LEED Certification คืออะไร? เกณฑ์อาคารเขียว ระดับคะแนน และการเลือกวัสดุ
LEED Certification คือระบบประเมินและรับรองมาตรฐานอาคารสีเขียวที่พัฒนาโดย U.S. Green Building Council หรือ USGBC ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกที่ตั้ง การใช้พลังงานและน้ำ การลดคาร์บอน การเลือกวัสดุ ไปจนถึงคุณภาพสภาพแวดล้อมภายในอาคาร
อาคารที่ต้องการรับรอง LEED ต้องผ่านข้อกำหนดบังคับและสะสมคะแนนจากเครดิตต่าง ๆ โดยระดับการรับรองแบ่งเป็น Certified, Silver, Gold และ Platinum ตามคะแนนที่โครงการทำได้
สรุปสั้น ๆ: LEED Certification รับรองอาคารหรือโครงการ ไม่ได้รับรองผลิตภัณฑ์รายชิ้น แต่ผลิตภัณฑ์ที่มีเอกสารด้านสิ่งแวดล้อม เช่น EPD ข้อมูลวัสดุรีไซเคิล และผลทดสอบการปล่อยสารระเหย อาจมีส่วนสนับสนุนการพิจารณาคะแนนของโครงการได้
LEED Certification คืออะไร?
LEED ย่อมาจาก Leadership in Energy and Environmental Design เป็นระบบประเมินอาคารสีเขียวที่ใช้กับอาคารหลายประเภท ทั้งอาคารใหม่ อาคารที่ปรับปรุงครั้งใหญ่ งานตกแต่งภายใน อาคารที่เปิดใช้งานแล้ว บ้านพักอาศัย ย่าน ชุมชน และเมือง
LEED ไม่ได้พิจารณาเฉพาะการประหยัดไฟ แต่ประเมินความยั่งยืนของอาคารในภาพรวม เช่น
- ผลกระทบจากที่ตั้งและการเดินทาง
- การใช้ที่ดินและการรักษาระบบนิเวศ
- ประสิทธิภาพการใช้น้ำ
- การใช้พลังงานและการลดการปล่อยคาร์บอน
- การเลือกวัสดุและการจัดการทรัพยากร
- คุณภาพอากาศและความเป็นอยู่ของผู้ใช้อาคาร
- การจัดการของเสียระหว่างก่อสร้างและใช้งาน
- ความยืดหยุ่นของอาคารต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
U.S. Green Building Council หรือ USGBC เป็นผู้พัฒนาระบบ LEED ขณะที่การตรวจประเมินทางเทคนิคและการให้การรับรองดำเนินการโดย Green Business Certification Inc. หรือ GBCI
LEED รับรองอาคาร ไม่ได้รับรองผลิตภัณฑ์
หนึ่งในเรื่องที่มักเข้าใจผิดคือ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างสามารถได้รับตรา “LEED Certified Product” ได้โดยตรง
ความจริงคือ LEED ไม่ได้ให้การรับรอง สนับสนุน หรือรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริษัทใดเป็นรายสินค้า คะแนนจะพิจารณาจากภาพรวมของโครงการ รวมถึงสัดส่วน จำนวน มูลค่า พื้นที่ติดตั้ง และเอกสารของวัสดุทั้งหมดที่อยู่ในขอบเขตการประเมิน
ดังนั้น ถ้อยคำที่เหมาะสมควรเป็น:
- ผลิตภัณฑ์มีข้อมูลที่อาจช่วยสนับสนุนคะแนน LEED
- มีเอกสารประกอบการพิจารณาโครงการอาคารเขียว
- สอดคล้องกับข้อกำหนดบางส่วนของ LEED ตามรุ่นและขอบเขตโครงการ
ไม่ควรระบุว่า “สินค้าได้รับ LEED Certification” หรือ “ใช้แล้วได้รับคะแนนทันที” หากยังไม่ได้ประเมินร่วมกับวัสดุและองค์ประกอบอื่นของโครงการ
อัปเดต LEED v5 มีอะไรเปลี่ยนแปลง?
LEED v5 เป็นระบบประเมินรุ่นล่าสุด โดยเปิดใช้สำหรับโครงการกลุ่มหลัก ได้แก่
- BD+C: การออกแบบและก่อสร้างอาคาร
- ID+C: การออกแบบและก่อสร้างพื้นที่ภายใน
- O+M: การดำเนินงานและบำรุงรักษาอาคารที่เปิดใช้งานแล้ว
ส่วนโครงการบางประเภทอาจยังใช้ LEED v4 หรือ LEED v4.1 ตามประเภทโครงการ รุ่นที่ลงทะเบียน และกรอบเวลาที่ USGBC กำหนด ทีมโครงการจึงควรตรวจสอบเวอร์ชันก่อนกำหนดสเปกวัสดุ
LEED v5 ให้ความสำคัญกับผลกระทบหลัก 3 ด้าน ได้แก่
- Decarbonization: ลดคาร์บอนจากพลังงาน การเดินทาง สารทำความเย็น และคาร์บอนแฝงในวัสดุ
- Quality of Life: ส่งเสริมสุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดี ความเท่าเทียม และความยืดหยุ่นของผู้ใช้อาคาร
- Ecological Conservation and Restoration: ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ พร้อมสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติ
แม้แนวคิดพื้นฐานยังต่อเนื่องจาก LEED v4.1 แต่รายละเอียดเครดิต คะแนน และเอกสารที่ใช้ยืนยันอาจแตกต่างกัน จึงไม่ควรนำเอกสาร LEED Compliance ของเวอร์ชันเดิมมาใช้กับ LEED v5 โดยไม่ตรวจสอบ
LEED Certification มีกี่ประเภท?
| ระบบประเมิน | เหมาะกับโครงการ |
|---|---|
| BD+C – Building Design and Construction | อาคารใหม่ ส่วนต่อขยาย และอาคารที่ปรับปรุงครั้งใหญ่ |
| ID+C – Interior Design and Construction | งานตกแต่งภายในสำนักงาน ร้านค้า โรงแรม และพื้นที่เชิงพาณิชย์ |
| O+M – Operations and Maintenance | อาคารที่เปิดใช้งานแล้วและต้องการประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงาน |
| Residential | บ้านเดี่ยวและอาคารพักอาศัยตามประเภทที่ระบบกำหนด |
| ND – Neighborhood Development | โครงการพัฒนาย่านและพื้นที่ที่มีอาคารหลายหลัง |
| Cities and Communities | การวางแผนและประเมินเมืองหรือชุมชนในภาพรวม |
การเลือกผิดประเภทอาจทำให้เกณฑ์ คะแนน และเอกสารที่เตรียมไว้ไม่ตรงกับระบบที่ใช้ จึงควรกำหนด Rating System ตั้งแต่ช่วงเริ่มออกแบบโครงการ
LEED Certification มีกี่ระดับ?
โครงการต้องผ่านข้อกำหนดบังคับหรือ Prerequisites ก่อน จึงจะนำคะแนนจากเครดิตที่เลือกทำมารวมเพื่อกำหนดระดับการรับรอง
| ระดับการรับรอง | คะแนน |
|---|---|
| LEED Certified | 40–49 คะแนน |
| LEED Silver | 50–59 คะแนน |
| LEED Gold | 60–79 คะแนน |
| LEED Platinum | ตั้งแต่ 80 คะแนนขึ้นไป |
สำหรับ LEED v5 โครงการที่ต้องการระดับ Platinum ต้องผ่านข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพพลังงาน การปล่อยคาร์บอน และการใช้พลังงานหมุนเวียน ไม่ใช่เพียงสะสมคะแนนให้ถึง 80 คะแนนเท่านั้น
ระบบหลักอย่าง BD+C, ID+C และ O+M มีคะแนนรวมสูงสุด 110 คะแนน แต่รายละเอียดการกระจายคะแนนจะแตกต่างกันตามระบบและเวอร์ชันที่เลือก
LEED ประเมินอาคารด้านใดบ้าง?
แม้ชื่อหมวดและคะแนนอาจเปลี่ยนไปตามเวอร์ชัน แต่ประเด็นสำคัญที่ LEED ใช้ประเมินสามารถสรุปได้ดังนี้
1. กระบวนการออกแบบร่วมกัน
ส่งเสริมให้เจ้าของโครงการ สถาปนิก วิศวกร ผู้รับเหมา และผู้เชี่ยวชาญด้านอาคารเขียวกำหนดเป้าหมายร่วมกันตั้งแต่ต้น เพื่อให้ระบบพลังงาน น้ำ วัสดุ และการใช้งานอาคารทำงานสอดคล้องกัน
2. ที่ตั้งและการเดินทาง
พิจารณาความหนาแน่นของพื้นที่ การเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ การเดิน การใช้จักรยาน รถยนต์ไฟฟ้า และการลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนตัว
3. พื้นที่ยั่งยืนและระบบนิเวศ
ประเมินการลดผลกระทบจากงานก่อสร้าง การจัดการน้ำฝน การลดความร้อนสะสม การควบคุมมลภาวะทางแสง ตลอดจนการอนุรักษ์หรือฟื้นฟูพื้นที่ธรรมชาติ
4. การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
ครอบคลุมการลดการใช้น้ำภายในและภายนอกอาคาร การเลือกสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ การจัดการน้ำสำหรับงานภูมิทัศน์ และการติดตามปริมาณการใช้น้ำ
5. พลังงาน คาร์บอน และชั้นบรรยากาศ
พิจารณาประสิทธิภาพระบบอาคาร การใช้พลังงานหมุนเวียน การตรวจวัดพลังงาน การลดก๊าซเรือนกระจก และการเลือกสารทำความเย็นที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ
6. วัสดุและทรัพยากร
พิจารณาผลกระทบของวัสดุตลอดวงจรชีวิต คาร์บอนแฝง การนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ สัดส่วนวัสดุรีไซเคิล ความโปร่งใสของส่วนประกอบ และการจัดการขยะจากการก่อสร้าง
7. คุณภาพสภาพแวดล้อมภายในอาคาร
ครอบคลุมคุณภาพอากาศ การระบายอากาศ แสงธรรมชาติ ความสบายด้านอุณหภูมิ เสียง การควบคุมการสูบบุหรี่ และประสบการณ์ของผู้ใช้อาคาร
ขั้นตอนขอ LEED Certification
กระบวนการขอรับรองโดยทั่วไปประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญดังนี้
- เลือกประเภทและเวอร์ชันของ LEED ให้ตรงกับลักษณะและขอบเขตโครงการ
- ตรวจสอบ Minimum Program Requirements และ Prerequisites ที่โครงการต้องผ่าน
- ลงทะเบียนโครงการ ผ่าน Arc สำหรับ LEED v5 หรือแพลตฟอร์มที่กำหนดสำหรับเวอร์ชันเดิม
- จัดทำ LEED Scorecard เลือกเครดิตเป้าหมายและกำหนดผู้รับผิดชอบเอกสารแต่ละรายการ
- ดำเนินงานและเก็บเอกสาร ตั้งแต่การออกแบบ การจัดซื้อ การก่อสร้าง ไปจนถึงการทดสอบระบบ
- ยื่นเอกสารเพื่อรับการตรวจประเมินจาก GBCI
- ชี้แจงหรือส่งข้อมูลเพิ่มเติม หากผู้ตรวจประเมินร้องขอ
- รับผลการประเมินและระดับ LEED Certification
การกำหนดเป้าหมาย LEED ตั้งแต่ก่อนออกแบบช่วยให้ทีมเลือกเครดิตและวางแผนเอกสารได้มีประสิทธิภาพกว่าการเริ่มรวบรวมข้อมูลหลังจากสั่งซื้อหรือติดตั้งวัสดุแล้ว
วัสดุก่อสร้างช่วยสนับสนุนคะแนน LEED ได้อย่างไร?
วัสดุหนึ่งรายการไม่ได้สร้างคะแนนให้โครงการโดยอัตโนมัติ แต่ข้อมูลของวัสดุสามารถนำไปคำนวณหรือใช้เป็นหลักฐานประกอบเครดิตได้
| เอกสารหรือข้อมูล | ใช้บอกอะไร | ความเกี่ยวข้องกับ LEED |
|---|---|---|
| EPD | ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิต | อาจใช้ประกอบการเปิดเผยข้อมูลผลิตภัณฑ์และการประเมินคาร์บอนแฝง |
| ข้อมูลวัสดุรีไซเคิล | แหล่งที่มาและสัดส่วนวัตถุดิบรีไซเคิล | อาจสนับสนุนเกณฑ์ด้านการจัดหาวัตถุดิบและเศรษฐกิจหมุนเวียน |
| Material Ingredient Report หรือ HPD | ส่วนประกอบและความโปร่งใสของสารเคมี | ใช้พิจารณาความโปร่งใสและความปลอดภัยของส่วนประกอบ |
| VOC และ Formaldehyde Test | ปริมาณสารระเหยที่ปล่อยจากวัสดุ | อาจเกี่ยวข้องกับเกณฑ์ Low-Emitting Materials เมื่อประเภทและตำแหน่งติดตั้งเข้าเงื่อนไข |
| SRI Test | ความสามารถของผิววัสดุในการสะท้อนความร้อน | อาจเกี่ยวข้องกับการลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในพื้นที่ที่กำหนด |
| สถานที่ผลิตและแหล่งวัตถุดิบ | ระยะทางและที่มาของวัสดุ | ใช้ประกอบการคำนวณตามเกณฑ์ของเวอร์ชันที่โครงการเลือก |
| ราคา จำนวน และพื้นที่ติดตั้ง | สัดส่วนวัสดุเมื่อเทียบกับโครงการ | จำเป็นต่อเครดิตที่คำนวณตามมูลค่า จำนวนผลิตภัณฑ์ หรือพื้นที่ |
เอกสารทุกชุดต้องตรงกับแบรนด์ รุ่น โรงงานผลิต และช่วงเวลาที่ใช้ในโครงการ การมีเพียงโลโก้หรือเอกสารประชาสัมพันธ์ทั่วไปอาจไม่เพียงพอต่อการยื่นประเมิน
ไม้เทียม WPC จาก K.S. WOOD สนับสนุนโครงการ LEED ได้อย่างไร?
ผลิตภัณฑ์ไม้เทียม WPC รุ่น NewTechWood ที่ K.S. WOOD จัดจำหน่ายมีเอกสารด้านสิ่งแวดล้อมและผลทดสอบสำหรับผลิตภัณฑ์บางกลุ่ม ซึ่งสามารถนำไปตรวจสอบประกอบการเลือกวัสดุสำหรับโครงการอาคารเขียวได้
1. มีเอกสาร Environmental Product Declaration
EPD ช่วยเปิดเผยข้อมูลผลกระทบของผลิตภัณฑ์ตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การใช้งาน ไปจนถึงช่วงสิ้นสุดอายุการใช้งาน
สำหรับ NewTechWood ควรตรวจสอบว่า EPD ฉบับที่ใช้ครอบคลุมรุ่นสินค้า โรงงาน และช่วงเวลาของโครงการหรือไม่ ก่อนนำไปบันทึกใน LEED Calculator หรือเอกสารประกอบเครดิต
EPD ของ NewTechWood WPC Decking
2. มีข้อมูลแหล่งที่มาและส่วนประกอบของวัสดุ
ข้อมูลสัดส่วนวัตถุดิบรีไซเคิล เส้นใยไม้ และองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์ อาจใช้ประกอบการพิจารณาด้าน Responsible Sourcing, Circularity หรือ Building Product Selection ตามข้อกำหนดของ LEED แต่ละเวอร์ชัน
ไม่ควรใช้ตัวเลขสัดส่วนเดียวกับสินค้าทุกรุ่นโดยไม่ตรวจสอบเอกสาร เพราะสูตรผลิตภัณฑ์และขอบเขตการรับรองอาจแตกต่างกัน
3. มีข้อมูลการทดสอบ VOC และ Formaldehyde
เอกสาร EPD ที่ K.S. WOOD ใช้อ้างอิงระบุผลทดสอบ VOC, TVOC และ Formaldehyde เป็น Non-Detectable ภายใต้มาตรฐานและเงื่อนไขการทดสอบที่ระบุ
คำว่า Non-Detectable หมายถึงตรวจไม่พบภายใต้วิธีและขีดจำกัดของการทดสอบนั้น ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ “ปราศจากสารเคมี 100%” หรือรับประกันว่าจะได้รับคะแนน Low-Emitting Materials โดยอัตโนมัติ
นอกจากนี้ วัสดุที่ติดตั้งภายนอกอาคารอาจไม่อยู่ในขอบเขตการคำนวณเดียวกับวัสดุภายใน ต้องตรวจสอบตำแหน่งติดตั้งและข้อกำหนดของเครดิตก่อนเสมอ
4. มีเอกสารทางเทคนิคสำหรับงานสถาปัตยกรรม
นอกจากเอกสารสิ่งแวดล้อมแล้ว การมี Technical Data Sheet ผลทดสอบความทนทาน คู่มือติดตั้ง และข้อมูลรับประกัน ยังช่วยให้ทีมโครงการประเมินอายุการใช้งาน การบำรุงรักษา และความเหมาะสมของวัสดุกับพื้นที่จริงได้ชัดเจนขึ้น
ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ พื้นไม้เทียม WPC หรือดาวน์โหลด เอกสารผลิตภัณฑ์สำหรับสถาปนิก เพื่อใช้ประกอบการกำหนดสเปก
หมายเหตุ: การใช้ไม้เทียม WPC เพียงผลิตภัณฑ์เดียวไม่รับประกันว่าโครงการจะได้รับคะแนนหรือผ่าน LEED Certification คะแนนจริงขึ้นอยู่กับเวอร์ชัน ขอบเขต สัดส่วนวัสดุ เอกสารของโครงการ และผลการตรวจประเมินจาก GBCI
Checklist ก่อนระบุวัสดุในโครงการ LEED
ก่อนนำวัสดุเข้าแบบหรือจัดซื้อ ทีมโครงการควรตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้
- ชื่อแบรนด์และรหัสรุ่นตรงกับเอกสาร
- โรงงานผลิตอยู่ในขอบเขตของเอกสารหรือไม่
- EPD ยังอยู่ในช่วงเวลาที่กำหนดและผ่านการตรวจสอบจากบุคคลที่สาม
- LEED Compliance Statement ระบุเวอร์ชันใด
- ข้อมูลวัสดุรีไซเคิลเป็นของสินค้ารุ่นใด
- ผลทดสอบ VOC และ Formaldehyde ใช้มาตรฐานใด
- วัสดุติดตั้งภายใน ภายนอก หรือพื้นที่กึ่งภายใน
- เครดิตคำนวณจากจำนวนผลิตภัณฑ์ มูลค่า หรือพื้นที่ติดตั้ง
- ต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม เช่น Material Ingredient Report หรือ SRI Test หรือไม่
- ได้รับการตรวจสอบจาก LEED AP หรือที่ปรึกษาโครงการแล้วหรือยัง
LEED กับ WELL แตกต่างกันอย่างไร?
| หัวข้อ | LEED | WELL |
|---|---|---|
| จุดเน้นหลัก | ความยั่งยืนและประสิทธิภาพของอาคารในภาพรวม | สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ใช้อาคาร |
| ประเด็นสำคัญ | พลังงาน น้ำ คาร์บอน วัสดุ ที่ตั้ง ระบบนิเวศ และคุณภาพภายใน | อากาศ น้ำ แสง เสียง อุณหภูมิ การเคลื่อนไหว จิตใจ และความสบาย |
| ขอบเขต | อาคาร พื้นที่ ย่าน เมือง และชุมชนตามระบบที่กำหนด | อาคารและพื้นที่ที่มีผู้ใช้งาน |
| ใช้ร่วมกันได้หรือไม่ | ได้ | ได้ |
LEED มีเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตเช่นกัน ขณะที่ WELL ก็มีแนวทางที่เชื่อมโยงกับการออกแบบอาคารอย่างยั่งยืน โครงการจึงสามารถกำหนดเป้าหมายทั้งสองมาตรฐานร่วมกันได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ LEED Certification
LEED Certification ย่อมาจากอะไร?
LEED ย่อมาจาก Leadership in Energy and Environmental Design เป็นระบบประเมินและรับรองมาตรฐานอาคารสีเขียวที่พัฒนาโดย U.S. Green Building Council
LEED Certification มีกี่ระดับ?
มี 4 ระดับ ได้แก่ Certified 40–49 คะแนน, Silver 50–59 คะแนน, Gold 60–79 คะแนน และ Platinum ตั้งแต่ 80 คะแนนขึ้นไป โดย LEED v5 มีข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับระดับ Platinum
ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างได้รับ LEED Certification ได้หรือไม่?
ไม่ได้ LEED รับรองอาคาร พื้นที่ หรือโครงการ ไม่ได้รับรองผลิตภัณฑ์รายชิ้น แต่ข้อมูลของผลิตภัณฑ์อาจใช้ประกอบการพิจารณาเครดิตของโครงการได้
EPD เหมือนกับ LEED หรือไม่?
ไม่เหมือนกัน EPD เป็นเอกสารเปิดเผยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ตลอดวงจรชีวิต ส่วน LEED เป็นระบบประเมินอาคาร อย่างไรก็ตาม EPD อาจใช้เป็นหลักฐานประกอบเกณฑ์ด้านวัสดุของ LEED ได้
ใช้ไม้เทียม WPC แล้วได้คะแนน LEED ทันทีหรือไม่?
ไม่ได้โดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาเวอร์ชันของ LEED ประเภทเครดิต เอกสารผลิตภัณฑ์ ปริมาณหรือสัดส่วนการใช้ และวัสดุอื่นทั้งหมดภายในโครงการ
LEED v5 ต่างจาก LEED v4.1 อย่างไร?
LEED v5 เพิ่มน้ำหนักด้านการลดคาร์บอน คุณภาพชีวิต ความยืดหยุ่น และการอนุรักษ์ระบบนิเวศ พร้อมปรับโครงสร้างเครดิตและเอกสารบางส่วน โครงการจึงต้องใช้ข้อกำหนดให้ตรงกับเวอร์ชันที่ลงทะเบียน
ควรเริ่มวางแผน LEED เมื่อใด?
ควรเริ่มตั้งแต่ก่อนออกแบบหรือช่วงเริ่มต้นของโครงการ เพื่อกำหนดเป้าหมายคะแนน เลือกระบบประเมิน และจัดเตรียมเอกสารของระบบอาคารกับวัสดุได้อย่างครบถ้วน

สรุป LEED Certification และการเลือกวัสดุสำหรับอาคารสีเขียว
LEED Certification เป็นมากกว่าการติดฉลากว่าอาคารเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นระบบที่ประเมินทั้งพลังงาน น้ำ คาร์บอน วัสดุ ระบบนิเวศ และคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารอย่างเป็นระบบ
การเลือกวัสดุที่มี EPD ข้อมูลส่วนประกอบ ผลทดสอบสารระเหย และเอกสารทางเทคนิคที่ตรวจสอบได้ ช่วยให้ทีมออกแบบและทีม LEED เตรียมข้อมูลได้ชัดเจนขึ้น แต่ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดสามารถรับประกันคะแนนหรือการรับรองให้โครงการได้โดยลำพัง
สำหรับโครงการที่กำลังพิจารณาไม้เทียม WPC รุ่น NewTechWood สามารถติดต่อ K.S. WOOD เพื่อสอบถามเอกสารของรุ่นสินค้า ตรวจสอบความเหมาะสมกับพื้นที่ใช้งาน และรวบรวมข้อมูลประกอบการกำหนดสเปก โดยคะแนนสุดท้ายขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของโครงการและผลการตรวจประเมินจาก GBCI









