยึดบัวกับผนัง ใช้กาวและ/หรือตะปูตามชนิดผนัง โดยไม่ยึดทะลุไปล็อกพื้นแบบลอยตัว เพื่อให้พื้นยังเคลื่อนตัวได้ตามระบบ
  6. เก็บรอยตะปูและรอยต่อ ใช้วัสดุโป๊วและสีที่เข้ากัน เก็บขอบบนอย่างเหมาะสม แต่ไม่อุดด้านล่างจนขัดขวางการขยายตัวของพื้น

งานไม้จริงต้องอาศัยการวัดหน้างานและทักษะการทำสี หากต้องการให้บัว พื้น บอร์ดเดอร์ และบันไดมีสีต่อเนื่องกัน ควรวางแผนวัสดุและตัวอย่างสีตั้งแต่ก่อนเริ่มติดตั้ง ไม่ควรตัดสินจากภาพบนหน้าจอเพียงอย่างเดียว

การดูแลบัวเชิงผนังไม้เอ็นจิเนียร์

  • เช็ดฝุ่นด้วยผ้าแห้งหรือผ้าหมาดบิดน้ำจนเกือบแห้ง
  • เช็ดน้ำหรือคราบบริเวณฐานผนังทันที ไม่ปล่อยให้น้ำขังหรือซึมเข้ารอยต่อ
  • หลีกเลี่ยงน้ำยากัดสี ผงขัด และแปรงแข็งที่ทำลายชั้นเคลือบ
  • ติดแผ่นรองเฟอร์นิเจอร์ในจุดที่อาจกระแทกบัวซ้ำ ๆ
  • ตรวจรอยต่อและแนวผนังเป็นระยะ หากพบความชื้นหรือเชื้อราให้แก้ต้นเหตุก่อนซ่อมผิวไม้

บอร์ดเดอร์ไม้จริง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัวพื้นไม้จริง

บัวพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ถือเป็นไม้จริงหรือไม้เทียม?

ผิวหน้าของรุ่นนี้เป็นไม้โอ๊คจริงหนา 3 มม. ประกอบกับแกนไม้หลายชั้น จึงจัดเป็นผลิตภัณฑ์ไม้จริงโครงสร้างเอ็นจิเนียร์ ไม่ใช่ PVC หรือ WPC ลายไม้

บัวพื้นไม้เอ็นจิเนียร์กันน้ำได้หรือไม่?

ไม่ควรเรียกว่า “กันน้ำ” เพราะยังมีส่วนประกอบจากไม้ รุ่นนี้เหมาะกับงานภายในพื้นที่แห้งและทนต่อความชื้นใช้งานทั่วไปได้เมื่อทำสีและติดตั้งอย่างเหมาะสม แต่ไม่ควรใช้ในจุดที่มีน้ำขัง น้ำรั่ว หรือเปียกต่อเนื่อง

ใช้เป็นบัวไม้เทียมภายนอกได้หรือไม่?

ไม่ได้ สินค้ารุ่นนี้ออกแบบสำหรับงานภายใน หากต้องการบัวสำหรับภายนอกควรเลือกวัสดุที่ผู้ผลิตระบุให้ทนแดด ฝน และรังสี UV โดยเฉพาะ เช่น อลูมิเนียม PVC หรือวัสดุคอมโพสิตเกรดภายนอก

บัวไม้เอ็นจิเนียร์ดีกว่าบัว MDF ทุกกรณีหรือไม่?

ไม่ทุกกรณี บัวเอ็นจิเนียร์เหมาะกว่าเมื่อให้ความสำคัญกับลายไม้จริง การทำสีให้เข้ากับพื้น และความเสถียรของโครงสร้าง ส่วน MDF อาจคุ้มกว่าสำหรับงานสีทึบ พื้นที่แห้ง และโครงการที่ควบคุมงบประมาณเป็นหลัก

สามารถทำสีบัวให้เหมือนพื้นไม้เดิมได้หรือไม่?

ทำให้ใกล้เคียงได้ เพราะเป็นหน้าไม้โอ๊คจริงและรับสีแบบงานไม้ แต่ไม่ควรรับรองว่าจะเหมือนกัน 100% เนื่องจากชนิดไม้เดิม อายุพื้น ลายเสี้ยน แสง และระบบสีมีผลต่อเฉดสุดท้าย ควรทดลองบนตัวอย่างก่อนทำจริง

บัวพื้นหน้า 2 นิ้วและ 4 นิ้วหนาเท่ากันหรือไม่?

เท่ากัน ทั้งสองรุ่นหนารวม 15 มม. และมีหน้าไม้โอ๊คจริงหนา 3 มม. แตกต่างกันที่ความสูง 50 มม. กับ 95 มม.

บัวพื้นหนึ่งเส้นยาวเท่าไร?

บัวพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ยาวเส้นละ 1,900 มม. หรือ 1.90 เมตร ควรคำนวณความยาวรอบห้อง หักช่องประตู และเผื่อรอยตัดอย่างน้อย 5–10%

บัวไม้เอ็นจิเนียร์มีการป้องกันปลวกหรือไม่?

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ K.S. WOOD มีการใช้น้ำยาป้องกันปลวกในกระบวนการผลิตและรับประกันให้ถึง 5 ปี อย่างไรก็ตาม วัสดุยังมีส่วนประกอบจากไม้ การป้องกันที่ดีควรรวมถึงการควบคุมความชื้น การตรวจปลวกในอาคาร และปฏิบัติตามเงื่อนไขการรับประกันของผู้ผลิต

สรุป: บัวพื้นไม้จริงแบบเอ็นจิเนียร์เหมาะกับใคร?

บัวพื้นไม้เอ็นจิเนียร์เหมาะกับบ้าน คอนโด โรงแรม และงานตกแต่งภายในที่ต้องการเสี้ยนไม้จริง พร้อมความยืดหยุ่นในการทำสีให้สัมพันธ์กับ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ และองค์ประกอบไม้อื่น รุ่น À LA CARTE มีหน้าไม้โอ๊คจริง 3 มม. โครงสร้างหนา 15 มม. ยาว 1.90 เมตร และเลือกความสูงได้ 50 หรือ 95 มม. จึงวางสัดส่วนให้เหมาะกับห้องได้ทั้งสไตล์เรียบและสไตล์ที่ต้องการกรอบฐานผนังชัดเจน

ก่อนสั่งซื้อ ควรนำแบบห้อง ความยาวรอบผนัง ตัวอย่างพื้น และสีที่ต้องการมาให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน เพื่อคำนวณจำนวน วางตำแหน่งรอยต่อ และเลือกวิธีทำสีให้เหมาะกับหน้างาน

ดูข้อมูลเพิ่มเติม: ดาวน์โหลดแคตตาล็อกและคู่มือติดตั้ง K.S. WOOD หรือสอบถามขนาด ราคา และตัวอย่างสีผ่าน LINE Official @kswood


แหล่งข้อมูล: เอกสารผลิตภัณฑ์ Engineered Flooring และรายการราคา À LA CARTE SUPERIOR ACC SERIES ของ K.S. WOOD; ข้อมูลหลักการตอบสนองของไม้ประกอบต่อความชื้นจาก APA – The Engineered Wood Association ข้อมูลขนาดและราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
เผยแพร่ครั้งแรก: 7 กุมภาพันธ์ 2567 | อัปเดตล่าสุด: 21 สิงหาคม 2569

share :
Facebook
LinkedIn
X

Related NEWS & IDEA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save