ไม้เอ็นจิเนียร์ (Engineered Wood) คือ ไม้จริงที่ผ่านกระบวนการแปรรูปและนำมาประกอบกันเป็นชั้นๆ เพื่อแก้ปัญหาการยืด หดตัว และบิดโก่งของไม้จริงเต็มแผ่น (Solid Wood) โดยทั่วไปแบ่งเป็น 2 ชั้น, 3 ชั้น (Compound Wood) และแบบหลายชั้น (Multi-layers) ซึ่ง ไม้เอ็นจิเนียร์ Multi-Layers ของ K.S. WOOD โดดเด่นด้วยโครงสร้างไม้จริงวางสลับขวางเสี้ยนถึง 9 ชั้น อัดประสานด้วยกาว WBP ที่ผสมน้ำยากันปลวก ทนความร้อนและความชื้นสูงระดับโลก และเป็นแบรนด์เดียวในไทยที่ได้มาตรฐาน SUPER E0 – Japanese Safety Standard (JAS F4★★★★ Equivalent) ปล่อยสารระเหยต่ำมาก ปลอดภัยจากสารก่อมะเร็ง ถือเป็นนวัตกรรมงานปูพื้นภายในที่แก้ปัญหาไม้ดั้งเดิมได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ไม้เอ็นจิเนียร์ (Engineered Wood) คืออะไร?
ไม้พื้นเอ็นจิเนียร์ คือ นวัตกรรมการผลิตวัสดุปูพื้นภายในบ้าน ที่ใช้ “ไม้จริง” มากกว่า 1 ชนิดมาประกอบเข้าด้วยกันเป็น 1 ชิ้นงาน เพื่อคงความสวยงามของผิวสัมผัสไม้ธรรมชาติ ช่วยลดต้นทุนให้ถูกกว่าไม้จริงเต็มแผ่น และแก้ปัญหาทางกายภาพของไม้ธรรมชาติ
ในท้องตลาด ไม้เอ็นจิเนียร์ถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามโครงสร้างการผลิต ได้แก่ แบบ 2 ชั้น (2 Layers), แบบ 3 ชั้น (3 Layers) และแบบหลายชั้น (Multi-layers)
หลายคนมักสงสัยว่า ไม้ Compound Wood ต่างจากไม้เอ็นจิเนียร์อย่างไร คำตอบคือ ไม่ต่างกัน เพราะ Compound Wood คือชื่อเรียกยอดฮิตของ “ไม้เอ็นจิเนียร์โครงสร้างแบบ 3 ชั้น (3 Layers)” นั่นเอง
5 จุดเด่นที่ทำให้ “พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ K.S. WOOD” เหนือกว่าแบรนด์ทั่วไปในตลาด
ทางบริษัท K.S. WOOD ได้พัฒนาและผลิตไม้เอ็นจิเนียร์รุ่น Multi-Layers เพื่อแก้ปัญหางานพื้นไม้มานานกว่า 7 ปี จนได้รับการยอมรับและพึงพอใจจากกลุ่มลูกค้าอย่างมาก ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดังนี้:

1. โครงสร้างไม้จริง 9 ชั้น (9-Layer Cross-ply Structure) วางไม้สลับขวางเสี้ยนถึง 9 ชั้นเต็มแผ่น พร้อมเคลือบกันความชื้น ช่วยให้ไม้ไม่บวม ไม่ยืด ไม่หดตัว และไม่แตกง่าย ทนต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้อย่างยอดเยี่ยม
2. อัดประสานด้วยกาว WBP (Weather and Boil Proof) ทนทานขั้นสุดด้วยกาว WBP ซึ่งผ่านการทดสอบมาตรฐานระดับโลกแล้วว่า สามารถทนต่อความร้อนและความชื้นได้สูงมาก เหนือกว่ากาวประสานไม้ทั่วไปในท้องตลาด ทนต่อสารเคมี กรด และด่าง
3. นวัตกรรมกาวผสมน้ำยากันปลวก หมดปัญหาเรื่องปลวกกวนใจอย่างเด็ดขาด K.S. WOOD ใช้นวัตกรรมผสมน้ำยากันปลวกลงในกาวอัดประสาน ทำให้สารกันปลวกซึมลึกเข้าสู่เนื้อไม้ทุกชั้น ป้องกันปลวกได้ดีและยาวนานกว่าการอบน้ำยากันปลวกแบบเคลือบผิวทั่วไป
4. แบรนด์เดียวในไทยที่ได้มาตรฐาน SUPER E0 (JAS F4★★★★) ปลอดภัยกับคนที่คุณรักสูงสุด! K.S. WOOD เป็นแบรนด์เดียวในประเทศไทยที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน SUPER E0 – Japanese Safety Standard หรือเทียบเท่า JAS F4★★★★ ซึ่งเป็นการปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ (สารก่อมะเร็ง) และสารระเหย (VOCs) ในระดับที่ต่ำที่สุด มั่นใจได้ในความปลอดภัยต่อสุขภาพของทุกคนและสัตว์เลี้ยง
5. ดีไซน์สวยงามด้วยระบบร่องลิ้นแบบ Bevel พื้นไม้เอ็นจิเนียร์มาพร้อมสีสันที่สวยงามเหมือนไม้ธรรมชาติ มีให้เลือกหลากหลายสี และใช้ระบบร่องลิ้นแบบลบมุม (Bevel) ช่วยเพิ่มมิติให้รอยต่อของพื้นบ้านดูพรีเมียมมากยิ่งขึ้น
🎥 คลิกดูคลิปแบบทดสอบประสิทธิภาพไม้เอ็นจิเนียร์ K.S. WOOD ได้ที่: https://youtu.be/PrC5jIGGHcI

ข้อควรระวังในการใช้งานและการดูแลรักษาพื้นไม้เอ็นจิเนียร์
แม้ว่าไม้เอ็นจิเนียร์ Multi-Layers จาก K.S. WOOD จะมีโครงสร้างที่แข็งแรง ทนความชื้นด้วยกาว WBP และแก้ปัญหาเรื่องปลวกได้ยอดเยี่ยมแล้ว แต่เนื่องจาก “ผิวหน้าของไม้เอ็นจิเนียร์คือไม้จริงตามธรรมชาติ” จึงยังมีข้อควรระวังในการดูแลรักษา เพื่อให้พื้นบ้านของคุณคงความสวยงามไปอีกหลายสิบปี ดังนี้:
ระวังน้ำขังเป็นเวลานาน: แม้กาว WBP จะทนความชื้นและน้ำได้ดีเยี่ยม แต่ผิวหน้าไม้จริงไม่ควรปล่อยให้น้ำท่วมขัง หากทำน้ำหก ควรรีบเช็ดทำความสะอาดทันที ไม่ควรใช้ไม้ถูพื้นที่เปียกโชกในการทำความสะอาด (ควรใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดจัดๆ)
ระวังรอยขีดข่วนจากของแข็ง: เช่นเดียวกับไม้ธรรมชาติทั่วไป ผิวหน้าสามารถเกิดรอยขีดข่วนได้ ควรหลีกเลี่ยงการลากเฟอร์นิเจอร์หนักๆ โดยไม่มีแผ่นรองกันรอย และควรระมัดระวังรอยเล็บจากสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่
หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดโดยตรง: หากพื้นไม้บริเวณนั้นต้องสัมผัสกับแสงแดดจัดหรือรังสี UV ที่ส่องผ่านกระจกเป็นเวลานานติดต่อกันหลายปี สีของเนื้อไม้ธรรมชาติอาจเกิดการซีดจางหรือเปลี่ยนสีได้ตามกาลเวลา (แนะนำให้ใช้ผ้าม่านหรือมู่ลี่ช่วยกรองแสง)
การใช้สารเคมีทำความสะอาด: แม้โครงสร้างจะทนต่อกรดและด่าง แต่เพื่อถนอมสีและผิวสัมผัสของหน้าไม้ธรรมชาติ ควรหลีกเลี่ยงน้ำยาถูพื้นที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดสำหรับ “พื้นไม้” โดยเฉพาะเท่านั้น
ความเรียบของพื้นเดิมก่อนติดตั้ง: การปูพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและไม่เกิดเสียงดังเวลาเดิน พื้นซีเมนต์ (Subfloor) ด้านล่างจะต้องถูกปรับระดับให้เรียบสนิทก่อนทำการติดตั้งเสมอ
สรุปเปรียบเทียบวัสดุปูพื้นไม้
Solid Wood (ไม้จริงเต็มแผ่น): สวยงามแบบดั้งเดิม แต่ยืดหดตัว บิดโก่งง่าย และมีความเสี่ยงเรื่องปลวกสูง
Compound Wood (ไม้เอ็นจิเนียร์ 3 ชั้น): แก้ปัญหาการบิดตัวได้ปานกลาง กันความชื้นและปลวกได้ตามมาตรฐานทั่วไป กาวอัดประสานอาจยังมีสารระเหยตกค้าง
K.S. WOOD Multi-Layers (ไม้เอ็นจิเนียร์ 9 ชั้น): โครงสร้างสมดุลสูงสุด ไม่ยืดไม่หด ทนความชื้นและร้อนด้วยกาว WBP กันปลวกจากเนื้อใน และ เป็นแบรนด์เดียวในไทยที่ปลอดภัยระดับ SUPER E0 (JAS F4★★★★)
💡 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ไม้เอ็นจิเนียร์ K.S. WOOD ทนน้ำและทนร้อนได้แค่ไหน? A: ทนทานสูงมากครับ เพราะ K.S. WOOD ใช้อัดประสานด้วยกาว WBP (Weather and Boil Proof) ซึ่งผ่านการทดสอบระดับโลกว่าทนความร้อนและความชื้นได้ดีเยี่ยม แตกต่างจากไม้ Engineered Wood หรือ Compound Wood ทั่วไป
Q: มาตรฐาน SUPER E0 หรือ JAS F4★★★★ คืออะไร? A: คือมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุดจากประเทศญี่ปุ่น (Japanese Safety Standard) เป็นการการันตีว่าวัสดุนั้นมีการปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) และสารระเหย (VOCs) ต่ำมากๆ จนปลอดภัยจากสารก่อมะเร็ง ซึ่ง K.S. WOOD เป็นแบรนด์เดียวในไทยที่ได้มาตรฐานนี้สำหรับงานไม้เอ็นจิเนียร์ เอกสารการตรวจสอบ SUPER E0
_________
ดูสีพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ทั้งหมด
________
เข้าชมสินค้าที่ KS Wood Showroom (สำนักงานใหญ่)
แผนที่ https://goo.gl/maps/R1JYdK7M5ViU87FAA
_________
Hotline: 09-5878-6710
Official Line ID: @kswood หรือคลิก http://line.me/ti/p/%40evv0054j
_________







