พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ K.S. WOOD
Premium Engineered Wood Flooring
SUPER E0 Certified
Crafted for Healthier Indoor Living
Equivalent to Japanese JAS F4★★★★ Standards
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ K.S. WOOD ผ่านการทดสอบการปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ตามมาตรฐานประเทศญี่ปุ่น (Japanese Test Standard) ในระดับ Super E0 โดยผลการทดสอบเป็น ND (Not Detected) ซึ่งหมายถึง ไม่ตรวจพบการปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ภายในขีดจำกัดการตรวจวัดของห้องปฏิบัติการ ทั้งยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่ากำหนดของมาตรฐาน Super E0 (≤ 0.30 mg/L) สะท้อนถึงการปล่อยสารระเหย (VOC) ในระดับต่ำมาก ช่วยส่งเสริมคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality: IAQ) และเหมาะสำหรับการใช้งานภายในที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน โรงแรม รวมถึงโครงการที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย
แตกต่างอย่างมีระดับ ด้วยความงดงามของไม้จริง ในมาตรฐานการออกแบบระดับพรีเมียม
ไม้พื้น Engineered Wood จาก K.S. WOOD มอบความสวยงามเหนือระดับด้วยไม้จริงคัดเกรดพิเศษหน้ากว้าง 5 นิ้ว ผสานนวัตกรรมโครงสร้าง Multi-Layer 9 ชั้นที่วางขวางสลับเสี้ยนเพื่อป้องกันการบิดงอและการหด-ขยายตัวได้อย่างดีเยี่ยม ผิวหน้าแข็งแรงทนทานด้วยการเคลือบ UV Oil หรือ UV Lacquer ถึง 9 ชั้น เสริมด้วยสาร Aluminium Oxide ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนและการหลุดร่อน มั่นใจได้ในความปลอดภัยด้วยมาตรฐาน Super E0 ที่ปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ต่ำมาก พร้อมการรับรองมาตรฐานสากลทั้ง European Standards (EN), ASTM International และ FloorScore® ที่การันตีความปลอดภัยของอากาศภายในอาคารและสาร VOCs ต่ำ
ใช้กาวมาตรฐาน D3/D4 ผสมสารป้องกันปลวกในโครงสร้าง WBP พร้อมเคลือบกันความชื้นแบบ 360 องศา และเลือกใช้ไม้ Beech Wood คุณภาพสูงรองหลัง โดยผ่านการทดสอบค่าความชื้นที่ระดับ 8.91% ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานสากลที่กำหนดไว้ไม่เกิน 12% นอกจากนี้ยังมาพร้อมความมั่นใจด้วยการรับประกันปลวกนานถึง 5 ปี
K.S. WOOD ครบรอบ17ปี Big Surprise | ไม้เอ็นจิเนียร์ ลดสูงสุด 65%

สินค้าราคา พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ K.S. WOOD
FEATURE
จุดเด่นผลิตภัณฑ์ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ k.s. wood


CERTIFICATES
ระบบมาตรฐานคุณภาพ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ Engineered Wood คืออะไร?
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ คือวัสดุปูพื้นที่ผลิตจากไม้จริงคุณภาพสูง ซึ่งผ่านกระบวนการผลิตแบบโครงสร้างหลายชั้น (Engineered Structure) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและลดปัญหาการยืดหดตัวของไม้เมื่ออุณหภูมิและความชื้นเปลี่ยนแปลง พื้นไม้เอ็นจิเนียร์จึงให้ผิวสัมผัสและความสวยงามใกล้เคียงไม้จริงแบบ Solid Wood แต่มีความเสถียรในการใช้งานมากกว่า และมีราคาที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น การใช้ไม้เนื้อแข็งปิดผิวด้านหลังร่วมกับการพ่น Oil Paint ช่วยป้องกันความชื้นไม่ให้ซึมเข้าสู่ชั้น Core Board และลดโอกาสการเกิดเชื้อรา ทำให้พื้นไม้เอ็นจิเนียร์เหมาะสำหรับการใช้งานภายในอาคาร และสามารถใช้งานได้ดีในสภาพอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งพื้นที่แห้งและพื้นที่ที่มีความชื้น เช่น บ้านพักอาศัยและคอนโดมิเนียม
ซึ่ง ไม้เอ็นจิเนียร์ Multi-Layers ของ K.S. WOOD โดดเด่นด้วยโครงสร้างไม้จริงวางสลับขวางเสี้ยนถึง 9 ชั้น อัดประสานด้วยกาว WBP ที่ผสมน้ำยากันปลวก ทนความร้อนและความชื้นสูงระดับโลก และเป็นแบรนด์เดียวในไทยที่ได้มาตรฐาน SUPER E0 – Japanese Safety Standard (JAS F4★★★★ Equivalent) ปล่อยสารระเหยต่ำมาก ปลอดภัยจากสารก่อมะเร็ง ถือเป็นนวัตกรรมงานปูพื้นภายในที่แก้ปัญหาไม้ดั้งเดิมได้อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อยกระดับการอยู่อาศัยให้เป็น Iconic Space อย่างแท้จริง
ดูวัสดุพื้นผิวภายในอื่นๆ: กระเบื้องยางSPC พื้น WPC สำหรับภายใน

โครงสร้างของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ถูกออกแบบด้วยโครงสร้างไม้หลายชั้น (Multi-layer Structure)
เพื่อผสาน ความสวยงามแบบไม้จริง เข้ากับ ความแข็งแรงและความเสถียรของโครงสร้าง
ชั้นผิวหน้าไม้จริง (Top Layer / Veneer Layer)
ชั้นผิวหน้าไม้จริง (Top Layer / Veneer Layer)
ใช้ ไม้จริงคัดพิเศษ ความหนาประมาณ 2–3 มม.
เลือกเฉพาะไม้คุณภาพสูง เพื่อให้ได้ลวดลายไม้ธรรมชาติสวยงาม
เคลือบผิวด้วย UV Oil หรือ UV Lacquer สูงสุด 9 ชั้น
เสริมความแข็งแรงของผิวหน้าด้วย Aluminium Oxide (Al₂O₃)
ช่วยป้องกันรอยขีดข่วน ลดการสึกหรอ และยืดอายุการใช้งาน
ชั้นรองรับแรง (Intermediate Layer) เป็นชั้นไม้เนื้อแข็งอัดพิเศษ
ชั้นแกนกลาง (Core Board – Multi Layers)
ชั้นฐานล่าง (Backing Layer)

วิธีการเลือกพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ให้เหมาะกับบ้าน
การเลือกไม้เอ็นจิเนียร์ให้เหมาะกับบ้านจึงควรพิจารณาหลายปัจจัย เพื่อให้ได้ทั้งความสวยงาม การใช้งานที่เหมาะสม และความคุ้มค่าในระยะยาว
1. เลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานของพื้นที่
2. พิจารณาความหนาของชั้นไม้จริง (Wear Layer)
3. เลือกโครงสร้างที่เหมาะกับสภาพอากาศ
4. เลือกชนิดและลวดลายไม้ให้เข้ากับสไตล์บ้าน
5. ระบบการติดตั้งและความสะดวกในการใช้งาน
6. คุณภาพการผลิตและการรับประกัน
ควรเลือกไม้เอ็นจิเนียร์ที่ผ่านมาตรฐาน SUPER E0 ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับสูงจากญี่ปุ่น เทียบเท่า JAS F4★★★★ (Japanese Agricultural Standard) โดยมีคุณสมบัติปล่อยสารระเหยฟอร์มาลดีไฮด์ในระดับต่ำมาก (Low Formaldehyde Emission)
ช่วยลดความเสี่ยงต่อการระคายเคือง ระบบทางเดินหายใจ และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับบ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ

ขั้นตอนการติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ (Engineered Wood)
1. เลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานของพื้นที่
วิธีการติดตั้ง
ปูแผ่นฟิล์มกันความชื้นบนพื้น
ปูแผ่นไม้อัดสลับแนวแบบฟันปลา เพื่อทำเป็น Subfloor
เริ่มปูไม้แผ่นแรก โดยเว้นระยะขอบระหว่างพื้นกับผนังโดยรอบประมาณ 5–10 มม.
ทากาวลาเท็กซ์ที่ด้านหลังแผ่นไม้ ยิงแม็กยึดที่ลิ้นไม้ และทากาวบริเวณลิ้นไม้
ติดตั้งไม้เอ็นจิเนียร์ตามแพทเทิร์นที่กำหนดอย่างต่อเนื่องจนเต็มพื้นที่
ติดตั้งบัวและตัวจบงาน เพื่อความเรียบร้อยและความสวยงาม

Catalog พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ k.s. wood
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับไม้เอ็นจิเนียร์
ไม้เอ็นจิเนียร์แตกต่างจากไม้ลามิเนตอย่างไร?
วัสดุและการผลิต ที่ต่างกันชัดเจน ไม้เอ็นจิเนียร์ ผลิตจากไม้จริงเต็มแผ่นหลายชั้น โดยชั้นบนสุดเป็นไม้จริงที่เป็นไม้ที่มีมูลค่าสูง
ในชั้นรองลงมาจะเป็นไม้จริงที่เป็นกลุ่มไม้ป่าปลูกที่มีมูลค่าที่น้อยกว่า ในบางแบรนด์อาจรองด้วยไม้เนื้อแข็ง หรือ ไม้คอร์ก ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ในการใช้งาน
ไม้ลามิเนตผลิตจากเศษไม้บดอัดผสมกาว แล้วเคลือบด้วยกระดาษลายไม้ที่พิมพ์สี จากนั้นเคลือบผิวหน้าด้วยสารเมลามีนเรซิน ทำให้ความทนทานน้อยกว่าไม้เอ็นจิเนียร์
ไม้ลามิเนตไม่ทนต่อความชื้น หากโดนน้ำเป็นเวลานาน อาจบวมหรือพังได้ แต่ด้วยราคาที่ถูกกว่าไม้เอ็นจิเนียร์อาจเป็นทางเลือกสำหรับงานตกแต่งพื้นที่จำกัดเรื่องงบประมาณ
ไม้เอ็นจิเนียร์มีอายุการใช้งานนานเท่าไหร่?
อายุเฉลี่ยของการใช้งานไม้เอ็นจิเนียร์ จะอยู่ที่ 10-30 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น
คุณภาพของไม้เอ็นจิเนียร์ ที่มีคุณภาพสูงและผลิตด้วยวัสดุที่มีคุณภาพ จะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า
การติดตั้งที่เหมาะสมและถูกต้อง การดูแลรักษา การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ การป้องกันความชื้น
จัดสภาพแวดล้อมให้มีอุณหภูมิ และความชื้นที่เหมาะสม ย่อมมีผลต่ออายุการใช้งานของไม้เอ็นจิเนียร์
ไม้เอ็นจิเนียร์สามารถขัดหรือทำสีใหม่ได้หรือไม่?
สามารถขัดได้ แต่จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นไม้จริง (โดยทั่วไป 1-2 ครั้ง)
หากต้องการขัดและทำสีใหม่ ควรตรวจสอบความหนาของผิวไม้ชั้นบนว่ามีความหนาเท่าไหร่ เช่น 3 mm.
และควรปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญด้านการขัดไม้และทำสี ที่มีอุปกรณ์ที่ครบถ้วน
โดยทั่วไป การขัดและทำสีใหม่ไม้เอ็นจิเนียร์อาจไม่คุ้มค่าเท่ากับการเปลี่ยนพื้นใหม่ หากชั้นผิวหน้าไม้บางมาก
ไม้เอ็นจิเนียร์กันปลวกได้หรือไม่?
โดยทั่วไปแล้ว ไม้เอ็นจิเนียร์ส่วนใหญ่สามารถป้องกันปลวกได้ เนื่องจากในกระบวนการผลิตมีการอัดน้ำยากันปลวกเข้าไปในเนื้อไม้
ทำให้ปลวกไม่สามารถกินเนื้อไม้ได้ อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพและระยะเวลาในการป้องกันปลวกอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับ
กระบวนการผลิต คุณภาพและความเข้มข้นของน้ำยา อย่างไรก็ตามไม้เอ็นจิเนียร์เป็นวัสดุที่ผลิตมาจากไม้จริง การอัดน้ำยาป้องกันปลวก
ไม่ได้หมายความว่าจะป้องกันได้ 100% หากมีปลวกในปริมาณมาก ก็อาจทำให้ไม้เอ็นจิเนียร์เสียหายได้





