ไม้เอ็นจิเนียร์ Multilayer คืออะไร
ในปัจจุบัน ไม้เอ็นจิเนียร์ (Engineered Wood Flooring) กลายเป็นวัสดุปูพื้นที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากเป็นพื้นไม้จริงที่สวยงามตามเอกลักษณ์ของไม้ธรรมชาติ แต่มีความเสถียรมากกว่า เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นแบบประเทศไทย
โครงสร้างของไม้เอ็นจิเนียร์ถูกออกแบบให้เป็น ไม้เลเยอร์ หรือ ไม้หลายชั้น (Layered Structure) เพื่อลดการขยายตัวและการหดตัวของไม้ ซึ่งในตลาดปัจจุบันจะพบโครงสร้างหลักอยู่ 3 ประเภท ได้แก่
- ไม้เอ็นจิเนียร์ 2 ชั้น
- ไม้เอ็นจิเนียร์ 3 ชั้น (Compound Wood)
- ไม้เอ็นจิเนียร์ Multi-layer
ซึ่งแต่ละประเภทมีโครงสร้าง ความเสถียร และราคาแตกต่างกันไป
โครงสร้างไม้เอ็นจิเนียร์
ไม้เอ็นจิเนียร์ทุกประเภทจะมีโครงสร้างหลัก 2 ส่วน
ส่วนที่ 1 ชั้นผิวหน้าไม้ หรือที่รู้จักกันว่า Top Veneer
เป็นไม้จริง หนา 2-4 mm. มีหน้าไม้หลายประเภท ที่นิยมกันมักจะเป็นไม้โอ๊ค วอลนัท ไม้สัก หรือไม้แอช สามารทำสีได้หลากหลายเช่นกัน
ส่วนที่ 2 ส่วนแกนกลาง (Core board)
ส่วนแกนกลางอยู่ระหว่างชั้นท็อปหน้าไม้และชั้นปิดรองหลัง ทำหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงและเสถียรของแผ่นไม้ โดยจำนวนชั้นนี้จะเป็นตัวกำหนดประเภทของไม้เอ็นจิเนียร์ ในปัจจุบัน จะมีไม้พื้นเอ็นจิเนียร์แบบ Compound Wood ที่ใช้ฝุ่นผงเนื้อไม้จากงานอุตสาหกรรม นำมาอัดรูปเป็นแผ่นหนาเป็นแกนกลาง ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อไม้หลากหลายประเภทรวมกัน
ข้อดีการใช้เศษไม้ในการผลิตไม้ Compound Wood สามารถนำไม้จากงานอุตสาหกรรมมาผลิตมาใช้ประโยชน์ได้
แต่จะมีข้อเสียคือ การใช้ไม้หลากหลายประเภทขึ้นรูปเป็นไม้แผ่นเดียวกัน ทำให้เกิดการยืดหดและขยายตัวที่แตกต่างกันได้
ข้อควรรู้:
ไม้เอ็นจิเนียร์ถูกออกแบบให้มีโครงสร้างแบบเอ็นจิเนียร์คือการสไลซ์แผ่นไม้จริงมาวางกันแบบขวางสลับเสี้ยนกัน เพื่อรองรับการยืดหดและขยายตัวของเนื้อไม้ ยิ่งมีจำนวนชั้นมาก ก็ยิ่งทำให้โครงสร้างรองรับธรรมชาติส่วนไม้จริงได้ดี แต่ก็ควรอยู่ในจำนวนชั้นที่ไม่มากเกินไป เพื่อให้ชิ้นไม้ที่ได้ไม่หนาเกินไป เหมือนไม้แผ่นตันตามธรรมชาติมากที่สุด เพื่อความสวยงาม และ การใช้งาน

ตารางเปรียบเทียบไม้เอ็นจิเนียร์แต่ละประเภท
ประเภทไม้เอ็นจิเนียร์ | โครงสร้างแกนกลาง | ความเสถียร | การโก่งตัว | ความทนต่อความชื้น | ราคาโดยประมาณ |
2 Layer Engineered Wood | ชั้นไม้วาง 2 ชั้น | ปานกลาง | มีโอกาสโก่ง | ปานกลาง | ราคาถูกที่สุด |
3 Layer (Compound Wood) | เศษไม้หลายประเภท อัดขึ้นรูปเป็นชั้นเดียวกัน | ดี | โก่งตัวน้อย | ดี | ราคาสูง (แต่ถูกกว่าไม้จริง) |
Multilayer Engineered Wood | ชั้นไม้ประเภทเดียวกัน วางขวางสลับเสี้ยนกันหลายชั้น | สูงมาก | เสถียรที่สุด | สูง | ราคาสูง (แต่ถูกกว่าไม้จริง) |
ทำไมไม้เอ็นจิเนียร์ Multilayer จึงได้รับความนิยม
ไม้เอ็นจิเนียร์แบบ Multilayer เป็นโครงสร้างที่มีการเรียงชั้นไม้หลายชั้นแบบขวางสลับเสี้ยนกัน ซึ่งช่วยลดการบิดตัวของไม้ได้ดีกว่าไม้เอ็นจิเนียร์แบบอื่น
ข้อดีของ Multilayer มีอะไรบ้าง
- เสถียรสูง โครงสร้างหลายชั้นช่วยลดการหดตัวและขยายตัวของไม้
- ทนต่อสภาพอากาศร้อนชื้น เหมาะกับสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย
- อายุการใช้งานยาว โครงสร้างแข็งแรง สามารถใช้งานได้ยาวนาน
- รองรับพื้นที่ขนาดใหญ่ สามารถติดตั้งในพื้นที่กว้างโดยไม่เกิดปัญหาการโก่งตัวง่าย
ไม้เอ็นจิเนียร์จาก K.S.WOOD

ไม้เอ็นจิเนียร์ที่จำหน่ายโดย K.S.WOOD ถูกออกแบบให้เป็น Multilayer Engineered Wood Flooring เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในบ้านพักอาศัยและโครงการอสังหาริมทรัพย์ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น บ้านเดี่ยวระดับ Luxury คอนโดมิเนียม รวมถึง สามารถใช้กับงานที่พักอื่น ๆ เช่น โรงแรม รีสอร์ต

คุณสมบัติเด่นของไม้เอ็นจิเนียร์ K.S. WOOD
- ไม้หน้ากว้างเต็มแผ่น 5 นิ้ว ท็อปไม้จริงคัดเกรดพิเศษ หนาถึง 3-4 มม.
- โครงสร้าง Multi-Layer 9 ชั้น วางขวางสลับเสี้ยน ลดการหด-ขยายตัวของไม้ ป้องกันการบิดงอ บวม หรือแตก ในระยะยาว
- เคลือบกันความชื้นแบบ 360 องศา ป้องกันความชื้นเข้าสู่แกนกลาง
- ผ่านมาตรฐานขั้นสุด Super E0 จากญี่ปุ่น (JIS) – ปล่อยฟอร์มัลดีไฮด์ในระดับต่ำมาก ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพและสารก่อมะเร็ง
- ใช้กาวมาตรฐาน D3/D4 พร้อมสารป้องกันปลวกในเนื้อกาว – เสริมความทนทานต่อปลวกในระยะยาว
แบรนด์ ไม้พื้นเอ็นจิเนียร์ K.S. WOOD

A LA CARTE Engineered Flooring
ไม้พื้นเอ็นจิเนียร์ มีท็อปไม้หลากหลาย ทั้ง ไม้โอ๊ค ไม้วอลนัท ไม้สักพม่า เคลือบผิวหน้ากัน UV และรอยขีดข่วน เคลือบกันน้ำ มีหลายโปรไฟล์

- หน้ากว้าง 5 นิ้ว สามารถปูได้ทั้งแบบลายทั่วไปและลายพิเศษ อย่างลายก้างปลา (Herringbone)

- Chervon series ไม้หัวตัดเฉียง 45 องศา เพื่อติดตั้งลายรูปตัว V หรือที่รู้จักกันว่าเป็นลายธนู
- Parquet Tile Series พื้นลายไม้พิเศษ สำหรับงานติดตั้งที่ต้องการหรูหรามาก

THE BIG PLANK Engineered Flooring
ไม้พื้นเอ็นจิเนียร์ หน้ากว้าง 8 นิ้ว คัดเกรดพิเศษ มีท็อปไม้หลากหลาย ทั้ง ไม้โอ๊ค ไม้วอลนัท ไม้สักพม่า เคลือบผิวหน้ากัน UV และรอยขีดข่วน เคลือบกันน้ำ

THE BIG PLANK Plus+ Engineered Flooring
ไม้พื้นเอ็นจิเนียร์ หน้ากว้าง 8 นิ้ว ผลิตจากไม้โอ๊คยุโรปคัดเกรดพิเศษ ท็อปหนาถึง 4 mm. เคลือบผิวหน้ากัน UV และรอยขีดข่วน เคลือบกันน้ำ

เปรียบเทียบไม้เอ็นจิเนียร์กับไม้จริง
คุณสมบัติ | ไม้จริง | ไม้เอ็นจิเนียร์ |
การขยายตัว | สูง | ต่ำ |
ความเสถียร | ปานกลาง | สูง |
การติดตั้ง | ยาก | ง่าย |
ราคา | สูง | คุ้มค่ากว่า |
ความสวยงาม | สวยงามตามธรรมชาติของพันธุ์ไม้ | สวยงามตามธรรมชาติของพันธุ์ไม้ |
ไม้พื้นเอ็นจิเนียร์ K.S. WOOD เหมาะกับการใช้งานแบบไหน
ไม้เอ็นจิเนียร์เหมาะการใช้งานในหลาย ๆ พื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น
- ห้องนั่งเล่น
- ห้องนอน
- คอนโดมิเนียม
- บ้านพักอาศัย
- โครงการอสังหาริมทรัพย์
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ไม้เอ็นจิเนียร์คืออะไร
ไม้เอ็นจิเนียร์คือไม้พื้นสำเร็จรูปที่ประกอบด้วยไม้จริงด้านบน และโครงสร้างไม้หลายชั้นด้านล่าง เพื่อเพิ่มความเสถียรและลดการบิดตัวของไม้
ไม้เอ็นจิเนียร์ Multilayer ดีกว่าแบบอื่นอย่างไร
Multilayer มีโครงสร้างหลายชั้นไขว้กัน ทำให้มีความเสถียรสูงกว่าแบบ 2 ชั้นและ 3 ชั้น จึงเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น
ไม้เอ็นจิเนียร์สามารถขัดทำสีใหม่ได้หรือไม่
สามารถทำได้ เพราะเป็นไม้จริง แต่ควรขอคำแนะนำจากแบรนด์ผู้ผลิตก่อนเสมอ จำนวนครั้งที่สามารถขัดได้นั้น ขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นไม้จริง (Top Veneer) โดยทั่วไปสามารถขัดทำสีใหม่ได้ 1–2 ครั้ง
ไม้เอ็นจิเนียร์เหมาะกับบ้านในประเทศไทยหรือไม่
เหมาะมาก เนื่องจากโครงสร้างหลายชั้นช่วยลดปัญหาไม้หดตัวจากอุณหภูมิและความชื้น
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
คำแนะนำอื่น ๆ เกี่ยวกับสินค้า หรือ การติดดั้ง และเข้าชมสินค้าที่โชว์รูม





